รวม 5 สะพานสุดแปลก ที่คุณต้องไปเยี่ยมชม!!
รวม 5 สะพานสุดแปลก ที่คุณต้องไปเยี่ยมชม!!
เวลาพูดถึง "สะพาน" หลายคนอาจนึกถึงสะพานธรรมดา ที่สร้างขึ้นเพื่อให้รถหรือคนเดินข้ามแม่น้ำ ถนน หรือ หุบเขาต่างๆ แต่จริงๆแล้วบนโลกของเรายังมีสะพานอีกหลายแห่งที่มีรูปร่าง และ มีวิธีสร้างแปลกกว่าที่เราคิดกัน บางแห่งเหมือนสะพานที่จมอยู่ในน้ำ บางแห่งมีมือหินขนาดยักษ์คอยประคอง บางแห่งเป็นซากสะพานที่ถูกพายุทำลาย และ บางแห่งไม่ได้สร้างจากเหล็กหรือคอนกรีตเลย แต่ใช้รากไม้ที่ยังมีชีวิตเป็นส่วนหนึ่งของสะพาน วันนี้เราจะพาไปรู้จัก 5 สะพานสุดแปลกจากหลายประเทศ ที่นอกจากจะใช้เดินทางได้แล้ว ยังกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีเอกลักษณ์มากอีกด้วย!!
แห่งแรก คือ "สะพานโมเสส" ในประเทศเนเธอร์แลนด์ สะพานแห่งนี้ดูแปลกมาก เพราะแทนที่จะสร้างให้พาดข้ามน้ำเหมือนสะพานทั่วไป มันกลับถูกสร้างให้จมลงไปอยู่ในระดับเดียวกับน้ำ ทำให้เวลามองจากระยะไกลเหมือนมีทางเดินผ่ากลางคูน้ำ สะพานนี้ใช้เป็นทางเข้าสู่ป้อมเดอโรเวเร ซึ่งเป็นป้อมสำคัญในแนวป้องกันทางประวัติศาสตร์ของประเทศ เดิมทีมีความคิดที่จะสร้างสะพานธรรมดาข้ามคูน้ำ แต่การทำแบบนั้นอาจทำให้ทิวทัศน์ของป้อมเสียไป นักออกแบบจึงคิดวิธีที่แตกต่างออกไป นั่นคือสร้างทางเดินให้คนเดินผ่านน้ำแทนที่จะเดินข้ามน้ำ สะพานสร้างเสร็จในปี 2010 และได้รับชื่อว่า "สะพานโมเสส" เพราะรูปร่างของมันทำให้คนรู้สึกเหมือน "น้ำถูกแยกออกจากกัน" เหมือนเรื่องราวของ "โมเสสในพระคัมภีร์" แม้สะพานจะดูเหมือนอยู่ในจุดที่น้ำสามารถท่วมได้ แต่จริงๆแล้วระดับน้ำบริเวณนี้ถูกควบคุมเอาไว้ จึงสามารถใช้งานได้อย่างปลอดภัย...
สะพานแห่งที่ 2 คือ "สะพานทองคำ" ในประเทศเวียดนาม สะพานแห่งนี้กลายเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงมาก เพราะมีมือหินขนาดยักษ์ 2 ข้างเหมือนกำลังยกหรือประคองสะพานเอาไว้ คนที่เห็นภาพครั้งแรกอาจคิดว่า "มือเหล่านี้เป็นของเก่าแก่ที่อยู่บนภูเขามานานหลายร้อยปี" แต่ในความเป็นจริงแล้วมันเพิ่งถูกสร้างขึ้นในยุคปัจจุบัน และ ส่วนของมือทำจากโครงสร้างที่มีตาข่ายลวดและไฟเบอร์กลาส สะพานทองคำสร้างเสร็จและเปิดใช้งานในปี 2018 ตั้งอยู่ที่บานาฮิลล์ใกล้เมืองดานัง โดยทำหน้าที่เชื่อมพื้นที่สวนกับสถานีเคเบิลคาร์ นอกจากจะเป็นสะพานสำหรับเดินแล้ว ยังเป็นจุดชมวิวที่สามารถมองเห็นภูเขาและธรรมชาติรอบๆได้อย่างสวยงาม ความพิเศษของสะพานแห่งนี้ทำให้มีนักท่องเที่ยวจำนวนมากเดินทางมาถ่ายรูป โดยเฉพาะภาพที่ดูเหมือนว่าคนกำลังเดินอยู่บนสะพานที่ถูกมือยักษ์ประคองเอาไว้ จึงไม่น่าแปลกใจที่สะพานแห่งนี้กลายเป็นหนึ่งในภาพจำ ของการท่องเที่ยวเวียดนาม...
