รายได้ปีละ 2.5 ล้านบาท แต่ไร้บ้านพัก ชีวิตอีกด้านของหัวหน้าภารโรงนิวยอร์ก
ชายวัย 36 ปี ซึ่งทำงานเป็นหัวหน้าภารโรงในโรงเรียนแห่งหนึ่งของรัฐนิวยอร์ก ตัดสินใจเปลี่ยนห้องเก็บของที่ไม่ได้ใช้งานให้เป็นที่พัก หลังภาระค่าเลี้ยงดูบุตรและค่าครองชีพทำให้เขาไม่มีเงินเพียงพอสำหรับเช่าบ้าน แม้จะมีรายได้รวมค่าล่วงเวลาประมาณ 80,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อปี หรือราว 2.54 ล้านบาท
เขาอาศัยอยู่ภายในโรงเรียนนานกว่า 6 เดือน และบางช่วงยังพาลูกทั้งสี่คนมาพักด้วยในวันหยุดสุดสัปดาห์ ก่อนที่เรื่องทั้งหมดจะถูกค้นพบจากการตรวจสอบภาพกล้องวงจรปิดของโรงเรียน
ชายคนดังกล่าวคือ ทิโมธี “ทิม” วอลเตอร์ส วัย 36 ปี อดีตหัวหน้าภารโรงของ โรงเรียนมัธยมแฮ็กเก็ตต์ ในเมืองอัลบานี รัฐนิวยอร์ก เขาทำงานให้เขตการศึกษาเมืองอัลบานีมานาน 17 ปี นับตั้งแต่เรียนจบมัธยมศึกษา
ก่อนหน้านี้วอลเตอร์สพักอาศัยอยู่กับน้องสาวและแฟนของเธอ แต่เมื่อเห็นว่าการอยู่ร่วมกันอาจรบกวนพื้นที่ส่วนตัวของทั้งคู่ เขาจึงตัดสินใจย้ายออก โดยปล่อยให้ครอบครัวเข้าใจว่าเขาหาอพาร์ตเมนต์แห่งใหม่ได้แล้ว
ความจริงคือเขายังไม่มีเงินเพียงพอสำหรับวางเงินประกันและเช่าที่พัก วอลเตอร์สมีลูกสี่คน อายุระหว่าง 11–17 ปี และต้องจ่ายค่าเลี้ยงดูบุตรมากกว่า 2,000 ดอลลาร์ต่อเดือน รวมถึงค่าอาหาร ค่ารถ และค่าใช้จ่ายอื่นที่เกี่ยวข้องกับลูกๆ
เขาระบุว่าเงินเดือนประจำอยู่ที่ประมาณ 64,000–65,000 ดอลลาร์ต่อปี ส่วนรายได้รวมค่าล่วงเวลาในปี 2025 อยู่ที่ประมาณ 80,000 ดอลลาร์ หรือราว 2.54 ล้านบาท แม้ตัวเลขรายได้จะดูไม่น้อย แต่เมื่อหักภาษีและค่าใช้จ่ายของครอบครัวแล้ว เขาบอกว่าเงินที่เหลือไม่เพียงพอสำหรับค่าเช่าและเงินประกันที่พัก
เปลี่ยนห้องเก็บของเป็นที่พักชั่วคราว
ในเดือนตุลาคม 2025 วอลเตอร์สเริ่มนำสิ่งของเข้าไปไว้ในห้องขนาดเล็กบนชั้นสี่ของโรงเรียน ซึ่งตั้งอยู่เหนือหอประชุมและแทบไม่มีผู้ใช้งาน เดิมภายในมีโซฟาเบด เก้าอี้เก่า และเฟอร์นิเจอร์ที่ถูกเก็บทิ้งไว้นานแล้ว
หลังทำความสะอาดห้อง เขานำเตียง ตู้เย็นขนาดเล็ก โต๊ะ และของใช้ส่วนตัวเข้าไปเพิ่มเติม พร้อมจัดพื้นที่ให้กลายเป็นที่พักชั่วคราว ส่วนอุปกรณ์ทำอาหารบางอย่างถูกนำไปวางไว้ในห้องหม้อน้ำ เพราะบริเวณหน้าห้องพักมีเครื่องตรวจจับควัน
