คนไทยจับตา! กัมพูชายื่น “งานแต่งเขมร” ต่อยูเนสโก ลุ้นขึ้นทะเบียนปลายปีนี้ ดราม่าร้อนเรื่องเครื่องแต่งกาย ขณะที่ไทยดัน “ชุดไทย” เข้าสู่กระบวนการ
คนไทยจับตา! กัมพูชายื่น “งานแต่งเขมร” ต่อยูเนสโก ลุ้นขึ้นทะเบียนปลายปีนี้ ดราม่าร้อนเรื่องเครื่องแต่งกาย ขณะที่ไทยดัน “ชุดไทย” เข้าสู่กระบวนการ
กลายเป็นอีกประเด็นที่คนไทยต้องจับตา สำหรับเรื่อง “งานแต่งเขมร” หรือ Traditional Khmer Wedding หลังข้อมูลจากฐานข้อมูลของยูเนสโกระบุว่า กัมพูชาได้นำเสนอประเพณีดังกล่าวเข้าสู่กระบวนการพิจารณา เพื่อขอขึ้นทะเบียนเป็น มรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติ
แต่ต้องทำความเข้าใจกันก่อนว่า...
งานแต่งเขมรยังไม่ได้ขึ้นทะเบียนกับยูเนสโก
ตอนนี้ยังอยู่ในขั้นตอนรอการพิจารณา และมีกำหนดเข้าสู่วาระการประชุมคณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการสงวนรักษามรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ ครั้งที่ 21 ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 30 พฤศจิกายน - 5 ธันวาคม 2569 ที่เมืองเซี่ยเหมิน ประเทศจีน
ตรงนี้สำคัญมาก เพราะหลายคนเรียกว่า “มรดกโลก”
แต่จริง ๆ แล้วไม่ใช่แบบเดียวกัน
งานแต่งเขมรเป็นการเสนอเข้าสู่ บัญชีรายชื่อตัวแทนมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติ ซึ่งเป็นคนละอนุสัญญากับ “มรดกโลก” ที่หลายคนคุ้นเคย
ตัวอย่างของไทยที่อยู่ในบัญชีประเภทเดียวกันก็คือ สงกรานต์ไทย ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนไปเมื่อปี 2566
กัมพูชายื่นเรื่องนี้ตั้งแต่ปี 2567
ข้อมูลระบุว่า กระทรวงวัฒนธรรมและวิจิตรศิลป์กัมพูชา ยื่นเอกสารเสนอชื่อต่อสำนักเลขาธิการคณะกรรมการมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ เมื่อวันที่ 2 เมษายน 2567
ในชื่อ “Khmer Marriage, Khmer Wedding”
เนื้อหาครอบคลุมตั้งแต่การเตรียมงานตามประเพณี พิธีกรรม ดนตรีและบทเพลงที่ใช้ในงาน รวมถึง เครื่องแต่งกายและเครื่องประดับ
นี่แหละคือส่วนที่เคยทำให้เกิดดราม่ากับฝั่งไทย
เพราะก่อนหน้านี้มีชาวเน็ตไทยตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับภาพเครื่องแต่งกายในเอกสารที่ถูกนำมาใช้ประกอบการเสนอชื่อ โดยมีเสียงวิจารณ์ว่า มีลักษณะคล้ายชุดไทย
จนเกิดการถกเถียงกันอย่างหนักในโลกออนไลน์
อย่างไรก็ตาม ประเด็นเรื่องภาพชุดในเอกสารเคยมีการชี้แจงจากฝ่ายกัมพูชาว่า ไม่มีชุดไทยรวมอยู่ในเอกสารเสนอชื่อ
ดังนั้นเรื่องนี้จึงยังควรแยกให้ออกระหว่าง ข้อสังเกตในโลกออนไลน์ กับข้อมูลที่ได้รับการยืนยันอย่างเป็นทางการ
กัมพูชายืนยัน เป้าหมายคือรักษาวัฒนธรรมของตัวเอง
เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2568 สุม มาบ เลขาธิการรัฐและโฆษกกระทรวงวัฒนธรรมกัมพูชา เคยออกมาชี้แจงว่า เป้าหมายสำคัญของการยื่นเรื่องดังกล่าวคือการอนุรักษ์และปกป้องประเพณีการแต่งงานของกัมพูชาที่มีมาแต่โบราณ รวมถึงต้องการนำเสนอวัฒนธรรมดังกล่าวให้เป็นที่รู้จักในระดับนานาชาติ
ในเวลานั้น เอกสารอยู่ระหว่างการประเมินโดยผู้เชี่ยวชาญอิสระ และคาดว่าจะเข้าสู่การพิจารณาอย่างเป็นทางการในช่วงปลายปี 2569
ต่อมาในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 โฆษกคนเดิมยืนยันว่า เอกสารเกี่ยวกับงานแต่งเขมรและสงกรานต์เขมรได้ดำเนินการยื่นตามขั้นตอนแล้ว
แต่สำหรับปี 2569...
