หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
News บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

จู หรงจี อดีตนายกรัฐมนตรีจีนเสียชีวิตในวัย 97 ปี

เขียนโดย preechalcpd

จู หรงจี อดีตนายกรัฐมนตรีจีนและหนึ่งในบุคคลสำคัญของการปฏิรูปเศรษฐกิจจีน เสียชีวิตที่กรุงปักกิ่งเมื่อวันที่ 12 สิงหาคม 2569 ด้วยวัย 97 ปี ชื่อของจู หรงจีผูกอยู่กับช่วงเวลาที่จีนเร่งปรับโครงสร้างเศรษฐกิจครั้งใหญ่ ก่อนก้าวเข้าสู่ระบบการค้าโลกอย่างเต็มตัวในต้นศตวรรษที่ 21

จู หรงจีเกิดเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2471 ในมณฑลหูหนาน เรียนด้านวิศวกรรมไฟฟ้าที่มหาวิทยาลัยชิงหัว ก่อนเข้าสู่ระบบราชการและงานวางแผนเศรษฐกิจ เส้นทางการเมืองไม่ได้ราบรื่นตลอดเวลา ช่วงหนึ่งเคยเสียสถานะทางการเมืองจากการแสดงความคิดเห็นที่ขัดกับแนวทางในยุคนั้น ก่อนกลับมาทำงานและไต่ระดับขึ้นอีกครั้งหลังจีนเริ่มเดินหน้าปฏิรูปเศรษฐกิจ

ช่วงปลายทศวรรษ 1980 จู หรงจีได้รับตำแหน่งนายกเทศมนตรีนครเซี่ยงไฮ้ เมืองกำลังเผชิญปัญหาทั้งด้านเศรษฐกิจ โครงสร้างพื้นฐาน และการบริหาร งานในเซี่ยงไฮ้ทำให้ชื่อของจู หรงจีเป็นที่รู้จักในฐานะเจ้าหน้าที่สายเทคนิคที่ให้ความสำคัญกับตัวเลข ประสิทธิภาพ และการแก้ปัญหามากกว่าพิธีการ

เมื่อเข้าสู่รัฐบาลกลาง บทบาทยิ่งชัดขึ้น จู หรงจีดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี และเคยควบตำแหน่งผู้ว่าการธนาคารกลางจีนในช่วงที่ประเทศกำลังเผชิญแรงกดดันจากเงินเฟ้อ การควบคุมสินเชื่อ การจัดระเบียบระบบการเงิน และการรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจกลายเป็นภารกิจสำคัญก่อนขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีในปี 2541

ช่วงดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีระหว่างปี 2541-2546 จีนไม่ได้อยู่ในสภาพพร้อมสมบูรณ์สำหรับการเติบโตแบบที่เห็นในเวลาต่อมา รัฐวิสาหกิจจำนวนมากมีพนักงานเกินความจำเป็น หนี้เสียในระบบธนาคารอยู่ในระดับสูง หน่วยงานรัฐมีขนาดใหญ่ และเศรษฐกิจเอเชียเพิ่งเจอวิกฤตการเงินปี 2540

รัฐบาลในยุคนั้นเลือกเดินหน้าปรับโครงสร้างแทนการรักษาระบบเดิมทั้งหมด รัฐวิสาหกิจขนาดใหญ่หลายแห่งต้องเพิ่มประสิทธิภาพ ลดจำนวนพนักงาน หรือยุติกิจการที่ขาดทุนต่อเนื่อง ผลที่ตามมาคือแรงงานจำนวนหลายสิบล้านตำแหน่งได้รับผลกระทบในช่วงหลายปี นี่จึงเป็นด้านที่ทำให้มรดกของจู หรงจีมีทั้งคำชื่นชมและต้นทุนทางสังคมอย่างหนักในเวลาเดียวกัน

