พิธีกรเกาหลีใต้ โค้งขอโทษทั้งลำ ปมลูกร้องไห้ ขึ้น-ไม่ขึ้นเครื่อง จนทำให้ไฟลต์ล่าช้า 1 ชั่วโมง
กลายเป็นประเด็นดราม่าที่ถูกพูดถึงไม่น้อยในเกาหลีใต้ สำหรับกรณีของ พัคซูฮง (박수홍) พิธีกรและนักแสดงตลกชื่อดัง ที่ออกมาขอโทษผู้โดยสารและพนักงานสายการบิน หลังเกิดเหตุวุ่นวายบนเที่ยวบินจากอินชอน ประเทศเกาหลีใต้ ไปยังเกาะกวม
เรื่องนี้เริ่มต้นจากเหตุการณ์ที่ลูกสาวของพัคซูฮงร้องไห้อย่างหนักหลังขึ้นเครื่อง จนเจ้าตัวกังวลว่าเสียงร้องจะรบกวนผู้โดยสารคนอื่น เพราะเป็นเที่ยวบินที่ต้องใช้เวลาเดินทางค่อนข้างนาน
สุดท้ายเขาจึงตัดสินใจแจ้งพนักงานว่า ต้องการลงจากเครื่องบิน
ทางสายการบินก็ต้องดำเนินการตามขั้นตอน นำสัมภาระของครอบครัวออกจากใต้ท้องเครื่อง และจัดการตามมาตรการด้านความปลอดภัยต่าง ๆ
แต่เรื่องกลับไม่จบแค่นั้น...
หลังจากรออยู่พักหนึ่ง ลูกสาวหยุดร้องไห้ พัคซูฮงจึงเปลี่ยนใจและแจ้งว่าต้องการเดินทางต่อ พร้อมขอกลับขึ้นเครื่องอีกครั้ง
แน่นอนว่าการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวไม่ได้ทำได้ทันที เพราะเมื่อผู้โดยสารขอลงจากเครื่องไปแล้ว สายการบินก็จำเป็นต้องดำเนินการตรวจสอบและจัดการสัมภาระใหม่ตามขั้นตอน
สุดท้ายเที่ยวบินที่มีผู้โดยสารประมาณ 200 คน จึงต้องล่าช้าไปประมาณ 1 ชั่วโมง
ประเด็นที่ทำให้เรื่องนี้กลายเป็นดราม่าหนักขึ้นมา ก็คือมีผู้โดยสารคนหนึ่งนำเหตุการณ์ดังกล่าวไปเผยแพร่ ก่อนที่ชาวเน็ตจะเริ่มตั้งคำถามว่า หากเป็นผู้โดยสารทั่วไป เหตุการณ์แบบนี้จะสามารถขอลงแล้วกลับขึ้นมาใหม่ได้ง่าย ๆ หรือไม่
และที่หนักกว่านั้นคือ มีคนสงสัยว่าการที่พัคซูฮงเป็นคนดัง ทำให้ได้รับการปฏิบัติเป็นพิเศษจากสายการบินหรือเปล่า
พัคซูฮงออกมาขอโทษ ยอมรับว่าตัวเองตัดสินใจผิด
วันที่ 26 สิงหาคม 2569 พัคซูฮงออกมาโพสต์ข้อความผ่านโซเชียลมีเดียส่วนตัว เพื่อขอโทษต่อผู้โดยสารทุกคน รวมถึงพนักงานสายการบินที่ได้รับผลกระทบ
เจ้าตัวยอมรับตรง ๆ ว่า ครอบครัวของเขาเป็นสาเหตุที่ทำให้เที่ยวบินต้องล่าช้า และเข้าใจดีว่าผู้โดยสารเกือบ 200 คนต้องเสียเวลาไปกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
พัคซูฮงเล่าว่า ทันทีที่ขึ้นเครื่อง ลูกสาวร้องไห้เสียงดังมาก ทำให้เขาทั้งตกใจและทำอะไรไม่ถูก จึงกังวลว่าหากปล่อยให้เด็กร้องต่อไปตลอดเที่ยวบิน อาจรบกวนคนอื่นเป็นเวลานาน
ด้วยความคิดในตอนนั้น เขาจึงตัดสินใจขอลงจากเครื่อง
