รอมฏอนลงพื้นที่ เจอหัวกระสุน 5.56 ปมวัยรุ่นอ้างถูกเฮลิคอปเตอร์ยิง
รอมฏอนลงพื้นที่ เจอหัวกระสุน 5.56 ปมวัยรุ่นอ้างถูกเฮลิคอปเตอร์ยิง
เรื่องนี้ผมว่าต้องจับตากันให้ดี เพราะมีทั้งคำกล่าวอ้างของชาวบ้านในพื้นที่ และคำชี้แจงจากฝ่ายความมั่นคงที่ออกมาในอีกด้านหนึ่ง
นายรอมฏอน ปันจอร์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ลงพื้นที่ ต.ช้างเผือก อ.จะแนะ จ.นราธิวาส เพื่อตรวจสอบจุดเกิดเหตุ หลังวัยรุ่นรายหนึ่งอ้างว่าถูกเฮลิคอปเตอร์ของทางการยิงใส่ระหว่างเดินทางกลับบ้าน จนได้รับบาดเจ็บ
จากการลงพื้นที่ มีการชี้จุดที่กลุ่มวัยรุ่นระบุว่าเห็นเฮลิคอปเตอร์ พร้อมลำแสงสีเขียว ก่อนเกิดเหตุยิงและต้องขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีไปขอความช่วยเหลือที่ อบต.ช้างเผือก ซึ่งอยู่ห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 3 กิโลเมตร
สิ่งที่น่าสนใจคือบริเวณถนนดังกล่าวพบร่องรอยที่ระบุว่าอาจเกี่ยวข้องกับกระสุนหลายจุด ขณะที่ข้อมูลจากตำรวจระบุว่าพบหัวกระสุนขนาด 5.56 มม. 1 หัว และปลอกกระสุนอีก 3 ปลอก
ตรงนี้จึงเกิดคำถามทันทีว่า
กระสุนมาจากไหน? ใครเป็นคนยิง? และเกี่ยวข้องกับเฮลิคอปเตอร์ที่ถูกกล่าวถึงหรือไม่?
แต่เรื่องยังไม่จบแค่นั้น
เพราะหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาสออกมาชี้แจงว่า ในคืนเกิดเหตุ บนเฮลิคอปเตอร์มีเจ้าหน้าที่ประจำเครื่อง 4 นาย ได้แก่ นักบิน นักบินผู้ช่วย ฝ่ายอำนวยการ และช่างเครื่อง พร้อมยืนยันว่า ไม่มีใครพกอาวุธปืนประจำกายขึ้นไปบนอากาศยาน เนื่องจากมีคำสั่งของหน่วยกำหนดไว้
รวมถึงปฏิเสธกระแสข่าวที่ระบุว่ามีทหารยศจ่าอยู่บนเครื่อง
เมื่อข้อมูลออกมาสองด้านแบบนี้ ผมว่าไม่ควรรีบด่วนสรุปว่าใครผิดหรือใครพูดจริง
แต่สิ่งที่ควรทำคือเอาหลักฐานมาพิสูจน์กันให้ชัด
หัวกระสุน 5.56 มม. ที่พบมาจากอาวุธชนิดใด?
ปลอกกระสุนสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้หรือไม่?
วิถีกระสุนเป็นอย่างไร?
มีหลักฐานยืนยันหรือไม่ว่ากระสุนถูกยิงจากอากาศยาน?
และในคืนเกิดเหตุ เฮลิคอปเตอร์บินอยู่บริเวณใด มีข้อมูลการบินที่สามารถตรวจสอบได้หรือไม่?
