หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
News บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

เปิด 5 ความลับของ "ไมเคิล จอร์แดน" ตำนานผู้ยิ่งใหญ่แห่งวงการบาสเกตบอล!!


เขียนโดย ผู้แข็งแกร่งไร้เทียมทาน

 



"ไมเคิล จอร์แดน" เป็นนักบาสเกตบอลที่หลายคนยกย่องว่าเป็น "ผู้เล่นที่ยิ่งใหญ่ที่สุดตลอดกาล" ความสำเร็จของเขากับทีม "ชิคาโก บูลส์" รวมถึงเรื่องราวในสารคดีดังอย่าง "เดอะ ลาส แดนซ์" ทำให้แฟนกีฬาทั่วโลกได้เห็นความมุ่งมั่น ความเป็นผู้นำ และ ความสามารถอันยอดเยี่ยมของเขา แต่เบื้องหลังความสำเร็จเหล่านั้นยังมีเรื่องราวที่หลายคนอาจไม่เคยรู้มาก่อน ซึ่งช่วยให้เห็นตัวตนของเขาในอีกมุมหนึ่ง...

หลายคนคิดว่า "ไมเคิล จอร์แดน" เป็นคนจากรัฐนอร์ทแคโรไลนา เพราะเขาเติบโตและเริ่มเล่นบาสเกตบอลที่นั่น...  แต่ในความจริงแล้วเขาเกิดเมื่อปี ค.ศ. 1963 ที่โรงพยาบาลในเขตบรูคลิน เมืองนิวยอร์ก ประเทศอมเริกา อย่างไรก็ตาม ครอบครัวของเขาอาศัยอยู่ที่นิวยอร์กเพียงประมาณ 18 เดือนเท่านั้น ก่อนที่พ่อและแม่จะย้ายไปตั้งรกรากที่เมืองวิลมิงตัน รัฐนอร์ทแคโรไลนา เพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่ พ่อของเขาใช้สิทธิประโยชน์จากโครงการช่วยเหลือทหารผ่านศึก เพื่อเรียนด้านช่างเครื่องยนต์อากาศยาน หลังจากนั้นจอร์แดนก็เติบโต ใช้ชีวิต และ เริ่มสร้างชื่อเสียงด้านบาสเกตบอลที่นอร์ทแคโรไลนา ทำให้เขามองรัฐแห่งนี้ว่าเป็นบ้านที่แท้จริงของตัวเอง ภายหลังเมื่อเลิกเล่นใน NBA แล้ว เขายังเข้าไปถือหุ้นและเป็นเจ้าของทีม "ชาร์ลอตต์ บ็อบแคทส์" ซึ่งต่อมาเปลี่ยนชื่อกลับมาเป็น "ชาร์ลอตต์ ฮอร์เน็ตส์" แสดงให้เห็นว่าเขายังคงผูกพันกับบ้านเกิด ที่เขาเติบโตมาเสมอ...

อีกเรื่องที่น่าสนใจ คือ "ไมเคิล จอร์แดน" ไม่ได้เป็นเด็กที่ตัวสูงโดดเด่นมาตั้งแต่แรก ตอนเรียนมัธยมเขาสูงเพียงประมาณ 180 เซนติเมตร และ เคยพลาดการติดทีมบาสเกตบอลชุดใหญ่ของโรงเรียน เพราะโค้ชมองว่าเขาตัวเล็กเกินไปสำหรับการแข่งขันระดับนั้น ซึ่งความผิดหวังครั้งนั้นกลายเป็นแรงผลักดัน ทำให้เขาฝึกซ้อมหนักกว่าเดิม จากนั้นในช่วงปิดเทอมฤดูร้อน เขาเกิดการเติบโตของร่างกายอย่างรวดเร็ว โดยสูงขึ้นประมาณ 10 เซนติเมตร จนมีส่วนสูงประมาณ 188 เซนติเมตร ทำให้เขาได้เปรียบมากขึ้นทั้งด้านการเล่นและการคัดเลือกเข้าสู่ทีม หลังจากนั้นเขายังคงพัฒนาฝีมืออย่างต่อเนื่อง จนกลายเป็นหนึ่งในผู้เล่นระดับมัธยมที่ดีที่สุดของประเทศ และ ได้รับเลือกให้ลงแข่งขันในรายการ "แมคโดนัลด์ ออล-อเมริกัน เกม" เมื่อปี ค.ศ. 1981 ก่อนจะก้าวสู่การเล่นบาสเกตบอลระดับมหาวิทยาลัย และ ต่อยอดไปสู่ NBA ในที่สุด!!