รายการที่อยู่ในรอบพิจารณาไม่ได้มีสองรายการ
โดยข้อมูลที่มีการตรวจสอบจากเว็บไซต์ยูเนสโกระบุว่า กัมพูชามีรายการงานแต่งเขมรอยู่ในรอบพิจารณาปี 2569 เพียงรายการเดียว
ส่วน “สงกรานต์เขมร” ยังอยู่ในขั้นตอนรอคิวสำหรับรอบถัดไป
แล้วสงกรานต์ไทยที่ขึ้นทะเบียนไปแล้วล่ะ?
อีกประเด็นที่คนไทยสงสัยคือ ถ้ากัมพูชานำวัฒนธรรมที่มีลักษณะใกล้เคียงกันไปขึ้นทะเบียน จะกระทบกับ สงกรานต์ไทย หรือไม่?
คำตอบคือ ไม่ใช่การแย่งกรรมสิทธิ์ทางวัฒนธรรม
การขึ้นทะเบียนมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของยูเนสโก ไม่ได้หมายความว่าประเทศที่ได้รับการขึ้นทะเบียนจะกลายเป็นเจ้าของวัฒนธรรมนั้นแต่เพียงผู้เดียว
วัฒนธรรมที่มีลักษณะร่วมกันสามารถได้รับการขึ้นทะเบียนจากหลายประเทศได้
ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ เทศกาลติงจันปีใหม่ของเมียนมา ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนในปี 2567
ดังนั้น หากกัมพูชาจะเสนอประเพณีที่มีความคล้ายคลึงกับวัฒนธรรมของประเทศอื่น ก็ไม่ได้หมายความว่าการขึ้นทะเบียนนั้นจะทำให้ประเทศอื่นหมดสิทธิ์ในวัฒนธรรมของตัวเอง
ไทยเองก็เดินเกมของไทย
ขณะที่ฝั่งกัมพูชากำลังรอลุ้นงานแต่งเขมร
ฝั่งไทยเองก็ไม่ได้อยู่นิ่ง
โดย ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เปิดเผยเมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ว่า ไทยกำลังเตรียมผลักดันมรดกทางวัฒนธรรมหลายรายการเข้าสู่กระบวนการยูเนสโก
ทั้ง ชุดไทย มวยไทย ผ้าขาวม้า และลอยกระทง
โดยเฉพาะ ชุดไทย ที่มีกำหนดเข้าสู่รอบพิจารณาในช่วงปลายปี 2569
งานนี้จึงกลายเป็นภาพที่น่าสนใจไม่น้อย
ฝั่งหนึ่งกำลังรอลุ้น งานแต่งเขมร
อีกฝั่งกำลังเดินหน้า ชุดไทย
ปัจจุบันใครขึ้นทะเบียนไปแล้วบ้าง?