สะพานแห่งที่ 3 คือ "สะพานคินซัว" ในประเทศอเมริกา ซึ่งสะพานแห่งนี้มีเรื่องราวแตกต่างจากสะพานอื่น เพราะสิ่งที่ทำให้มันน่าสนใจไม่ใช่แค่ความสวยงาม แต่เป็นร่องรอยของความเสียหายจากธรรมชาติ เดิมสะพานคินซัวเป็นสะพานรถไฟขนาดใหญ่ มีความยาวประมาณ 626 เมตร และ สูงประมาณ 92 เมตร จนครั้งหนึ่งมันเคยเป็นหนึ่งในสะพานรถไฟที่ยาวและสูงที่สุดในโลก แต่ในปี 2003 ขณะที่กำลังมีการบูรณะสะพาน พายุทอร์นาโดรุนแรงได้พัดเข้ามาและทำให้สะพานบางส่วนพังลงมา เสาสะพานจำนวนมากถูกแรงลมทำให้ล้มและบิดเบี้ยว หลังจากตรวจสอบแล้วพบว่าการสร้างสะพานกลับขึ้นมาใหม่มีค่าใช้จ่ายสูงมาก จึงมีการนำส่วนที่ยังเหลืออยู่มาปรับเป็นทางเดินและจุดชมวิวแทน ปัจจุบันนักท่องเที่ยวสามารถเดินไปตามส่วนของสะพานที่ได้รับการปรับปรุง และ มองลงไปเห็นซากเสาสะพานที่ถูกพายุทำลายอยู่ด้านล่าง ภาพของเสาเหล็กที่ล้มลงและบิดเบี้ยวทำให้สถานที่แห่งนี้มีบรรยากาศแปลกและน่าจดจำมากกว่าที่อื่น...
สะพานแห่งที่ 4 คือ "สะพานในวิหารลาสลาฮาส" ในประเทศโคลอมเบีย ที่นี่ไม่ใช่แค่สะพานธรรมดา เพราะมีโบสถ์สไตล์โกธิคขนาดใหญ่สร้างอยู่บนพื้นที่ริมหน้าผา ที่เชื่อมกับอีกฝั่งของหุบเขาด้วยสะพาน ตัวโบสถ์อยู่สูงประมาณ 100 เมตรจากก้นหุบเขา และ สะพานมีความยาวประมาณ 49 เมตร ทำให้เมื่อมองจากด้านล่างจะเห็นอาคารเหมือนลอยอยู่กลางหุบเขา สถานที่แห่งนี้ยังมีเรื่องราวเกี่ยวกับปาฏิหาริย์ ที่ทำให้ผู้คนเดินทางมาเยี่ยมชมเป็นจำนวนมาก ตามตำนานท้องถิ่น ในปี 1754 หญิงคนหนึ่งและลูกสาวของเธอที่ไม่สามารถพูดและได้ยิน ได้เข้าไปหลบพายุในถ้ำแห่งหนึ่ง และเชื่อว่า "พวกเธอได้เห็นพระแม่มารี" หลังจากเหตุการณ์นั้น ลูกสาวสามารถพูดได้ ผู้คนจึงเริ่มเดินทางมายังสถานที่แห่งนี้เพื่อขอพร ต่อมามีการสร้างศาลเจ้าและพัฒนาเป็นโบสถ์ขนาดใหญ่ที่เราเห็นในปัจจุบัน โดยโบสถ์หลังปัจจุบันสร้างขึ้นในช่วงปี 1916 ถึง 1949 ทำให้ที่นี่เป็นทั้งสถานที่ทางศาสนาและสถานที่ท่องเที่ยว ที่มีสถาปัตยกรรมโดดเด่นมาก!!
