หลานเมียที่จดทะเบียนกับ “ตาดำริ” แจงชัด เลิกกันนานนับสิบปี ที่ไม่หย่าเพราะรักษาสิทธิ์เงิน อสม. ย่าจ่ายเองมาตลอด
หลานเมียที่จดทะเบียนกับ “ตาดำริ” แจงชัด เลิกกันนานนับสิบปี ที่ไม่หย่าเพราะรักษาสิทธิ์เงิน อสม. ย่าจ่ายเองมาตลอด
กลายเป็นอีกมุมที่ทำให้เรื่องนี้ซับซ้อนขึ้นกว่าเดิม หลังกรณีเจ้าหน้าที่กู้ภัยนำตัว “ตาดำริ” ชายวัย 79 ปี ซึ่งเป็นผู้ป่วยติดเตียงและมีแผลกดทับ ไปส่งโรงพยาบาล ก่อนจะพากลับมาที่บ้าน แต่กลับไม่มีใครยอมรับดูแล จนกู้ภัยต้องนำกลับไปโรงพยาบาลอีกครั้ง และประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาช่วยเหลือ
ล่าสุด รายการโหนกระแสวันนี้ (27 สิงหาคม 2569) ได้เปิดพื้นที่ให้หลายฝ่ายเข้ามาชี้แจง รวมถึงหลานสาวของภรรยาที่จดทะเบียนสมรสกับตาดำริ ซึ่งออกมาเล่าเหตุผลว่า ทำไมย่าของเธอจึงไม่ได้เข้ามาดูแล แม้ตามกฎหมายจะยังมีสถานะเป็นภรรยากันอยู่
โดยหลานสาวยืนยันว่า ย่าของตนจดทะเบียนสมรสกับตาดำริจริง และทั้งคู่ไม่มีลูกด้วยกัน แต่เลิกรากันไปนานกว่าสิบปีแล้ว เรียกได้ว่าแทบไม่ได้ใช้ชีวิตร่วมกันมานานมาก
สาเหตุที่ต้องแยกทางกัน หลานเล่าว่า เป็นเพราะตาดำรินอกใจไปมีภรรยาคนที่สี่ ตั้งแต่ช่วงเดือนแรก ๆ หลังแต่งงานกับย่าของเธอ
ไม่เพียงเท่านั้น ยังมีการกล่าวอ้างว่า ตาดำริเคยใช้มีดข่มขู่ย่า และเคยแอบนำรถเก๋งซึ่งเป็นของลูกติดย่า ไปใช้รับส่งภรรยาคนที่สี่ จนเรื่องมาแดงและกลายเป็นอีกชนวนที่ทำให้ทั้งคู่ต้องแยกทางกันในที่สุด
เมื่อถามว่า ในเมื่อเลิกกันไปแล้ว ทำไมไม่ไปจดทะเบียนหย่าให้เรียบร้อย?
คำตอบจากหลานสาวคือ เรื่องสิทธิประโยชน์ของ อสม.