สำหรับกัมพูชา ปัจจุบันมีมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ขึ้นทะเบียนแล้ว 7 รายการ
ประกอบด้วย
- ระบำราชสำนักกัมพูชา และหนังใหญ่สเบกธม ปี 2551
- ประเพณีชักเย่อ ปี 2558
- พิณจาเปยดองเวง ปี 2559
- ละครโขลวัดสวายอันเดต ปี 2561
- ศิลปะการต่อสู้กุนลโบกาตอร์ ปี 2565
- ผ้ากรอมา ปี 2567
นอกจากนี้ กัมพูชายังได้รับเลือกเป็นสมาชิกคณะกรรมการระหว่างรัฐบาลชุดปัจจุบัน วาระปี 2569-2573
ส่วนประเทศไทยมีรายการขึ้นทะเบียนแล้ว 6 รายการ ได้แก่
โขน ปี 2561
นวดไทย ปี 2562
โนรา ปี 2564
สงกรานต์ ปี 2566
ต้มยำกุ้ง และ เคบายา ปี 2567 โดยเคบายาเป็นการเสนอชื่อร่วมกับหลายประเทศ
สรุปให้ชัด งานแต่งเขมรยังไม่ใช่มรดกโลก
ดังนั้น ณ ตอนนี้ “Traditional Khmer Wedding” ยังไม่ได้ขึ้นทะเบียนยูเนสโก
แต่กำลังอยู่ในกระบวนการพิจารณา และต้องรอลุ้นผลการประชุมที่เมืองเซี่ยเหมิน ประเทศจีน ระหว่างวันที่ 30 พฤศจิกายน - 5 ธันวาคม 2569
หากผ่านการพิจารณา ก็จะกลายเป็นมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้รายการที่ 8 ของกัมพูชา
ส่วนประเทศไทยก็ต้องจับตาความคืบหน้าของ “ชุดไทย” เช่นกัน เพราะกำลังเข้าสู่กระบวนการในช่วงเวลาไล่เลี่ยกัน
ส่วนตัวมองว่า เรื่องนี้ควรติดตามกันด้วยข้อมูลมากกว่าอารมณ์
เพราะคำว่า “มรดกโลก” “มรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้” และ “การขึ้นทะเบียน” มีรายละเอียดทางกฎหมายและหลักเกณฑ์แตกต่างกัน
ที่สำคัญ...
การขึ้นทะเบียนไม่ได้แปลว่าใครขึ้นก่อนแล้วจะเป็นเจ้าของวัฒนธรรมแต่เพียงผู้เดียว
สุดท้ายแล้วสิ่งที่น่าจับตาที่สุดคือ เอกสารที่แต่ละประเทศยื่นต่อยูเนสโก และผลการพิจารณาอย่างเป็นทางการ
ปลายปีนี้จึงมีอีกหนึ่งเรื่องที่คนไทยต้องรอดูว่า
“งานแต่งเขมร” จะผ่านหรือไม่ และ “ชุดไทย” จะเดินหน้าไปถึงไหน
งานนี้คงได้เห็นกันชัด ๆ ในเวทีเดียวกันว่า วัฒนธรรมของแต่ละประเทศถูกนำเสนอออกมาอย่างไรต่อสายตาโลก
อำเภอที่มีชื่ออำเภอสั้นที่สุด 3 อำเภอเท่านั้นในประเทศไทย
เปิด 5 โรงเรียนหญิงล้วนเก่าแก่ของไทย ที่มีประวัติยาวนานกว่าศตวรรษ
รู้หรือไม่? เปิดรายได้พนักงานส่งพัสดุของแต่ละแอป วันหนึ่งได้เท่าไร
เปิดศึกเลขเด็ดงวดนี้! เจ้าพ่อปากแดง ปะทะ เจ้าแม่ตะเคียนทอง งวด 1 ต.ค. 59 คัดมาให้เน้นๆ พร้อมลุ้นรวย
ส่องเลข 3 สำนักพิมพ์ งวด 1 ต.ค. 69 ตัวไหนมีข้อมูลตรงกัน
โรงเรียนที่มีนักเรียนมากที่สุดในไทย
108 ท่าบนเตียง มีอะไรบ้าง Sex position ท่าเด็ดบนเตียง
ความลับ 30 ล้านปีของ “แม่น้ำไนล์”: ทำไมสายน้ำสายนี้ถึงไม่เคยเหือดแห้งกลางทะเลทรายซาฮารา
มูลนิธิองค์กรทำดีชี้แจง บุคคลปริศนาไม่ใช่ทีมงานและไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง
ประวัติศาสตร์หน่อไม้ฝรั่ง: จากผักศักดิ์สิทธิ์แห่งพีระมิด สู่สงครามยาเสพติด และนโยบายที่พังทลายเกษตรกรอเมริกัน
เปิด 5 สาขาวิศวะที่ค่าเทอมแพงที่สุดในไทย หลักสูตรเดียวจ่ายทะลุ 5 แสน!
แปลปกสลาก งวด 1 ต.ค. 69 ส่องตัวเลขจากภาพปกสลากกินแบ่งรัฐบาล
อำเภอที่มีชื่ออำเภอสั้นที่สุด 3 อำเภอเท่านั้นในประเทศไทย