อีกการเปลี่ยนแปลงที่สัมผัสชีวิตประจำวันโดยตรงคือระบบที่อยู่อาศัย จีนค่อย ๆ ลดระบบจัดสรรบ้านจากหน่วยงานรัฐ แล้วเปิดทางให้การซื้อขายและการเป็นเจ้าของที่อยู่อาศัยขยายตัว การเปลี่ยนผ่านนี้ช่วยสร้างตลาดอสังหาริมทรัพย์ขนาดใหญ่ และเปลี่ยนรูปแบบการสะสมทรัพย์สินของครัวเรือนเมืองจีนอย่างลึกซึ้งในเวลาต่อมา

ช่วงวิกฤตการเงินเอเชีย จีนเลือกไม่ลดค่าเงินหยวนตามหลายประเทศในภูมิภาค พร้อมรักษาการควบคุมเงินทุนและใช้การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานพยุงเศรษฐกิจ แนวทางนี้ช่วยให้จีนผ่านแรงกระแทกภายนอกโดยไม่เกิดวิกฤตค่าเงินแบบเดียวกับหลายประเทศเพื่อนบ้าน แม้ระบบเศรษฐกิจของจีนในขณะนั้นมีโครงสร้างแตกต่างกันมากและไม่สามารถเปรียบเทียบตรง ๆ ได้ทั้งหมด

จุดเปลี่ยนระดับโลกเกิดขึ้นในปี 2544 เมื่อจีนเข้าเป็นสมาชิกองค์การการค้าโลก การเข้าเป็นสมาชิกไม่ได้เกิดจากการทำงานของบุคคลเดียว แต่จู หรงจีมีบทบาทสำคัญในการผลักดันการเจรจาและยอมรับเงื่อนไขที่บังคับให้เศรษฐกิจภายในต้องแข่งขันมากขึ้น ทั้งการเปิดตลาด ลดกำแพงการค้า และปรับกฎหลายด้านให้สอดคล้องกับระบบการค้าระหว่างประเทศ

ผลลัพธ์หลังจากนั้นเห็นชัดมาก จีนดึงดูดเงินลงทุนจากต่างประเทศเพิ่มขึ้น โรงงานและห่วงโซ่อุปทานขยายตัวอย่างรวดเร็ว การส่งออกเติบโต และจีนค่อย ๆ กลายเป็นฐานการผลิตสำคัญของโลก การเข้าองค์การการค้าโลกจึงเป็นทั้งผลจากการปฏิรูปที่ทำมาก่อนหน้า และเป็นแรงกดดันให้จีนต้องปฏิรูปต่อไป

ภาพจำอีกด้านของจู หรงจีคือความเข้มงวดกับการทุจริตและระบบราชการที่ไม่มีประสิทธิภาพ มีการลดขนาดหน่วยงานรัฐบาลกลาง ปรับบทบาทกระทรวงเศรษฐกิจหลายแห่ง และเพิ่มน้ำหนักให้เจ้าหน้าที่สายเทคนิคกับนักเศรษฐศาสตร์ แนวทางบริหารแบบนี้ทำให้จู หรงจีได้รับชื่อเสียงว่าเป็นผู้นำที่พูดตรง ตัดสินใจเร็ว และยอมรับความขัดแย้งหากเห็นว่าจำเป็นต่อการแก้ปัญหา

แต่การมองจู หรงจีเฉพาะในฐานะผู้สร้างความมหัศจรรย์ทางเศรษฐกิจจะทำให้ภาพประวัติศาสตร์ง่ายเกินจริง การเติบโตของจีนเกิดจากปัจจัยจำนวนมาก ตั้งแต่นโยบายเปิดประเทศที่เริ่มก่อนหน้า แรงงานจำนวนมหาศาล การลงทุนจากต่างชาติ การขยายเมือง การศึกษา โครงสร้างพื้นฐาน ไปจนถึงสภาพเศรษฐกิจโลกในช่วงนั้น

สิ่งที่ทำให้ช่วงของจู หรงจีโดดเด่นจึงไม่ใช่การสร้างเศรษฐกิจจีนขึ้นจากศูนย์ แต่เป็นการยอมเร่งแก้โครงสร้างที่รู้ว่ามีปัญหา แม้การแก้แต่ละเรื่องจะสร้างผู้ได้ประโยชน์และผู้เสียประโยชน์พร้อมกัน วิธีคิดแบบนี้อธิบายได้ว่าทำไมชื่อของจู หรงจียังปรากฏอยู่เสมอเมื่อมีการถกเถียงเรื่องการปฏิรูปเศรษฐกิจจีน