เธอเล่าว่า ย่าของเธอต้องการรักษาสิทธิที่เกี่ยวข้องกับเงินสนับสนุนสมาชิกและเงินช่วยเหลือต่าง ๆ เพราะที่ผ่านมาเงินส่วนนี้ย่าเป็นคนหาและจ่ายเองมาตลอด
ตั้งแต่ตอนที่ยังอยู่ด้วยกัน ย่าเป็นคนจ่ายเงินในส่วนของตัวเอง รวมถึงจ่ายให้ตาดำริด้วย และหลังจากเลิกรากันไปแล้วนับสิบปี ย่าก็ยังเป็นคนควักเงินของตัวเองจ่ายต่อเนื่อง โดยญาติหรือลูกหลานของตาดำริไม่ได้เข้ามาช่วยรับผิดชอบในส่วนนี้เลย
ดังนั้น การที่ย่ายังไม่ยอมไปจดทะเบียนหย่า ไม่ใช่เพราะอยากกลับไปใช้ชีวิตคู่กับตาดำริ หรืออยากได้ทรัพย์สินของอีกฝ่าย แต่เป็นการรักษาสิทธิในเงินที่ตัวเองส่งมาเองตลอดหลายปี
หลานสาวย้ำว่า หากย่าไปจดทะเบียนหย่าแล้ว สิทธิหรือเงินสะสมบางส่วนที่ย่าเป็นคนส่งมาตลอดอาจตกไปเป็นของบุคคลอื่น เช่น ลูกหลานหรือญาติของตาดำริ ซึ่งในมุมของย่าแล้ว เธอจึงเลือกที่จะรักษาสถานะทางทะเบียนเอาไว้
ประเด็นนี้เองที่ผมว่าหลายคนอาจมองต่างกัน
เพราะถ้าดูเพียงว่า “ยังเป็นผัวเมียกันในทะเบียน” ก็อาจรู้สึกว่า เมื่ออีกฝ่ายป่วย ก็ควรต้องกลับมาดูแลกัน
แต่ถ้าย้อนกลับไปดูเรื่องราวที่เกิดขึ้นจริง ทั้งคู่แยกทางกันมานานนับสิบปีแล้ว และต่างคนต่างใช้ชีวิตของตัวเอง การจะให้คนที่ไม่ได้อยู่ด้วยกันมานานกลับมารับภาระดูแลผู้ป่วยติดเตียงแบบเต็มตัว ก็ไม่ใช่เรื่องที่จะตัดสินกันได้ง่าย ๆ
อย่างไรก็ตาม เรื่องทะเบียนสมรสก็มีผลในทางกฎหมายเช่นกัน
ทนายแก้ว ดร.มนต์ชัย จงไกรรัตนกุล ให้ความเห็นว่า การเลือกที่จะคงสถานะการสมรสเอาไว้เพื่อรักษาสิทธิประโยชน์ ย่อมทำให้สิทธิและหน้าที่ของคู่สมรสยังคงอยู่ด้วย ไม่สามารถเลือกเฉพาะสิทธิที่ต้องการ แต่ปฏิเสธหน้าที่ที่ติดมากับสถานะทางกฎหมายได้ทั้งหมด
ดังนั้น หากยังมีทะเบียนสมรสอยู่ แต่มีการปฏิเสธไม่ดูแลคู่สมรสที่ป่วยติดเตียงและไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ ก็อาจเกิดประเด็นทางกฎหมายตามมาได้ โดยเฉพาะหากข้อเท็จจริงเข้าข่ายการทอดทิ้งผู้ที่อยู่ในภาวะต้องพึ่งพา ซึ่งทนายระบุว่าอาจมีโทษจำคุกสูงสุดถึง 3 ปี
แต่ก็ต้องย้ำว่า การมีทะเบียนสมรสไม่ได้แปลว่าจะผิดทันทีทุกกรณี เพราะเรื่องความผิดทางอาญาต้องพิจารณาข้อเท็จจริงและองค์ประกอบตามกฎหมายอย่างละเอียด
ส่วนตัวผมว่าประเด็นนี้น่าสนใจตรงที่ ทะเบียนสมรสใบเดียว อาจทำให้คนสองคนที่เลิกกันไปนานนับสิบปี ยังมีพันธะต่อกันในวันที่อีกฝ่ายล้มป่วย
ขณะเดียวกัน ถ้ามองจากฝั่งย่า เงินที่ส่งมาตลอดหลายสิบปีก็เป็นเงินที่เธอหาเองและจ่ายเอง การจะบอกว่าไม่ควรรักษาสิทธิเอาไว้เลยก็คงพูดได้ไม่เต็มปาก เพราะไม่มีใครรู้ว่าตลอดเวลาที่ผ่านมาผู้หญิงคนนี้ต้องเสียอะไรไปบ้าง
แต่ในอีกด้านหนึ่ง เมื่อยังเลือกที่จะไม่หย่า ก็ต้องยอมรับด้วยว่า สถานะทางกฎหมายยังคงอยู่ และอาจมีหน้าที่บางอย่างตามมาด้วย
สุดท้ายเรื่องนี้จึงไม่ใช่แค่คำถามว่า “ทำไมเมียไม่ดูแลผัว?”