ในช่วงสุดสัปดาห์ที่ถึงกำหนดดูแลลูก วอลเตอร์สจะพาลูกทั้งสี่คนเข้ามาพักภายในโรงเรียนด้วย เขายืนยันว่าพยายามดูแลไม่ให้ลูกๆ สร้างความเสียหาย และบางครั้งยังทำงานซ่อมแซมหรือดูแลอาคารในเวลาส่วนตัวโดยไม่ได้เบิกค่าล่วงเวลา
วอลเตอร์สใช้ชีวิตเช่นนี้นานกว่า 6 เดือน โดยไม่มีใครสังเกตเห็น จนกระทั่งปลายเดือนเมษายน 2026 เขตการศึกษาเริ่มตรวจสอบการเบิกค่าล่วงเวลาที่ผิดปกติของเจ้าหน้าที่บางราย และย้อนดูภาพจากกล้องวงจรปิดภายในโรงเรียน
แม้วอลเตอร์สไม่ได้ถูกกล่าวหาว่าแจ้งชั่วโมงล่วงเวลาเป็นเท็จ แต่ภาพจากกล้องแสดงให้เห็นว่าเขาปรากฏตัวอยู่ในโรงเรียนหลังเวลาทำงานบ่อยครั้ง การตรวจสอบเพิ่มเติมจึงนำไปสู่การค้นพบห้องพักบนชั้นสี่
ยอมรับว่าเป็นการตัดสินใจที่ผิด
หลังเรื่องถูกเปิดเผย เขตการศึกษาได้สั่งพักงานวอลเตอร์สโดยยังได้รับค่าจ้างระหว่างการสอบสวน ก่อนที่เขาจะยื่นลาออก โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 23 มิถุนายน 2026 ปิดฉากการทำงานกับเขตการศึกษาที่ยาวนาน 17 ปี
ตำรวจท้องถิ่นตรวจสอบเหตุการณ์และมีการดำเนินคดีข้อหาบุกรุกในช่วงแรก แต่รายงานภายหลังระบุว่าข้อหาถูกยกเลิกแล้ว
วอลเตอร์สยอมรับว่าการเข้าไปพักในโรงเรียนโดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นการตัดสินใจที่ผิด เขากล่าวว่า “ผมรู้ว่าสิ่งที่ทำลงไปนั้นผิด แต่ผมไม่รู้ว่าจะทำอย่างไร เมื่อชีวิตบีบให้จนมุม บางครั้งเราก็ลงเอยด้วยการเลือกสิ่งที่ไม่ควรเลือก”
ภายหลังออกจากโรงเรียน เขาไปอาศัยอยู่กับญาติเป็นการชั่วคราวและอยู่ระหว่างรอที่พักของตัวเอง พร้อมเปิดเผยว่าได้รับข้อเสนองานใหม่สองแห่ง ขณะที่ครอบครัวและคนในชุมชนได้เปิดระดมทุนผ่าน GoFundMe เพื่อช่วยเรื่องเงินประกันและค่าใช้จ่ายในการเริ่มต้นหาที่อยู่อาศัยอีกครั้ง
เรื่องของวอลเตอร์สสะท้อนว่า ตัวเลขรายได้เพียงอย่างเดียวอาจไม่สามารถบอกสภาพคล่องหรือความมั่นคงด้านที่อยู่อาศัยของแต่ละคนได้ทั้งหมด โดยเฉพาะเมื่อยังมีภาษี ค่าเลี้ยงดูบุตร ค่าเดินทาง และเงินก้อนแรกสำหรับการเช่าบ้านที่ต้องรับผิดชอบพร้อมกัน อย่างไรก็ตาม การเข้าใช้อาคารเรียนเป็นที่พักโดยไม่ได้รับอนุญาตยังเป็นการฝ่าฝืนกฎและอาจก่อให้เกิดประเด็นด้านความปลอดภัยตามมาได้