แต่เมื่อเวลาผ่านไป ลูกสาวกลับสงบลง เขาจึงคิดว่าน่าจะสามารถเดินทางต่อได้ และตัดสินใจขอกลับขึ้นเครื่องอีกครั้ง
สิ่งที่เจ้าตัวไม่รู้ในตอนนั้นคือ การลงจากเครื่องแล้วกลับขึ้นใหม่จำเป็นต้องผ่านกระบวนการด้านความปลอดภัยหลายขั้นตอน ซึ่งส่งผลให้เที่ยวบินต้องเสียเวลาเพิ่มขึ้น
พัคซูฮงจึงยอมรับว่าเรื่องทั้งหมดเกิดจากการตัดสินใจของตัวเอง และไม่มีข้อแก้ตัวสำหรับสิ่งที่เกิดขึ้น
ถึงขอโทษแล้ว แต่เสียงวิจารณ์ยังไม่จบ
หลังจากออกมาขอโทษ กระแสในโลกออนไลน์ของเกาหลีใต้ก็ยังมีทั้งคนที่เข้าใจและคนที่ไม่เห็นด้วย
บางส่วนมองว่าเรื่องนี้เป็นอุบัติเหตุจากการรับมือกับสถานการณ์เฉพาะหน้า และเจ้าตัวก็ออกมายอมรับผิดอย่างชัดเจนแล้ว
แต่บางคนกลับมองอีกมุมว่า หากเป็นผู้โดยสารธรรมดาอาจไม่สามารถจัดการสถานการณ์ได้แบบเดียวกัน
มีความคิดเห็นตั้งแต่เรื่องการเลี้ยงลูก ไปจนถึงข้อกล่าวหาเรื่อง “อภิสิทธิ์คนดัง” ซึ่งกลายเป็นประเด็นร้อนที่สุดของเรื่องนี้
ส่วนตัวมองว่า สองเรื่องนี้ควรแยกออกจากกัน
การที่เด็กเล็กร้องไห้บนเครื่องบินเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ และในมุมของพ่อแม่เองก็คงมีความเครียดไม่น้อย โดยเฉพาะเมื่อต้องอยู่ร่วมกับผู้โดยสารอีกเป็นร้อยคน
แต่ในอีกด้านหนึ่ง ผู้โดยสารคนอื่นก็ไม่ได้ผิดอะไรเช่นกัน
คนที่ต้องเดินทางอาจมีธุระ มีเวลานัดหมาย หรือมีแผนต่อเนื่องหลังจากเครื่องลง ดังนั้นเมื่อเที่ยวบินล่าช้าเป็นชั่วโมง ความรู้สึกไม่พอใจก็ถือว่าเข้าใจได้
สิ่งที่น่าสนใจจึงไม่ใช่แค่เรื่อง “ลูกคนดังร้องไห้” แต่คือการที่คนจำนวนมากตั้งคำถามว่า มาตรฐานเดียวกันนี้ใช้กับทุกคนหรือไม่
สรุปแล้วไม่ได้ผิดกฎ และไม่ได้หมายความว่าเป็นอภิสิทธิ์ดารา
สำหรับประเด็นเรื่องการขอลงจากเครื่องแล้วเปลี่ยนใจกลับขึ้นมาใหม่ มีข้อมูลจากหน่วยงานด้านการคมนาคมของเกาหลีใต้ว่า การดำเนินการลักษณะนี้ไม่ได้ถือว่าผิดกฎ
สถิติระหว่างปี 2562 จนถึงเดือนสิงหาคม 2567 พบว่า มีกรณีผู้โดยสารขอลงจากเครื่องบินทั่วประเทศรวม 2,965 ครั้ง และในจำนวนนี้เป็นการขอลงโดยสมัครใจถึง 2,548 ครั้ง หรือประมาณ 85.9%
นอกจากนี้ หากผู้โดยสารยังไม่ได้ออกจากพื้นที่ที่กำหนด ก็สามารถเปลี่ยนใจและขอกลับขึ้นเครื่องได้ตามขั้นตอนที่สายการบินกำหนด
ดังนั้น ในแง่ของกฎระเบียบ เรื่องนี้ไม่ได้เป็นสิทธิพิเศษที่สงวนไว้ให้คนดัง