สะพานแห่งสุดท้าย คือ "สะพานรากไม้มีชีวิต" ในประเทศอินเดีย ซึ่งอาจเป็นสะพานที่แปลกที่สุดในทั้งหมด เพราะมันไม่ได้สร้างขึ้นจากเหล็กหรือคอนกรีต แต่ใช้รากไม้ที่ยังมีชีวิตมาสร้างเป็นสะพาน โดยสะพานแบบนี้พบได้มากในรัฐเมฆาลัย ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีป่าทึบและแม่น้ำจำนวนมาก การสร้างสะพานแบบทั่วไปในบางพื้นที่ทำได้ยาก ชาวบ้านจึงใช้ความรู้ที่สืบทอดกันมาหลายรุ่น ในการนำรากของต้นยางพารามาจัดรูปให้สามารถพาดข้ามแม่น้ำได้ ช่วงแรกอาจต้องใช้ไม้ไผ่ช่วยเป็นโครงนำทาง จากนั้นจึงค่อยๆดึงและจัดรากไม้ให้เติบโตไปในทิศทางที่ต้องการ สิ่งที่น่าสนใจคือสะพานเหล่านี้ไม่ได้สร้างเสร็จในเวลาไม่กี่วันหรือไม่กี่เดือน แต่ต้องใช้เวลาหลายปีในการเติบโต และ ยิ่งต้นไม้เติบโตมากขึ้น สะพานก็สามารถแข็งแรงขึ้นตามไปด้วย บางแห่งจึงสามารถใช้งานได้นานหลายสิบปี...
เขียนโดย ผู้แข็งแกร่งไร้เทียมทาน
เลขธูปวัดผารังหมีมาแล้ว งวด 16 ส.ค. 69
5 สำนัก เลขตรงกัน “5” ตัวเดียว งวด 16 ส.ค. 69
ดอกไม้ที่เปลี่ยนเป็น “แก้วใส” เมื่อโดนฝน! ความลับของ Skeleton Flower
เลขท้าย 2 ตัวที่ออกเพียงครั้งเดียวในรอบ 20 ปี
จังหวัดที่มีคนญี่ปุ่นอาศัยอยู่มากที่สุดในประเทศไทย
AI วิเคราะห์เลขท้าย 3 ตัวรางวัลที่ 1 งวดวันที่ 16 สิงหาคม 2569
ต้นไม้ที่มียางสีฟ้าอมเขียว เพราะสะสมโลหะไว้มหาศาล
ย้อนแฟชั่นผมรากไทร จากหัววัยรุ่นไทยสู่ภาพจำยุค RS-Grammy ครองเมือง
โรงเรียนหาดใหญ่วิทยาลัย ประกาศปรับการสอนออนไลน์ ระหว่างวันที่ 10 - 11 สิงหาคม 2569 เหตุครูต่างชาติขู่ยิงหลังถูกเลิกจ้าง 🥲
ทำไมข่าวไทยอ่อนไหวขนาดนี้ แม้แต่คำธรรมดาอย่าง ยิง ก็ยังต้องหลบ
9 อาชีพที่กำลังกลายเป็น “อาชีพหายาก” ในไทย
5 รถมือสองที่คนไทยยกให้ "ซื้อแล้ว จบ" ขับทนอะไหล่หาง่าย ขายต่อยังได้ราคา
ชาติที่นิยมกินข้าวเหนียวของไทยมากเป็นอันดับหนึ่งของโลก



