หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
News บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

แอป VPN ฟรีหลายตัวบนระบบ Android นั้น ไม่ปลอดภัยในการใช้งาน


เขียนโดย Annonymus TN

 

จากรายงานโดยเว็บไซต์ The Hacker News ได้กล่าวอ้างอิงถึงการนำเสนองานวิจัยของทีมวิจัยจาก 3 สถาบัน อันประกอบด้วย มหาวิทยาลัย University of Michigan, มหาวิทยาลัย the University of New Mexico, และ สถาบัน IIT Delhi ณ งานประชุม NDSS Security Conference ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดยงานวิจัยดังกล่าวนั้นกล่าวถึงการใช้งานเครื่องมือ MVPNalyzer ซึ่งเป็นเครื่องมือสำหรับใช้ในการตรวจสอบ, วิเคราะห์, ศึกษาวิจัย แอปพลิเคชัน VPN เวอร์ชันโทรศัพท์มือถือ โดยเครื่องมือดังกล่าวนั้นเป็นการพัฒนาต่อยอดมาจาก VPNalyzer ซึ่งเป็นเครื่องมือสำหรับวิเคราะห์แอปพลิเคชัน VPN เวอร์ชันเดสก์ท็อป (Desktop) โดยงานวิจัยนั้นพบสิ่งที่น่าสนใจคือ แอปพลิเคชัน VPN แบบฟรีที่มีให้ดาวน์โหลดบนแอปสโตร์อย่างเป็นทางการของผู้ใช้งานระบบปฏิบัติการ Android อย่าง Google Play Store นั้น มากกว่า 281 แอปมีช่องโหว่หลายอย่างที่อาจส่งผลต่อความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้งาน และที่น่าเป็นห่วงก็คือ แอปพลิเคชันเหล่านี้มียอดการดาวน์โหลดรวมแล้วมากกว่า 2.4 พันล้านครั้งจากผู้ใช้งานทั่วโลก ซึ่งช่องโหว่ที่สำคัญต่าง ๆ นั้นมีดังนี้

 

ช่องโหว่แรกและสำคัญที่สุด การเข้าสวมรอยอุโมงค์ (Tunnel Hijacking)

 

ในการตรวจสอบแอปพลิเคชัน VPN กลุ่มดังกล่าวนั้น พบว่ามี 5 แอปบน Google Play Store ที่ทำการดาวน์โหลดไฟล์การตั้งค่า (Configuration) ซึ่งเป็นไฟล์สำหรับการสั่งการให้ตัวแอปทำการติดต่อกับเซิร์ฟเวอร์ที่กำหนด ลงมาแบบไฟล์ที่ไม่ได้ถูกเข้ารหัส (Plain Text) ทำให้ถ้าแฮกเกอร์อยู่บนเครือข่าย (Network) เดียวกัน ก็สามารถที่จะเข้าแทรกแซงเขียนทับค่าดังกล่าวเพื่อทำให้แทนที่ผู้ใช้งานจะติดต่อกับเซิร์ฟเวอร์ของผู้ให้บริการ VPN กลับกลายเป็นการติดต่อไปยังเซิร์ฟเวอร์ของแฮกเกอร์แทน ซึ่ง 5 แอปพลิเคชัน พร้อมชื่อเซิร์ฟเวอร์ที่ตัวแอปพลิเคชันติดต่อเพื่อใช้งานนั้น มีดังนี้

 

BambooVPN: Turbo Fast VPN (free.vpn.unblock.proxy.bamboovpn)

VPN Pro (com.nebulatech.voocvpnpro)

Free VPN (com.appoxide.freevpn)

Hexa VPN (com.secure.vpn.proxy)

101 VPN (com.shwe.vpn101)

 

ช่องโหว่ที่สอง การรั่วไหลของข้อมูล (Leak)

 

