ผอ.JIC โต้เขมรเดือด! ตู้คอนเทนเนอร์ไม่ใช่เส้นแบ่งแดน ลวดหนามไม่ใช่สนธิสัญญา สวนกลับ “อ่านเอกสารให้ครบ”
ผอ.JIC โต้เขมรเดือด! ตู้คอนเทนเนอร์ไม่ใช่เส้นแบ่งแดน ลวดหนามไม่ใช่สนธิสัญญา สวนกลับ “อ่านเอกสารให้ครบ”
กลายเป็นอีกประเด็นที่ถูกจับตามอง สำหรับสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา หลังฝั่งกัมพูชาออกมาอ้างถึง “หลักฐานทางกายภาพ” รวมถึงการที่นักการทูต ผู้แทนจากสหประชาชาติ และผู้สังเกตการณ์ลงพื้นที่ เพื่อใช้ประกอบการอธิบายสถานการณ์ที่เกิดขึ้น
ล่าสุด พล.อ.อ.ประภาส สอนใจดี ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารอากาศ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ข่าวสารไทย-กัมพูชา หรือ JIC ออกมาชี้แจงในประเด็นดังกล่าว พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า การมองเห็นสิ่งของหรือสภาพพื้นที่ ไม่ได้แปลว่าจะสามารถใช้ตัดสินได้ทันทีว่าพื้นที่นั้นเป็นของประเทศใด
โดย พล.อ.อ.ประภาส ระบุว่า มีเรื่องหนึ่งที่ฝ่ายกัมพูชาพูดถูก นั่นคือ “ตู้คอนเทนเนอร์ไม่ใช่หลักเขตแดน ลวดหนามไม่ใช่สนธิสัญญา และสนามเพลาะไม่ใช่แผนที่เขตแดน”
เพราะการที่ใครก็ตามเห็นตู้คอนเทนเนอร์ ลวดหนาม หรือสิ่งปลูกสร้าง ย่อมพิสูจน์ได้เพียงว่าสิ่งเหล่านั้นมีอยู่จริงในพื้นที่ แต่ไม่สามารถใช้เป็นหลักฐานเพียงอย่างเดียวเพื่อยืนยันว่าแผ่นดินบริเวณนั้นอยู่ภายใต้อธิปไตยของประเทศใด
ผอ.JIC ย้ำว่า ต้องแยกให้ออกระหว่าง “การเห็นสิ่งที่อยู่บนพื้นดิน” กับ “การตัดสินว่าแผ่นดินนั้นเป็นของใคร” เพราะสองเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องเดียวกัน
ส่วนกรณีที่มี AOT นักการทูต และผู้แทนสหประชาชาติเข้าไปสังเกตการณ์ในพื้นที่นั้น พล.อ.อ.ประภาส ระบุว่า ผู้สังเกตการณ์ไม่ได้มีอำนาจในการตัดสินเขตแดน และการเดินทางไปดูพื้นที่ไม่ได้หมายความว่าองค์กรหรือบุคคลเหล่านั้นได้ตัดสินแล้วว่าฝ่ายใดถูกหรือผิด
พูดง่าย ๆ คือ “การสังเกตการณ์ไม่ใช่การพิพากษา การไปดูพื้นที่ไม่ใช่การปักปันเขตแดน”
ดังนั้นจึงไม่ควรนำภาพหรือการลงพื้นที่ของบุคคลที่สามไปขยายความว่า ประชาคมระหว่างประเทศได้รับรองข้อกล่าวหาของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งแล้ว เพราะหากองค์กรเหล่านั้นยังไม่ได้มีคำวินิจฉัยเรื่องเขตแดน ก็ไม่ควรนำบทบาทของพวกเขาไปกล่าวอ้างเกินขอบเขต
เมื่อถูกถามถึงคำว่า “หลักฐานชัดเจน” ที่ฝ่ายกัมพูชากล่าวถึง ผอ.JIC ตั้งคำถามกลับว่า ต้องถามก่อนว่า ชัดเจนในเรื่องอะไร
ภาพตู้คอนเทนเนอร์ก็พิสูจน์ว่ามีตู้คอนเทนเนอร์ ภาพลวดหนามก็พิสูจน์ว่ามีลวดหนาม ภาพกำลังทหารก็พิสูจน์ว่ามีกำลังทหารอยู่ตรงนั้น แต่สิ่งเหล่านี้ไม่ได้พิสูจน์ด้วยตัวเองว่าเส้นเขตแดนระหว่างประเทศอยู่ตรงไหน
