มีคนนำเหรียญจำนวนมากไปใส่ในตู้เอทีเอ็มของธนาคารจนเครื่องติดขัด
ในญี่ปุ่น หลายคนเริ่มมีปัญหากับเหรียญที่สะสมอยู่ในบ้าน เพราะการนำเหรียญจำนวนเล็กน้อยไปฝากธนาคารไม่ได้สะดวกเหมือนเมื่อก่อน โดยเฉพาะที่ธนาคารไปรษณีย์ญี่ปุ่น ซึ่งปัจจุบันคิดค่าธรรมเนียมในการฝากเหรียญผ่านตู้เอทีเอ็ม แม้จะฝากเพียงเหรียญเดียวก็อาจต้องเสียค่าธรรมเนียม 110 เยน หากฝากประมาณ 26 เหรียญ ค่าธรรมเนียมจะเพิ่มเป็น 220 เยน และ ถ้าฝากประมาณ 51 เหรียญก็เป็น 330 เยน นั่นหมายความว่า ถ้ามีเหรียญ 100 เยนอยู่เพียงเหรียญเดียว แล้วต้องการนำไปฝากเข้าบัญชี ก็อาจต้องเสียค่าธรรมเนียมมากกว่ามูลค่าของเหรียญเสียอีก หลายคนจึงรู้สึกว่ามันไม่สมเหตุสมผล
เมื่อที่หนึ่งคิดค่าฝากเหรียญ ผู้คนก็เริ่มหาทางเลือกอื่น ธนาคารขนาดใหญ่บางแห่งยังอนุญาตให้ฝากเหรียญผ่านตู้เอทีเอ็มได้ฟรี โดยจำกัดจำนวนประมาณ 100 เหรียญต่อครั้ง ทำให้บางคนเลือกนำเหรียญที่สะสมไว้มาฝากที่ธนาคารเหล่านี้แทน ปัญหาคือ ตู้เอทีเอ็มไม่ได้ถูกออกแบบมาให้คนหนึ่งคนใช้เวลานานๆ เพื่อเทเหรียญจำนวนมากเข้าเครื่อง เมื่อฝากเหรียญ ตู้เอทีเอ็มต้องแยกเหรียญออกตามชนิด เช่น เหรียญ 1 เยน 5 เยน 10 เยน 50 เยน และ 100 เยน กระบวนการนี้ใช้เวลานานกว่าการใส่ธนบัตรมาก หากคนหนึ่งนำเหรียญจำนวนมากมาฝาก ตู้จึงทำงานอยู่นาน และคนที่ยืนต่อคิวอยู่ด้านหลังก็ต้องรอ
บางธนาคารกำหนดให้ฝากเหรียญได้ไม่เกิน 100 เหรียญต่อครั้ง หากมีเหรียญ 500 เหรียญ ก็ต้องแบ่งฝากหลายรอบ ยิ่งทำให้ใช้เวลานานขึ้น พนักงานธนาคารบางแห่งถึงกับพูดติดตลกว่า "ธนาคารของพวกเรากลายเป็นเหมือน ที่ทิ้งเศษเหรียญ" แทนที่จะเป็นสถานที่ให้บริการฝากเงินตามปกติ
มีกรณีที่ลูกค้าคนหนึ่งใช้ตู้เอทีเอ็มฝากเหรียญนานถึงประมาณ 30 นาที เพราะธนาคารมีตู้เอทีเอ็มเพียงไม่กี่เครื่อง เมื่อมีคนใช้เครื่องหนึ่งนานมาก คนอื่นก็ต้องต่อแถวยาว และ บางครั้งถึงขั้นเกิดการทะเลาะกันได้ โดยเฉพาะในช่วงพักกลางวันหรือช่วงที่คนใช้บริการจำนวนมาก หากมีตู้เอทีเอ็มบางเครื่องกำลังซ่อมอยู่ ปัญหาก็ยิ่งหนักขึ้น
