หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
News บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

คนจีนแห่กอดฟักทองและแตงโมเพื่อคลายร้อน

เขียนโดย ผู้แข็งแกร่งไร้เทียมทาน

คนจีนแห่กอดฟักทองและแตงโมเพื่อคลายร้อน


ในช่วงหน้าร้อนที่ผ่านมา คนจำนวนมากในประเทศจีนหันมาทำตามกระแสที่เชื่อว่า "การนำฟักทองหรือแตงโมมานอนกอดจะช่วยคลายร้อน" ทำให้ทั้งผู้ใหญ่ เด็ก และ แม้แต่เจ้าของสัตว์เลี้ยงหลายคนซื้อผลไม้ขนาดใหญ่มาให้ตัวเองหรือสัตว์เลี้ยงกอดนอน เพราะเชื่อว่า "ความเย็นจากผลไม้จะช่วยให้นอนสบายขึ้น" แต่หลังจากกระแสนี้ได้รับความนิยม ก็เริ่มมีคนออกมาเล่าประสบการณ์ที่ไม่คาดคิด หลายคนตื่นขึ้นมาตอนเช้าแล้วพบว่าฟักทองหรือแตงโมที่กอดไว้ทั้งคืน เกิดแตกหรือระเบิด เนื้อด้านในเน่าเสีย มีน้ำสีขุ่นไหลออกมาทั่วเตียง พร้อมส่งกลิ่นเปรี้ยว และ มีกลิ่นเหม็นจนต้องรีบทำความสะอาด" บางคนถึงกับต้องเปลี่ยนที่นอนใหม่เพราะคราบและกลิ่นติดแน่นเลยทีเดียว...


เรื่องราวของคุณแม่ชาวจีนคนหนึ่งที่ได้รับความสนใจอย่างมาก หลังจากที่เธอได้ยินว่า "การกอดแตงโมช่วยคลายร้อนได้" เธอจึงซื้อแตงโมลูกใหญ่มาให้ลูกกอดนอนทั้งคืน แต่เมื่อเข้าไปปลุกลูกในตอนเช้า เธอกลับพบว่าแตงโมแตก น้ำแตงโมไหลนองเต็มเตียงและเริ่มส่งกลิ่นเหม็นเน่า ทำให้เธอตกใจและเสียใจที่ทำตามคำแนะนำจากกระแสบนโลกออนไลน์โดยไม่ได้ศึกษาข้อมูลให้ดี...


ผู้เชี่ยวชาญด้านการเกษตร กล่าวอธิบายว่า "การกอดฟักทองหรือแตงโม สามารถทำให้รู้สึกเย็นได้จริง แต่เป็นเพียงช่วงเวลาสั้นๆเท่านั้น เพราะผลไม้เหล่านี้มีน้ำอยู่ภายในจำนวนมาก โดยเฉพาะแตงโมที่มีน้ำประมาณ 96 เปอร์เซ็นต์ น้ำสามารถดูดซับความร้อนจากร่างกายได้ดี ดังนั้นเมื่อเรานำผลไม้มาวางแนบตัว ความร้อนจากร่างกายจะถ่ายเทเข้าไปในผลไม้ ทำให้เรารู้สึกเย็น คล้ายกับการกอดขวดน้ำเย็นหรือถุงประคบเย็น แต่ความเย็นนี้จะอยู่ได้เพียงประมาณ 30 นาทีถึง 1 ชั่วโมง หลังจากนั้นผลไม้จะค่อยๆอุ่นขึ้น จนมีอุณหภูมิใกล้เคียงกับร่างกาย และจะไม่ช่วยให้เย็นอีกต่อไป..." และ "เมื่อเชื้อแบคทีเรียและเชื้อราเข้าไปในผลไม้ พวกมันจะเริ่มย่อยน้ำตาลและสารอาหารที่อยู่ภายใน กระบวนการนี้จะสร้างก๊าซหลายชนิด เช่น ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ก๊าซจะค่อยๆสะสมอยู่ในผลไม้ เพราะไม่สามารถระบายออกได้ เมื่อมีมากขึ้นเรื่อยๆ ความดันภายในก็จะเพิ่มขึ้น หากเปลือกผลไม้รับแรงดันไม่ไหว ก็อาจเกิดการแตกหรือระเบิด ทำให้เนื้อที่กำลังเน่าและของเหลวที่มีกลิ่นเปรี้ยว กระเด็นออกมาสร้างความสกปรกและกลิ่นเหม็นอย่างรุนแรงนั่นเอง..."


⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
ผู้แข็งแกร่งไร้เทียมทาน's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 7 ครั้ง
เขียนโดย ผู้แข็งแกร่งไร้เทียมทาน
นักข่าวสายไวรัล [เน้นข่าวต่างประเทศ] และ คนดูหนังแห่งชาติ
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
AI วิเคราะห์สถิติ 20 ปีหวยงวด 16 ส.ค.69 ให้เลขท้าย 2 ตัวเน้นๆ!ส่องผงพรายกุมารใต้เลนส์ เถ้ากระดูกเปลี่ยนเป็นเนื้อพระได้จริงหรือเป็นเพียงเรื่องเล่าพาไปดูเรื่องจริงเบื้องหลัง 'ต้มยำกุ้งใส่ทองคำ' เมนูหรูที่มีอยู่จริงยางรถหมดอายุ ดูจากตรงไหนโดยไม่ต้องถามคนขาย5 ประเทศ ที่ปลูกทุเรียนมากที่สุดคลิปปาไข่–สาดน้ำบนพรมแดงกลับมาไวรัล แต่ไม่ใช่เหตุทำร้ายเผยสถิติเลขออกบ่อย ย้อนหลัง 20 ปี งวดวันที่ 16 สิงหาคม 2569ทำไมทองคำถึงไม่เป็นสนิม แม้ผ่านไปนานนับพันปี?แนวทางเลขเด็ด "สลาก 5 ภาค" งวด 16 ส.ค.69..สรุปทั้งเลขเด่น-เลขดัง เพียบ!"บิว ภูริพล" ทำโลกหันมามอง! สื่อสเปนตั้งฉายา "คนไทยที่บินได้" หลังวิ่งต่ำกว่า 10 วิอีกครั้งข้าวหอมมะลิของไทย ประเทศไหนซื้อไปบริโภคมากที่สุดในโลก5 เมืองโบราณน่าเที่ยว
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
คัดแล้ว 5 เลขเด่น หวยลาววันพุธผู้ป่วยหันกลับมาทำร้าย พยาบาลใช้จิวยิตสูหยุดเหตุในไม่กี่อึดใจทำไมทองคำถึงไม่เป็นสนิม แม้ผ่านไปนานนับพันปี?
กระทู้อื่นๆในบอร์ด ข่าววันนี้
คลิปปาไข่–สาดน้ำบนพรมแดงกลับมาไวรัล แต่ไม่ใช่เหตุทำร้ายเปิดครั้งแรกในไทย! HUNTER×HUNTER POP UP STORE THAILAND มาแล้วที่ MBK Center เข้าฟรี เริ่ม 7 ส.ค. นี้หนุ่มกู้ภัยจีนช่วยจับงูวันละกว่า 20 ตัว หลังน้ำท่วมกว่างซีผู้ป่วยหันกลับมาทำร้าย พยาบาลใช้จิวยิตสูหยุดเหตุในไม่กี่อึดใจ
ตั้งกระทู้ใหม่