เมื่อตรวจสอบด้านความปลอดภัยลึกลงไป ทางทีมวิจัยก็พบว่าจากจำนวน 29 แอปพลิเคชัน มี 24 แอปที่เกิดการรั่วไหลในส่วนของการจราจรทาง DNS ทำให้ข้อมูลว่าผู้ใช้งานนั้นกำลังเข้าเว็บไซต์อะไรอยู่รั่วไหลไปสู่โลกภายนอก ซึ่งแอปพลิเคชันเหล่านี้นั้นมีผู้ดาวน์โหลดมากถึง 360 ล้านราย โดยในจำนวนนี้นั้น 6 แอปที่ข้อมูลการเยี่ยมชมเว็บไซต์ทั้งหมดรั่วไหลสู่โลกภายนอก และ 4 แอปมีการใช้งานอุโมงค์โดยไม่มีการเข้ารหัส (Encryption) เลย

 

ในการตรวจสอบที่แยกจากการตรวจสอบข้างต้นนั้น มีการตรวจพบว่าทางผู้ให้บริการแอปกว่า 169 แอป ไม่ได้มีความพยายามในการปลอมตัว (Disguisse) การจราจรของข้อมูล ทำให้หน่วยงานเซ็นเซอร์ของรัฐบาลต่าง ๆ นั้นสามารถตรวจจับและบล็อกการใช้งานได้ง่าย ทั้งยังสร้างความเสี่ยงให้กับผู้ใช้งานได้อีกด้วย

 

ช่องโหว่ที่สาม การติดตามพฤติกรรมการใช้งาน (Tracking)

 

ผู้คนมักจะใช้งาน VPN เพื่อความเป็นส่วนตัว เช่น เลี่ยงการถูกติดตามตัว แต่ผู้ให้บริการ VPN แบบฟรีเหล่านี้กลับติดตามพฤติกรรมผู้ใช้งานเสียเอง โดยแอปพลิเคชันกว่า 76 ตัว ทำการส่งหมายเลขระบุผู้รับโฆษณาของผู้ใช้งาน VPN แต่ละเครื่อง (Advertisement ID) ให้กับผู้โฆษณาในการยิงโฆษณาใส่ให้ตรงกับพฤติกรรมผู้ใช้งาน

 

นอกจากนั้นยังพบอีกว่า กว่า 80% ของแอปพลิเคชัน VPN ฟรีจำนวน 246 แอป ได้มีการส่งข้อมูลต่าง ๆ ของผู้ใช้งานแอปพลิเคชันอย่าง รุ่นโทรศัพท์มือถือ, ขนาดหน้าจอ, และ เวอร์ชันของระบบปฏิบัติการ ให้กับผู้โฆษณา หนักไปกว่านั้นยังพบว่ามีแอปพลิเคชันหนึ่งส่งตำแหน่งแบบแม่นยำ (Exact Location) ของผู้ใช้งานให้กับผู้โฆษณา เรียกได้ว่าผู้ให้บริการจำนวนมากละเมิดความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้งานอย่างรุนแรง

 

ช่องโหว่ที่สี่ องค์ประกอบต่าง ๆ (Setup) ที่อ่อนแอมาก

 

ทางทีมวิจัยยังพบข้อกังวลอื่น ๆ บนแอปพลิเคชัน VPN แบบฟรีอีกมากมาย เช่น กว่า 89% ของแอปพลิเคชันทั้งหมดนั้นมีการใช้การยืนยันตัวตน (Authentication) แค่ชั้นเดียว เช่น การใช้งานรหัสผ่าน (Password) หรือ การใช้ใบรับรอง (Certificate) อย่างใดอย่างหนึ่งแทนที่จะใช้ทั้ง 2 อย่างพร้อมกัน ไม่เพียงเท่านั้น ประมาณ 1 ใน 5 ของแอปพลิเคชันทั้งหมดนั้นยังมีการใช้ระบบการเข้ารหัสที่ล้าสมัยไปแล้ว ใช้ การเข้ารหัสแบบ Blowfish cipher และ triple DES ทำให้ถูกเจาะได้ง่าย ซึ่งวิธีการเข้ารหัสทั้ง 2 นั้นมีช่องโหว่ด้านความปลอดภัยให้แฮกเกอร์สามารถเข้าใช้งานได้ อย่าง CVE-2016-6329 และ CVE-2016-2183 อีกด้วย