หลังพ้นตำแหน่งนายกรัฐมนตรีในปี 2546 จู หรงจีลดบทบาทสาธารณะลงอย่างมาก ช่วงเวลากว่าสองทศวรรษหลังเกษียณทำให้ภาพของอดีตนายกรัฐมนตรีรายนี้ค่อย ๆ กลายเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์จีนยุคปฏิรูป

การเสียชีวิตในวัย 97 ปีจึงปิดฉากชีวิตของผู้บริหารเศรษฐกิจที่อยู่ตรงจุดเปลี่ยนสำคัญที่สุดช่วงหนึ่งของจีนยุคใหม่ มรดกที่เหลือไม่ได้มีเพียงตัวเลขการเติบโต แต่รวมถึงคำถามที่ยังใช้ได้กับทุกประเทศว่า การปฏิรูประบบที่ไม่มีประสิทธิภาพควรเดินเร็วเพียงใด และสังคมควรดูแลผู้ที่ต้องรับต้นทุนจากการเปลี่ยนแปลงอย่างไร

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
preechalcpd's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 74 ครั้ง
เขียนโดย preechalcpd
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
10 วันหลังเกิดอุทกภัย ชายคนหนึ่งถูกพบว่ายังมีชีวิตอยู่ ภายในอุโมงค์แห่งหนึ่งในเนปาลเปิด 5 มหาวิทยาลัยไทย ที่เรียนจบยากที่สุด ต้องผ่านกี่ด่านกว่าจะได้ปริญญา10มหาวิทยาลัยรัฐยอดนิยมที่คนอยากเข้าเรียนมากที่สุดเปิด 5 จังหวัด ราคาประเมินที่ดินถูกที่สุดในไทย บางพื้นที่เริ่มต้นเพียงหลักสิบบาทต่อตารางวาส่องที่ดินที่แพงที่สุดในประเทศไทยเขตกรุงเทพฯเปิด 5 โรงเรียนเฉพาะทางที่สอบเข้ายาก ที่นั่งน้อยแต่คนแห่สมัคร ใครอยากเข้าเตรียมตัวให้ดีทหารสหรัฐฯ มีเงินเดือนประมาณเท่าไหร่? เปิดค่าตอบแทนปี 2026 ตั้งแต่พลทหารถึงนายทหารระดับสูงหอยแครงลวกสุกแค่ไหนถึงกินได้อร่อยและปลอดภัยเปิด 5 อบต. รายได้สูงสุดในไทย อันดับ 1 ทะลุ 1,000 ล้านบาทเปิด 5 โรงเรียนเตรียมอนุบาลในไทย ค่าเทอมแพงจนต้องร้องว้าว! อันดับ 1 จ่ายปีละกี่แสน?เปิด 7 อาชีพในไทยที่รายได้ดี แต่คนทั่วไปแทบไม่รู้ว่ามีอาชีพนี้เจ้าบ่าวและเจ้าสาวตัดสินใจจัดงานแต่งงานต่อไป แม้ว่าโบสถ์จะถูกน้ำท่วมอย่างหนักก็ตาม
กระทู้อื่นๆในบอร์ด ข่าววันนี้
นักแบตญี่ปุ่นอวดภาพสด หลังชาวเน็ตและระบบหาว่าเป็น AIชายวัย 75 รู้สึกประหลาดใจเมื่อไปหาหมอ หลังกินไขมันหมูทุกวัน🦛 แม่มะลิ 61 ปี ส่วนหมูเด้งเพิ่ง 2 ขวบ — อยู่เขาเขียวเหมือนกัน แต่จริง ๆ เป็นฮิปโปคนละชนิดอิหร่านได้จัดตั้ง "ศูนย์บัญชาการสงครามเศรษฐกิจ" ขึ้นแล้ว!!
ตั้งกระทู้ใหม่