ที่มา: REFERENCES:
Times Union: Head custodian resigns after living in Hackett Middle School
CBS6 Albany: Custodian who secretly lived in middle school speaks out
New York Post: Custodian secretly lived inside school for six months
ฮ่องเต้จีนทำไมต้องมี สายลูกปัดบังหน้า เหตุผลแท้จริงไม่ใช่แค่ความสวยงาม
“มหากาพย์กิลกาเมช” วรรณกรรมอมตะ 4,000 ปี กับความจริงที่ซ่อนอยู่ใต้ผืนทรายเมโสโปเตเมีย
“ข้าวต้มกุ๊ย” จากอาหารประทังชีวิตคนเสื่อผืนหมอนใบ สู่สำรับคู่ราตรีบนโต๊ะคนไทย
ส่องซีรีส์ "คลึง" ทริลเลอร์สุดดาร์ก ช่องวัน31
โรงเรียนที่มีนักเรียนมากที่สุดในไทย
5 คณะที่เรียนจบมาแล้ว มีอาชีพรองรับมากกว่าที่คิด
มือกลองผมแดงบนเวที AGT คือใคร? เปิดประวัติ Paulina แห่ง The Warning
รู้หรือไม่? เปิดรายได้พนักงานส่งพัสดุของแต่ละแอป วันหนึ่งได้เท่าไร
5 เมนูอาหารไทยโบราณที่หาทานยาก ชื่อคุ้นหู แต่คนรุ่นใหม่อาจไม่เคยชิม
ถอดรหัสความลับ “อูนิ” จากภาพลวงตาคำว่าไข่หอยเม่น สู่ความจริงทางชีววิทยาและศาสตร์แห่งรสชาติ
แชทขอความช่วยเหลือพาตำรวจบุกวิลล่า ช่วย 3 สาวจีน อ้างถูกกักขัง พบโซ่-ชายต้องสงสัย 4 ราย
หนุ่มสงสัย “อาคารจอดแล้วจร” คืออะไร โพสต์ถามจนชาวเน็ตแห่เฉลย
เขาแค่เปิดแผนที่หาที่กางเต็นท์ — แต่กลับเจอรอยอุกกาบาตกว้าง 25 กม. ที่ซ่อนมา 390 ล้านปี
แชทขอความช่วยเหลือพาตำรวจบุกวิลล่า ช่วย 3 สาวจีน อ้างถูกกักขัง พบโซ่-ชายต้องสงสัย 4 ราย
ฮ่องเต้จีนทำไมต้องมี สายลูกปัดบังหน้า เหตุผลแท้จริงไม่ใช่แค่ความสวยงาม
“มหากาพย์กิลกาเมช” วรรณกรรมอมตะ 4,000 ปี กับความจริงที่ซ่อนอยู่ใต้ผืนทรายเมโสโปเตเมีย
“ข้าวต้มกุ๊ย” จากอาหารประทังชีวิตคนเสื่อผืนหมอนใบ สู่สำรับคู่ราตรีบนโต๊ะคนไทย
ส่องซีรีส์ "คลึง" ทริลเลอร์สุดดาร์ก ช่องวัน31
หนุ่มไทยเที่ยวจีนใส่หมวกเขียว เจอคนมองทั้งเมือง ก่อนรู้ความหมายถึงกับอึ้ง
ทีมกฎหมาย ‘เพชร’ เตรียมดำเนินคดีสัปดาห์นี้ ปมดราม่าคอสเพลย์ เปิดแผนฟ้องหลายข้อหา
อิจิกะ AV เปิดใจครบ 6 เดือน จากวันที่หมดไฟ สู่การค้นพบตัวเองอีกครั้ง
มือกลองผมแดงบนเวที AGT คือใคร? เปิดประวัติ Paulina แห่ง The Warning