เรื่องที่น่าปวดหัวอีกอย่าง คือ คนบางคนไม่ได้ใส่เฉพาะเหรียญญี่ปุ่นเข้าไปในเครื่อง บางครั้งมีเหรียญต่างประเทศปะปนอยู่ หรือ มีเหรียญที่ใช้กับเครื่องสล็อตแมชชีน เมื่อใส่เข้าไป ตู้เอทีเอ็มอาจไม่รับและส่งกลับออกมา หากลูกค้าไม่รู้ว่าเหรียญมีปัญหา ก็อาจพยายามใส่ซ้ำหลายครั้ง ทำให้เครื่องทำงานผิดปกติหรือหยุดทำงานได้ และ ในบางกรณีลูกค้าก็หงุดหงิดจนไปต่อว่าพนักงาน ทั้งที่ต้นเหตุไม่ได้เกิดจากพนักงานเลย
เหรียญที่ระลึกก็อาจทำให้เกิดปัญหาได้เช่นกัน เหรียญรุ่นใหม่จำนวนมากทำให้มีขนาดใกล้เคียงกับเหรียญที่ใช้ทั่วไป แต่เหรียญที่ระลึกในอดีตบางรุ่นมีขนาดใหญ่กว่าเหรียญปกติ ถึงจะมีมูลค่าหน้าเหรียญเหมือนกันก็ตาม หากนำเหรียญเหล่านี้ใส่ตู้เอทีเอ็ม เครื่องก็อาจไม่ยอมรับ เพราะขนาดหรือรูปร่างไม่ตรงกับที่เครื่องกำหนด
นอกจากนี้ยังมีเหรียญเก่าก่อนสงคราม ที่สามารถทำให้เครื่องสับสนได้ ตัวอย่างหนึ่งคือเหรียญ 1 เซ็นที่ผลิตในช่วงปี 1916 ถึง 1938 เหรียญชนิดนี้มีเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 23.03 มิลลิเมตร ขณะที่เหรียญ 10 เยนในปัจจุบันมีเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 23.5 มิลลิเมตร ขนาดจึงใกล้กันมาก และทั้งสองชนิดยังมีสีคล้ายกันเพราะทำจากทองแดง ด้วยเหตุนี้ เหรียญเก่าชนิดนี้จึงอาจถูกเครื่องนับเหรียญเข้าใจผิดว่าเป็นเหรียญ 10 เยนได้ และ บางครั้งก็มีคนหยิบมันไปใช้โดยไม่รู้ว่าเป็นเหรียญเก่า นอกจากนี้เหรียญที่งอ บุบ หรือ ผิดรูป... ก็ไม่ควรนำเข้าเครื่อง เพราะตู้เอทีเอ็มเป็นเครื่องจักรที่ต้องทำงานด้วยความแม่นยำ หากเหรียญมีรูปร่างผิดไปจากปกติ เครื่องอาจไม่สามารถคัดแยกหรือส่งเหรียญไปยังช่องที่ถูกต้องได้
ในบางพื้นที่ยังมีเหรียญที่ถูกเผาหรือผ่านความร้อนสูงจากประเพณีเกี่ยวกับงานศพ เหรียญลักษณะนี้อาจมีรูปร่างผิดปกติหรือเสียหาย และ ไม่ควรนำไปใส่ตู้เอทีเอ็ม เพราะอาจทำให้เกิดปัญหากับเครื่องได้ ปัญหาไม่ได้เกิดเฉพาะกับเหรียญเท่านั้น ธนบัตรก็สามารถทำให้ตู้เอทีเอ็มเสียหรือหยุดทำงานได้เช่นกัน โดยเฉพาะธนบัตรที่พับ ม้วน เปียก หรือ ยับมาก หากนำธนบัตรที่มีสภาพไม่ดีเข้าไปในเครื่อง กลไกภายในอาจดึงธนบัตรเข้าไปไม่ถูกต้องจนเกิดการติดขัด