หากจะพิสูจน์เรื่องอธิปไตย ต้องกลับไปดูทั้งสนธิสัญญา ข้อตกลง หลักฐานทางกฎหมาย ข้อมูลทางเทคนิค รวมถึงกลไกด้านเขตแดนที่ทั้งสองฝ่ายยอมรับ ไม่ใช่นำหลักฐานของเรื่องหนึ่งไปใช้ตอบอีกเรื่องหนึ่ง
ในส่วนข้อกล่าวหาว่าไทยกำลัง “สร้างข้อเท็จจริงในพื้นที่” หรือใช้กำลังเปลี่ยนแปลงสถานการณ์นั้น พล.อ.อ.ประภาส ยืนยันว่า ไทยไม่มีนโยบายใช้กำลังเพื่อเปลี่ยนแปลงเส้นเขตแดน
มาตรการด้านความปลอดภัยต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการป้องกันฐาน การทำสิ่งกีดขวาง หรือการดูแลพื้นที่ มีเป้าหมายเพื่อปกป้องกำลังพลและประชาชน หลังจากเกิดสถานการณ์สู้รบและมีภัยคุกคามเกิดขึ้น
ดังนั้น สิ่งกีดขวางด้านความปลอดภัยไม่ได้ทำหน้าที่เป็นเครื่องมือปักปันเขตแดน และไม่ได้ทำให้เส้นเขตแดนตามกฎหมายเปลี่ยนแปลง
อีกประเด็นที่ ผอ.JIC ฝากถึงฝ่ายกัมพูชา คือ ถ้อยแถลงร่วมวันที่ 27 ธันวาคม 2568 โดยระบุว่าอยากให้กลับไปอ่านเอกสารฉบับดังกล่าวให้ครบ เพราะเป้าหมายสำคัญของถ้อยแถลงคือการหยุดการสู้รบ ลดความตึงเครียด และป้องกันไม่ให้เกิดการเผชิญหน้ารอบใหม่
สาระสำคัญหลังการหยุดยิงคือ กำลังของทั้งสองฝ่ายต้องอยู่ ณ ที่ตั้งของตัวเอง หลีกเลี่ยงการรุกคืบหรือการกระทำที่อาจทำให้สถานการณ์กลับมาตึงเครียดอีกครั้ง
ส่วนเรื่องประชาชนและหลักมนุษยธรรม ไทยยืนยันว่าไม่ได้ปฏิเสธเรื่องการให้พลเรือนกลับบ้านอย่างปลอดภัย แต่การพูดถึงหลักมนุษยธรรมก็ต้องอ่านและปฏิบัติตามถ้อยแถลงร่วมทั้งฉบับ ไม่ควรหยิบเพียงบางประเด็นมาใช้สนับสนุนข้อกล่าวหาเรื่องอธิปไตย
“หลักมนุษยธรรมต้องได้รับการคุ้มครอง แต่หลักมนุษยธรรมไม่ใช่เครื่องมือปักปันเขตแดน”
สำหรับการใช้กลไก JBC เพื่อแก้ไขปัญหาเขตแดน ฝ่ายไทยไม่ได้ปฏิเสธ แต่หากทั้งสองฝ่ายยอมรับว่า JBC เป็นช่องทางสำหรับจัดการข้อแตกต่างเรื่องเขตแดน ก็ควรเปิดโอกาสให้กลไกดังกล่าวทำงาน แทนที่จะประกาศล่วงหน้าผ่านสื่อว่าพื้นที่เป็นของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งและตัดสินไปแล้วว่าใครเป็นผู้รุกราน
ผอ.JIC ยังกล่าวถึงกรณีบุคคลที่สามเข้ามาสังเกตการณ์ว่า ไทยไม่ได้มีปัญหากับการตรวจสอบภายใต้กรอบอำนาจหน้าที่ เพราะความโปร่งใสเป็นประโยชน์ต่อทุกฝ่าย แต่ต้องแยกให้ออกระหว่าง “โลกกำลังมองเห็น” กับ “โลกตัดสินแล้ว”
นักการทูตลงพื้นที่ไม่ได้แปลว่ารัฐบาลของประเทศนั้นรับรองข้อเรียกร้องทางอธิปไตยของฝ่ายใด ขณะที่การที่ AOT เข้าไปสังเกตการณ์ก็ไม่ได้หมายความว่า AOT มีคำวินิจฉัยเรื่องเส้นเขตแดน