เพราะถ้าพิสูจน์ได้ว่าเฮลิคอปเตอร์ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการยิง เรื่องก็ต้องชัดเจนว่าเกิดอะไรขึ้นกับวัยรุ่นกลุ่มดังกล่าว
แต่ถ้าพบหลักฐานว่าเจ้าหน้าที่คนใดใช้อาวุธโดยฝ่าฝืนคำสั่ง ก็ต้องตรวจสอบกันต่อไปว่าเป็นใครและเกิดอะไรขึ้น
อีกเรื่องที่สำคัญคือพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุ
ฉก.นราธิวาสระบุว่า ภาพร่องรอยบนถนนที่ปรากฏตามสื่อถูกถ่ายก่อนเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานตำรวจจะเข้าตรวจสอบพื้นที่อย่างเป็นทางการ และการที่บุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องเข้าไปในพื้นที่อาจกระทบต่อพยานหลักฐาน
เรื่องนี้ก็ควรให้ความสำคัญ เพราะคดีลักษณะนี้สุดท้ายแล้วไม่ควรตัดสินกันด้วยความรู้สึก
ไม่ใช่เชื่อทหาร หรือเชื่อวัยรุ่นฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเพียงอย่างเดียว
แต่ต้องให้หลักฐานเป็นตัวตอบ
ผมมองว่าการที่ สส.รอมฏอนลงพื้นที่ไปดูจุดเกิดเหตุด้วยตัวเอง อย่างน้อยก็ทำให้ประเด็นนี้ถูกนำกลับมาถามต่อในพื้นที่สาธารณะ
และคำถามที่สังคมควรช่วยกันหาคำตอบก็คือ
ใครยิง? ยิงจากไหน? กระสุนมาจากไหน? และเฮลิคอปเตอร์เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์นี้จริงหรือไม่?
ถ้าทางการไม่ได้ยิงจริง ก็ต้องพิสูจน์ให้ประชาชนเห็นอย่างชัดเจน
เพราะความจริงไม่ควรต้องกลัวการตรวจสอบ
และถ้ามีเจ้าหน้าที่รัฐทำผิดจริง ก็ต้องรับผิดตามกฎหมาย
สุดท้ายแล้ว เรื่องนี้ไม่ควรจบลงด้วยคำว่า “ฝ่ายไหนพูดน่าเชื่อกว่ากัน”
แต่ควรจบด้วยคำว่า
“หลักฐานพิสูจน์แล้วว่าเกิดอะไรขึ้น”
เปิดศึกเลขเด็ดงวดนี้! เจ้าพ่อปากแดง ปะทะ เจ้าแม่ตะเคียนทอง งวด 1 ต.ค. 59 คัดมาให้เน้นๆ พร้อมลุ้นรวย
ความลับ 30 ล้านปีของ “แม่น้ำไนล์”: ทำไมสายน้ำสายนี้ถึงไม่เคยเหือดแห้งกลางทะเลทรายซาฮารา
ส่องเลข 3 สำนักพิมพ์ งวด 1 ต.ค. 69 ตัวไหนมีข้อมูลตรงกัน
ประวัติศาสตร์หน่อไม้ฝรั่ง: จากผักศักดิ์สิทธิ์แห่งพีระมิด สู่สงครามยาเสพติด และนโยบายที่พังทลายเกษตรกรอเมริกัน
รู้หรือไม่? เปิดรายได้พนักงานส่งพัสดุของแต่ละแอป วันหนึ่งได้เท่าไร
อำเภอที่มีชื่ออำเภอสั้นที่สุด 3 อำเภอเท่านั้นในประเทศไทย
เปิด 5 โรงเรียนหญิงล้วนเก่าแก่ของไทย ที่มีประวัติยาวนานกว่าศตวรรษ
โรงเรียนหญิงล้วนของรัฐบาล ที่เด็กอยากเข้าเรียนที่สุด
โรงเรียนที่มีนักเรียนมากที่สุดในไทย
แปลปกสลาก งวด 1 ต.ค. 69 ส่องตัวเลขจากภาพปกสลากกินแบ่งรัฐบาล
เปิด 5 สาขาวิศวะที่ค่าเทอมแพงที่สุดในไทย หลักสูตรเดียวจ่ายทะลุ 5 แสน!
มูลนิธิองค์กรทำดีชี้แจง บุคคลปริศนาไม่ใช่ทีมงานและไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง
อำเภอที่มีชื่ออำเภอสั้นที่สุด 3 อำเภอเท่านั้นในประเทศไทย