หมายเลข 23 ที่กลายเป็นสัญลักษณ์ของ "ไมเคิล จอร์แดน" ก็มีที่มาที่เรียบง่ายและอบอุ่นกว่าที่หลายคนคิด ตอนเด็กเขาชื่นชมพี่ชายชื่อ "แลร์รี" ซึ่งสวมเสื้อหมายเลข 45 ในทีมบาสเกตบอลของโรงเรียน และ เมื่อ "ไมเคิล จอร์แดน" มีโอกาสเล่นบาสเกตบอล เขาจึงอยากใช้หมายเลขที่มีความเกี่ยวข้องกับพี่ชาย จึงเลือกหมายเลข 23 ซึ่งเป็นตัวเลขที่ได้จากการนำ 45 มาหาร 2 และ ปัดให้ใกล้เคียงที่สุด เพราะหมายเลข 22 ไม่ใช่ตัวเลือกที่เขาต้องการ หมายเลข 23 จึงกลายเป็นหมายเลขประจำตัวของเขาตลอดอาชีพ และ ต่อมาก็กลายเป็นหนึ่งในหมายเลขเสื้อที่โด่งดังที่สุดในประวัติศาสตร์กีฬา ถึงแม้ว่าช่วงที่เขากลับมาเล่น NBA อีกครั้งในฤดูกาล ค.ศ. 1994-1995 เขาเคยเปลี่ยนไปใช้หมายเลข 45 อยู่ระยะหนึ่ง แต่หลังจากถูกคู่แข่งพูดเหน็บแนมว่า "หมายเลข 45 ไม่ได้น่ากลัวเหมือนหมายเลข 23" เขาก็ตัดสินใจกลับมาใช้หมายเลข 23 อีกครั้ง และ ใช้หมายเลขนี้จนจบอาชีพของเขา...

นอกจากนี้ "ไมเคิล จอร์แดน" ยังเคยลงแข่งขัน NBA ด้วยเสื้อหมายเลข 12 เพียงครั้งเดียว ซึ่งถือเป็นเหตุการณ์ที่แปลกที่สุดครั้งหนึ่งในอาชีพของเขา ซึ่งเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นระหว่างการแข่งขันกับทีม "ออร์แลนโด แมจิก" ในฤดูกาล ค.ศ. 1989-1990 เมื่อเสื้อหมายเลข 23 ของเขาหายไปจากห้องแต่งตัวของทีมเยือน แม้เจ้าหน้าที่จะพยายามค้นหาทั่วสนามและประกาศตามหาเสื้อผ่านระบบเสียง แต่ก็ไม่พบ สุดท้าย "ไมเคิล จอร์แดน" จึงจำเป็นต้องลงสนามด้วยเสื้อหมายเลข 12 ที่ไม่มีชื่ออยู่ด้านหลัง แม้จะเป็นสถานการณ์ที่ไม่ปกติ แต่เขาก็ยังโชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยม ด้วยการทำคะแนนถึง 49 คะแนนในเกมนั้น ถึงแม้ว่าทีม "ชิคาโก บูลส์" จะเป็นฝ่ายแพ้ก็ตาม ซึ่งเหตุการณ์นี้กลายเป็นหนึ่งในเรื่องราว ที่แฟน NBA พูดถึงมาจนถึงทุกวันนี้!!