ท้ายที่สุด ผอ.JIC ย้ำจุดยืนของไทยว่า หากฝ่ายกัมพูชามั่นใจว่ามีหลักฐาน ก็ไม่จำเป็นต้องแข่งขันกันกล่าวหาผ่านสื่อ แต่ควรเปิดหลักฐาน ใช้กลไกที่ทั้งสองฝ่ายตกลงร่วมกัน และกลับไปอ่านถ้อยแถลงร่วมให้ครบถ้วน
พร้อมทิ้งท้ายด้วยประโยคที่ชัดเจนว่า
“ตู้คอนเทนเนอร์ไม่ใช่หลักเขตแดน ลวดหนามไม่ใช่สนธิสัญญา ผู้สังเกตการณ์ไม่ใช่ผู้พิพากษา และการกล่าวหาซ้ำ ๆ ไม่ได้สร้างอธิปไตย”
จากนี้จึงต้องจับตาว่าการหารือผ่านกลไกต่าง ๆ จะเดินหน้าไปในทิศทางใด เพราะประเด็นชายแดนไม่สามารถตัดสินกันด้วยภาพเพียงภาพเดียวหรือคำกล่าวอ้างของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แต่ต้องอาศัยหลักฐาน ข้อตกลง และกระบวนการที่ทั้งสองฝ่ายยอมรับร่วมกัน
7 รถยนต์มือสองยุค 2000s ในไทย ที่ราคากำลังพุ่งสูงกว่าตอนออกห้างมือหนึ่ง
เลขที่ไม่เคยออก 1 กันยายน ย้อนหลัง 20 ปี มีตัวไหนบ้าง
ฝนเพิ่มอีกระลอก 27–31 ส.ค. เฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน
เมดเล่ย์เลขฮิต 8 สำนัก 1/9/69
เมื่อ "ตุ๊กตุ๊กไทย" ผงาดบนรันเวย์อังกฤษ ทุบสถิติโลกความเร็ว 119 กม./ชม.!
มาเฟียอิสราเอลดับกลางปั๊ม ยานิช ยูชาเอฟ ถูกจ่อยิงเข้าหลังศีรษะ ตำรวจเร่งล่ามือปืน
ชาติที่คนใช้เงินในประเทศไทยมากที่สุด อันดับที่ 1 ของโลก
ปริศนาร่างสักยันต์มุกดาหาร ความเชื่อเรื่องอาคมหรือมัมมี่ธรรมชาติ?
แห้วไทยมาจากไหน? เปิดที่มาและแหล่งปลูกแห้วชื่อดัง
"ฮาวี แมนเดล" ยกให้ "เนเน่ รอยัล" เป็นร็อกสตาร์ระดับโลก ขณะที่ America's Got Talent ซีซัน 21 เดินเข้าสู่รอบไลฟ์โชว์
อาชีพใดคู่แข่งน้อย แต่รายได้ดี? เปิดมุมมอง 10 อาชีพเฉพาะทางที่คนทั่วไปอาจมองข้าม
แนวทางเลขสูตรลับ เสือตกถัง อาจารย์พล ขอนเเก่น 1/9/69
มาเฟียอิสราเอลดับกลางปั๊ม ยานิช ยูชาเอฟ ถูกจ่อยิงเข้าหลังศีรษะ ตำรวจเร่งล่ามือปืน
แห้วไทยมาจากไหน? เปิดที่มาและแหล่งปลูกแห้วชื่อดัง
เมื่อ "ตุ๊กตุ๊กไทย" ผงาดบนรันเวย์อังกฤษ ทุบสถิติโลกความเร็ว 119 กม./ชม.!
ฝนเพิ่มอีกระลอก 27–31 ส.ค. เฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน
ปริศนาร่างสักยันต์มุกดาหาร ความเชื่อเรื่องอาคมหรือมัมมี่ธรรมชาติ?
5 ประเทศที่ไม่มีท่าเรือเป็นของตัวเอง แต่กลายเป็นศูนย์กลางการค้าสำคัญของภูมิภาค
ข่าวเศร้าวงการเพลงคันทรี: "ดอลลี พาร์ตัน" ราชินีเพลงอมตะ จากไปอย่างสงบในวัย 80 ปี
เปิดเส้นทาง “เนเน่ รอยัล” สาวภูเก็ตวัย 16 ปี จากเวที AGT สู่รอบชิง หลัง เมล บี กดโกลเด้นบัซเซอร์ให้
มาเฟียอิสราเอลดับกลางปั๊ม ยานิช ยูชาเอฟ ถูกจ่อยิงเข้าหลังศีรษะ ตำรวจเร่งล่ามือปืน
บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ กันยายน 2569 เช็กวงเงินเข้าวันที่ 1 และ 18 ก.ย.