แต่ต้องถามต่อว่า ทั้งคู่เลิกกันมานานแค่ไหน ใครเป็นคนมีหน้าที่ตามกฎหมาย และที่สำคัญที่สุด เมื่อผู้ป่วยวัย 79 ปีคนหนึ่งช่วยเหลือตัวเองไม่ได้แล้ว จะมีหน่วยงานหรือใครเข้ามาดูแลเขาอย่างเหมาะสม
เพราะต่อให้เรื่องราวในอดีตจะหนักแค่ไหน คนป่วยที่นอนอยู่ตรงกลางเรื่องนี้ก็ควรได้รับการดูแลเหมือนกัน
และสำหรับผม เรื่องนี้ยิ่งฟังยิ่งรู้สึกว่า บางครั้งทะเบียนสมรสอาจจบความสัมพันธ์ได้ยากกว่าความรู้สึกเสียอีก เพราะคนสองคนอาจเลิกกันไปนานแล้ว แต่ถ้ายังไม่ได้จบกันในทางกฎหมาย เรื่องที่คิดว่าจบไปแล้วก็อาจย้อนกลับมาอีกครั้งในวันที่ไม่มีใครคาดคิด
เฮอริเคน ไต้ฝุ่น และไซโคลนต่างกันตรงไหน
ไขปริศนาใกล้ตัว: รูเล็กๆ บนขาปลั๊กไฟ มีไว้ทำไมและช่วยอะไรได้บ้าง
อำเภอไหนชื่อยาวที่สุดในประเทศไทย ? เปิด 2 อำเภอในไทยที่มีชื่อยาวถึง 8 พยางค์
หนุ่มวัย 23 เปิดใจเป็นไบฯ กลางรายการเรียลลิตี้ 2026 หลังเก็บไว้นานเกือบ 2 ปี
เลขท้าย 2 ตัวที่เคยออกบ่อย งวด 1 ตุลาคม 69
“ข้าวต้มกุ๊ย” จากอาหารประทังชีวิตคนเสื่อผืนหมอนใบ สู่สำรับคู่ราตรีบนโต๊ะคนไทย
อำเภอที่มีชื่อเหมือนชื่อจังหวัด เพียงหนึ่งเดียวในประเทศไทย
ไขข้อสงสัย “ขนมแมวเลีย” คืออะไร? ทำไมเจ้าเหมียวถึงชอบกินนักนะ 🐱
AI ไล่สถิติหวยย้อนหลัง 20 ปี งวด 1 ต.ค. 69 จับตาเลขท้าย 2 ตัว
ติ่งกระบอกบนสายชาร์จโน้ตบุ๊กมีไว้ทำอะไร
สิ้นตำนานหนังไทย "เปี๊ยก โปสเตอร์" ศิลปินแห่งชาติ เสียชีวิตอย่างสงบในวัย 93 ปี
เมื่อ AI รันโค้ดมาชนกับปฏิทินจีน! รวมโพยงวด 1 ต.ค. 69 รอบนี้เลขไหนชนกันจังๆ มามุงด่วน
จังหวัดในภาคอีสานที่อยู่ใกล้ชายฝั่งทะเลมากที่สุด
มอเตอร์ไซค์ที่คนไทยชอบที่สุด ทำยอดขายสูงที่สุดในประเทศไทย
กัน จอมพลัง ท้าเปิดหลักฐาน ปมปลาสลิด ลั่นไม่เคยแลกบริจาคกับการลัดคิวช่วยเหลือ
อัพเดทล่าสุด ผู้ถือบัตรสวัสดิการ แห่งรัฐ จากได้คนละ 300ตอนนี้เพิ่มเป็น1000 ต่ออีกเดือนนึง เริ่มใช้ตุลาคม นี้ รอครับ
พบมัลแวร์แฝงในจอ Android ติดรถยนต์ราคาถูกจากจีน
พบ Apple Support (ปลอม) โทรหาเหยื่อที่มือถือโดนขโมยเพื่อขอรหัสปลดล็อก