มีคนเคยนำธนบัตร 1,000 เยนหลายใบมาพับและม้วนรวมกันเพื่อให้พกง่าย แล้วเผลอนำธนบัตรที่มีสภาพแบบนั้นใส่เข้าไปในตู้เอทีเอ็ม ผลก็คือเครื่องส่งเสียงผิดปกติและหยุดทำงาน ต้องรอประมาณ 30 นาทีจึงกลับมาใช้งานได้อีกครั้ง พนักงานธนาคารบอกว่า "ปัญหาแบบนี้เกิดขึ้นอยู่เรื่อยๆ บางคนใส่ธนบัตรที่หนีบรวมกันด้วยคลิปหนีบกระดาษหรือยางรัด บางคนใส่ธนบัตรที่เปียกเข้าไป เมื่อธนบัตรเปียกมันจะติดกันและยับง่าย ทำให้เครื่องทำงานผิดพลาดได้" ตู้เอทีเอ็มจึงไม่ใช่เครื่องที่สามารถใส่อะไรก็ได้ตามใจ แม้จะเป็นเงินที่ถูกต้องตามกฎหมายก็ตาม แต่สภาพของเงินก็สำคัญมาก
เขียนโดย ผู้แข็งแกร่งไร้เทียมทาน
อาชีพใดคู่แข่งน้อย แต่รายได้ดี? เปิดมุมมอง 10 อาชีพเฉพาะทางที่คนทั่วไปอาจมองข้าม
7 ของใช้ในครัวที่หมดอายุแล้ว แต่คนส่วนใหญ่ยังคงใช้งานอยู่
ชาติที่คนใช้เงินในประเทศไทยมากที่สุด อันดับที่ 1 ของโลก
มหกรรมกีฬาหุ่นยนต์ฮิวมานอยด์โลก (World Humanoid Robot Games)
ความจริงของการ "กลั้นปัสสาวะ" อันตรายถึงชีวิตที่มากกว่าแค่โรคไต?
เปิดสถิติ 10 จังหวัดที่มีวัดร้างมากที่สุดในประเทศไทย
ส่องทิศทางตัวเลขเด่น ม้าสีหมอก VS ม้าวิ่ง วันที่ 1 กันยายน 2569
งูพิษลอยน้ำ งูไม่มีพิษจมน้ำ จริงหรือ? ไขความเชื่อเก่าเกี่ยวกับงูในสายน้ำ
"เกแว็ง กัสโตร" ล้มลงคาสนาม
เปิดตำนาน “เหรียญ 10 บาท ปี 33” ธนารักษ์ประเดิมระบบประมูลดิจิทัล เคาะสนั่น 52 ครั้ง จบที่ 2.54 ล้านบาท
แดนเซอร์เบื้องหลังศิลปินดัง ได้ค่าจ้างต่อโชว์เท่าไร?
ส่องรหัสเลขมูเตลู "เจ้าเเม่ตะเคียนทอง" 1/9/69
ทุเรียนจังหวัดไหนแพงที่สุด? เปิด 5 แหล่งทุเรียนพรีเมียมของไทย
7 ของใช้ในครัวที่หมดอายุแล้ว แต่คนส่วนใหญ่ยังคงใช้งานอยู่
ความจริงของการ "กลั้นปัสสาวะ" อันตรายถึงชีวิตที่มากกว่าแค่โรคไต?
เปิดสถิติ 10 จังหวัดที่มีวัดร้างมากที่สุดในประเทศไทย
ตำรวจคลองท่อมลุดกวาดล้างอาชญากรรม จับ 2 ผู้ต้องหา ยึดยาบ้า
มหกรรมกีฬาหุ่นยนต์ฮิวมานอยด์โลก (World Humanoid Robot Games)
ดราม่าเดือด! คลิปชายมาเลเซียถูกค้นริมถนนในไทย ถึงขั้นถอดรองเท้า เจอชาวเน็ตแฉประสบการณ์คล้ายกัน ลามเรียกบอยคอตเที่ยวไทย
ดราม่าร้อน! พรรคประชาชน นราธิวาส ตั้งคำถามเหตุเด็ก ม.2 ถูกยิง หลังข้อมูลจากคนเจ็บระบุมี ฮ.บินติดตาม ขณะที่ กอ.รมน.ยืนยันไม่ได้ใช้อาวุธ
ตำรวจคลองท่อมลุดกวาดล้างอาชญากรรม จับ 2 ผู้ต้องหา ยึดยาบ้า
มหกรรมกีฬาหุ่นยนต์ฮิวมานอยด์โลก (World Humanoid Robot Games)