ในชีวิตส่วนตัวของ "ไมเคิล จอร์แดน" หลังจากเลิกรากับภรรยาคนแรก เขาก็ได้พบกับนางแบบชาวคิวบา-อเมริกัน ที่มีชื่อว่า "อีเว็ตต์ พรีเอโต" ในไนต์คลับเมื่อปี ค.ศ. 2007 ทั้งคู่เริ่มคบหากัน ย้ายมาอยู่ด้วยกันในปี ค.ศ. 2009 และ "ไมเคิล จอร์แดน" ก็ขอเธอแต่งงานในช่วงคริสต์มาสปี ค.ศ. 2011 ก่อนจะเข้าพิธีแต่งงานในปี ค.ศ. 2013 ที่รัฐฟลอริดา โดยงานแต่งงานมีแขกคนดังมากมาย เช่น "ไทเกอร์ วูดส์", "สไปค์ ลี", "โรบิน ธิค" และ "อัชเชอร์" โดยสถานที่จัดงาน คือ "เบเธสดา-บาย-เดอะ-ซี" ซึ่งเป็นโบสถ์เดียวกับที่ "โดนัลด์ ทรัมป์" และ "เมลาเนีย ทรัมป์" เคยจัดพิธีแต่งงานเมื่อปี ค.ศ. 2005 หลังแต่งงาน "ไมเคิล จอร์แดน" และ "อีเว็ตต์ พรีเอโต" ก็มีลูกด้วยกัน และ ใช้ชีวิตครอบครัวค่อนข้างเป็นส่วนตัว...

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
ผู้แข็งแกร่งไร้เทียมทาน's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 57 ครั้ง
เขียนโดย ผู้แข็งแกร่งไร้เทียมทาน
นักข่าวสายไวรัล [เน้นข่าวต่างประเทศ] และ คนดูหนังแห่งชาติ
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
"เนเน่" ถึงลอสแองเจลิสแล้ว เหลืออีกสี่วันก่อนรอบไลฟ์โชว์ AGTทุเรียนจังหวัดไหนแพงที่สุด? เปิด 5 แหล่งทุเรียนพรีเมียมของไทยAI วิเคราะห์เลขท้าย 3 ตัวรางวัลที่ 1 งวดวันที่ 1 กันยายน 2569สังเกตสัญญาณน้ำป่า ก่อนสถานการณ์จะรุนแรงภาชนะพลาสติกแบบไหนไม่ควรนำมาใส่อาหารร้อน?ตำนาน “ราชินีแมงป่อง” สาวไทยผู้ขังตัวเองกับแมงป่องพิษ 5,320 ตัว นาน 33 วัน เพื่อบันทึกสถิติโลก!สูตรคำนวณหาแนวทาง งวด 1/9/69ไชรหัสเลข ขุนพันธุ์ นำโชค 1/9/69นามสกุล “แม็คโดนัลด์” มีความพิเศษอย่างไร?ถอดรหัสปริศนา 2,500 ปี! จารึกบนขันเงินแห่ง "มนุษย์ทองคำ" กับภาษาโบราณที่หายสาบสูญ6 ประเทศที่ยังไม่มีรถไฟ และดูเหมือนยังไม่จำเป็นต้องสร้างรางรถไฟวิธีสังเกตว่าบริเวณนี้อาจมีงูซ่อนอยู่
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
"เนเน่" ถึงลอสแองเจลิสแล้ว เหลืออีกสี่วันก่อนรอบไลฟ์โชว์ AGTภาชนะพลาสติกแบบไหนไม่ควรนำมาใส่อาหารร้อน?ตำนาน “ราชินีแมงป่อง” สาวไทยผู้ขังตัวเองกับแมงป่องพิษ 5,320 ตัว นาน 33 วัน เพื่อบันทึกสถิติโลก!ถอดรหัสปริศนา 2,500 ปี! จารึกบนขันเงินแห่ง "มนุษย์ทองคำ" กับภาษาโบราณที่หายสาบสูญ
กระทู้อื่นๆในบอร์ด ข่าววันนี้
ชาวน่านช้ำ น้ำท่วมหนักที่สุดของใช้เสียหาย90%"เนเน่" ถึงลอสแองเจลิสแล้ว เหลืออีกสี่วันก่อนรอบไลฟ์โชว์ AGTวิธีเช็กซิมการ์ดมือถือตรงกับชื่อเราไหม ป้องกันแจ็กพอตโอนเงินไม่ได้"Niu Lai" หนังห่วยสุดๆ แต่รายได้ถล่มทลาย กลายเป็นไวรัลดังจนคนต้องแห่มาดู
ตั้งกระทู้ใหม่