 

เนื้อหาโดย: Annonymus TN
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
Annonymus TN's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 88 ครั้ง
เขียนโดย Annonymus TN
นักข่าวสายอาชญากรรมไซเบอร์และเทคโนโลยี เชี่ยวชาญการรายงานภัยออนไลน์ เช่น มัลแวร์ การหลอกลวง และการใช้ AI ในทางผิด โดยนำเสนอข้อมูลที่ซับซ้อนให้เข้าใจง่าย กระชับ และตรงประเด็น เพื่อให้ผู้อ่านรู้ทันภัยดิจิทัลก่อนตกเป็นเ
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
ปุ้มปุ้ย พรรณทิพา ฝากถึง กวินท์ หลังลดสถานะ ยอมรับหนักมาก วอนแฟนๆ รักเขาแทนเธอสถานีรถไฟกลางป่าแห่งนี้ เคยมีรถไฟผ่านทุกวัน แต่วันนี้กลับเงียบลง เพราะอะไรเปิดอันดับกองทัพที่แข็งแกร่งที่สุดในเอเชีย ปี 25695 วงการสุดเทาในโซเชียล ฉากหน้าดูดี ฉากหลังสูบเงินผู้บริโภคยับๆเปิด 5 จังหวัดอีสานที่มีฐานอุตสาหกรรมใหญ่ที่สุด โรงงานเยอะ เงินลงทุนสูง จ้างงานมหาศาลพลทหารวัย 20 เสียชีวิตหลังกลับค่ายโคราช ญาติยังติดใจหลายจุด ขอคำตอบก่อนสรุปสาเหตุรู้หรือไม่ ชื่อของคนไทย เมื่อก่อนตั้งได้ แต่เดี๋ยวนี้ห้ามเปิด 5 อบต. รายได้รวมสูงที่สุดในไทย ปี 2569 ตัวเลขทะลุพันล้าน!ห้างของคนไทยในประเทศจีน ที่มีขนาดพื้นที่ใหญ่มากที่สุดจังหวัดที่มี "สนามบิน 2 แห่ง" ในจังหวัดเดียวรู้ไหมพู่ถุงเท้าลูกเสือ มีประโยชน์อะไรเปิด 5 จังหวัดที่มีมหาวิทยาลัยและนักศึกษาจำนวนมาก จนกลายเป็น “เมืองมหาวิทยาลัย” ของไทย
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
เปิด 5 จังหวัดอีสานที่มีฐานอุตสาหกรรมใหญ่ที่สุด โรงงานเยอะ เงินลงทุนสูง จ้างงานมหาศาลพลทหารวัย 20 เสียชีวิตหลังกลับค่ายโคราช ญาติยังติดใจหลายจุด ขอคำตอบก่อนสรุปสาเหตุ5 วงการสุดเทาในโซเชียล ฉากหน้าดูดี ฉากหลังสูบเงินผู้บริโภคยับๆ
กระทู้อื่นๆในบอร์ด ข่าววันนี้
จาก “แม่ภัทร” ร้องถูกพาเข้าศูนย์ สู่ผลตรวจ 129 เตียง พบห้องลูกกรง-ผู้ป่วยจิตเวชอาการรุนแรงเปิดมุมความสวย “จอย” ซิงเกิ้ลมัมวัย 28 หวานใจ “เต วรากร” นักเตะดาวรุ่งหมอนทองวิทยา"ฮุน มาเนต" ลั่น! รัฐบาลกัมพูชาไม่มีเงินชดเชยให้..ใครอยากได้ให้ไปขอฝ่ายไทยเองรู้จัก “เสฏฐวุฒิ วงศ์เลอวุฒิ” จากนายอำเภอบ้านสร้าง สู่คำสั่งช่วยราชการ 30 วัน
ตั้งกระทู้ใหม่