แต่สิ่งที่ปฏิเสธไม่ได้คือ การตัดสินใจครั้งนี้ทำให้ผู้โดยสารจำนวนมากต้องเสียเวลา
และตรงนี้เองที่คิดว่าคำขอโทษของพัคซูฮงมีความสำคัญ เพราะอย่างน้อยเจ้าตัวก็ไม่ได้พยายามปัดความรับผิดชอบ แต่ยอมรับว่าตัวเองตัดสินใจผิดจากความกังวลในตอนนั้น
สำหรับเรา เรื่องนี้จึงไม่จำเป็นต้องถึงขั้นประณามว่าใครเป็น “พ่อแม่แย่” หรือใคร “อภิสิทธิ์ดารา” ทันที
เพราะสุดท้ายแล้ว พ่อแม่ก็พยายามรับมือกับสถานการณ์ของลูก ขณะที่ผู้โดยสารคนอื่นก็มีสิทธิ์รู้สึกไม่พอใจกับความล่าช้า
บทเรียนที่น่าสนใจกว่าคือ ก่อนจะตัดสินใจลงจากเครื่อง ควรสอบถามขั้นตอนกับพนักงานให้ละเอียดเสียก่อน
เพราะการขอลงจากเครื่องบินไม่ใช่แค่เดินออกจากประตูแล้วจบ แต่เกี่ยวข้องกับสัมภาระ การตรวจสอบความปลอดภัย และขั้นตอนของผู้โดยสารทั้งลำ
ครั้งนี้พัคซูฮงก็ออกมายอมรับเองว่าไม่รู้ว่ากระบวนการจะยุ่งยากขนาดไหน
ส่วนเสียงวิจารณ์เรื่องอภิสิทธิ์ดารา ก็คงต้องแยกให้ออกว่า ทำได้ตามกฎ ไม่ได้แปลว่าทุกคนจะพอใจกับผลที่ตามมา
และในทางกลับกัน การเป็นคนดังก็ไม่ได้แปลว่าทุกการตัดสินใจจะต้องถูกตีความว่าเป็นอภิสิทธิ์เสมอไป
สุดท้ายเรื่องนี้น่าจะเป็นอีกหนึ่งบทเรียนของการเดินทางด้วยเครื่องบินว่า เรื่องเล็ก ๆ บนเครื่อง หากกระทบขั้นตอนด้านความปลอดภัยขึ้นมาเมื่อไร ก็สามารถทำให้คนทั้งลำต้องเสียเวลาไปพร้อมกันได้เลย
ส่องเลข 3 สำนักพิมพ์ งวด 1 ต.ค. 69 ตัวไหนมีข้อมูลตรงกัน
เปิด 5 โรงเรียนหญิงล้วนเก่าแก่ของไทย ที่มีประวัติยาวนานกว่าศตวรรษ
อำเภอที่มีชื่ออำเภอสั้นที่สุด 3 อำเภอเท่านั้นในประเทศไทย
เปิดศึกเลขเด็ดงวดนี้! เจ้าพ่อปากแดง ปะทะ เจ้าแม่ตะเคียนทอง งวด 1 ต.ค. 59 คัดมาให้เน้นๆ พร้อมลุ้นรวย
108 ท่าบนเตียง มีอะไรบ้าง Sex position ท่าเด็ดบนเตียง
ประวัติศาสตร์หน่อไม้ฝรั่ง: จากผักศักดิ์สิทธิ์แห่งพีระมิด สู่สงครามยาเสพติด และนโยบายที่พังทลายเกษตรกรอเมริกัน
โรงเรียนที่มีนักเรียนมากที่สุดในไทย
ความลับ 30 ล้านปีของ “แม่น้ำไนล์”: ทำไมสายน้ำสายนี้ถึงไม่เคยเหือดแห้งกลางทะเลทรายซาฮารา
รู้หรือไม่? เปิดรายได้พนักงานส่งพัสดุของแต่ละแอป วันหนึ่งได้เท่าไร
แปลปกสลาก งวด 1 ต.ค. 69 ส่องตัวเลขจากภาพปกสลากกินแบ่งรัฐบาล
ตาราง “เด่นเหนือเด่นใต้” งวด 1 ต.ค. 69 เปิดข้อมูลตามโพย เลขไหนอยู่ตรงไหน
เปิด 5 สาขาวิศวะที่ค่าเทอมแพงที่สุดในไทย หลักสูตรเดียวจ่ายทะลุ 5 แสน!
อำเภอที่มีชื่ออำเภอสั้นที่สุด 3 อำเภอเท่านั้นในประเทศไทย

