จากกาแฟชะมดถึงชิชา 5 ของกินที่มีที่มาแปลกกว่าที่คิด
หลายคนพยายามเลือกกินอาหารที่สะอาดที่สุด เพราะรู้สึกว่าอาหารที่ดีควรอยู่ห่างจากสิ่งสกปรกอย่างอุจจาระหรือน้ำลาย แต่ในหลายประเทศกลับมีอาหารและเครื่องดื่มบางชนิดที่เกี่ยวข้องกับสิ่งเหล่านี้จริง ๆ แถมบางอย่างยังมีราคาสูงมากอีกด้วย!
อย่างไรก็ตาม คำว่า “ทำจากอุจจาระ” อาจทำให้เข้าใจผิด เพราะบางชนิดใช้เพียงเมล็ดพืชที่ผ่านระบบย่อยอาหารของสัตว์ บางชนิดใช้มูลเป็นปุ๋ย และบางกรณีเป็นเพียงการนำจุลินทรีย์ที่แยกได้ในห้องปฏิบัติการมาทดลองผลิตอาหารเท่านั้น
1. กาแฟโคปิ ลูวัค
ตัวอย่างที่มีชื่อเสียงที่สุดคงหนีไม่พ้น กาแฟโคปิ ลูวัค เมล็ดกาแฟชนิดนี้มาจากผลกาแฟที่ชะมดกินเข้าไป เนื้อผลจะถูกย่อย ส่วนเมล็ดซึ่งย่อยไม่ได้จะถูกขับถ่ายออกมา ก่อนนำไปเก็บ ล้าง ทำให้แห้ง และคั่วเป็นกาแฟ
หลายคนเชื่อว่าการผ่านระบบย่อยอาหารของชะมดทำให้กาแฟมีรสนุ่มและขมน้อยลง แต่หลักฐานทางวิทยาศาสตร์ยังไม่สามารถสรุปได้ชัดเจนทั้งหมด เพราะความแตกต่างของรสชาติอาจมาจากสายพันธุ์กาแฟ รวมถึงการที่ชะมดเลือกกินผลกาแฟสุกด้วย
อีกเรื่องที่ควรรู้คือ การผลิตกาแฟชนิดนี้บางแห่งใช้ชะมดที่ถูกเลี้ยงในกรง จึงเกิดข้อกังวลเรื่องสวัสดิภาพสัตว์ ผู้บริโภคควรตรวจสอบแหล่งที่มาก่อนเลือกซื้อ
2. ชาเขียวที่ใช้มูลแพนด้าเป็นปุ๋ย
อีกตัวอย่างหนึ่งคือ ชาแพนด้า ซึ่งเคยเป็นข่าวจากเมืองหย่าอัน มณฑลเสฉวน ประเทศจีน ผู้ผลิตนำมูลแพนด้ามาใช้เป็นปุ๋ยสำหรับต้นชา โดยให้เหตุผลว่าแพนด้ากินไผ่และย่อยสารอาหารได้ไม่หมด จึงอาจยังมีอินทรียวัตถุเหลืออยู่ในมูล
แต่ต้องย้ำว่า ใบชาไม่ได้ทำจากอุจจาระแพนด้าโดยตรง มูลถูกใช้ในลักษณะเดียวกับปุ๋ยอินทรีย์ทางการเกษตรเท่านั้น หลังเก็บเกี่ยว ใบชายังคงผ่านกระบวนการผลิตตามปกติ
ชาชนิดนี้เคยถูกตั้งราคาไว้สูงมากจนกลายเป็นข่าวไปทั่วโลก แต่คำกล่าวอ้างเรื่องประโยชน์พิเศษต่อสุขภาพยังไม่ควรถูกนำไปสรุปเกินกว่าหลักฐานที่มีอยู่
3. กาแฟที่ผ่านระบบย่อยอาหารของช้าง
นอกจากชะมดแล้ว ยังมีการนำเมล็ดกาแฟที่ผ่านระบบย่อยอาหารของช้างมาผลิตเป็น Black Ivory Coffee ด้วย ช้างจะกินผลกาแฟเข้าไป ก่อนที่เมล็ดจะถูกเก็บจากมูล นำมาล้าง ตากแห้ง คัดคุณภาพ และคั่ว
ในปี 2013 โรงเบียร์ Sankt Gallen ของญี่ปุ่นยังเคยนำกาแฟชนิดนี้มาใช้เป็นส่วนผสมของเครื่องดื่มมอลต์สีดำชื่อ Un, Kono Kuro ซึ่งผลิตออกมาจำหน่ายแบบจำกัดจำนวน
ดังนั้น สิ่งที่ถูกนำไปชงหรือใช้เป็นส่วนผสมไม่ใช่มูลช้าง แต่เป็นเมล็ดกาแฟที่ผ่านการเก็บและแปรรูปแล้วต่างหาก
4. ชิชา เครื่องดื่มหมักที่เคยใช้การเคี้ยวข้าวโพด
เครื่องดื่มที่เกี่ยวข้องกับน้ำลายคือ ชิชา เครื่องดื่มหมักจากข้าวโพดที่พบในแถบเทือกเขาแอนดีส วิธีดั้งเดิมบางแบบจะนำแป้งหรือข้าวโพดมาปั้นเป็นก้อน เคี้ยวให้ผสมกับน้ำลาย แล้วคายออกมาเตรียมสำหรับกระบวนการหมัก
เหตุผลสำคัญคือ ในน้ำลายมีเอนไซม์อะไมเลสที่ช่วยเปลี่ยนแป้งให้เป็นน้ำตาล ซึ่งยีสต์สามารถนำไปใช้ในการหมักได้ จากนั้นวัตถุดิบจะเข้าสู่ขั้นตอนการเตรียม ต้ม และหมักต่อไป
อย่างไรก็ตาม ชิชาไม่ได้ใช้วิธีเคี้ยวทุกสูตร ปัจจุบันมีทั้งการทำให้ข้าวโพดงอกเพื่อสร้างเอนไซม์ และวิธีเตรียมวัตถุดิบแบบอื่น จึงไม่ควรเหมารวมว่าชิชาทุกแก้วมีน้ำลายเป็นส่วนประกอบ
5. ไส้กรอกทดลองจากแบคทีเรียที่แยกจากอุจจาระทารก
กรณีสุดท้ายเป็นงานทดลองทางวิทยาศาสตร์ นักวิจัยเก็บตัวอย่างแบคทีเรียกรดแลกติกจากอุจจาระของทารก แล้วนำมาแยก คัดเลือก และตรวจสอบคุณสมบัติในห้องปฏิบัติการ
จากแบคทีเรียทั้งหมด 109 ไอโซเลต นักวิจัยคัดเลือกสายพันธุ์ที่มีคุณสมบัติเหมาะสมบางส่วนไปทดลองใช้เป็นเชื้อเริ่มต้นในการหมักไส้กรอกจำลอง โดยมีแบคทีเรียสามสายพันธุ์ที่สามารถควบคุมกระบวนการหมักได้ตามเป้าหมาย
งานทดลองนี้ไม่ได้หมายความว่ามีการนำอุจจาระใส่ลงไปในไส้กรอก และยังไม่ควรเรียกว่าเป็นไส้กรอกเชิงพาณิชย์ที่วางขายทั่วไป เพราะสิ่งที่ใช้คือแบคทีเรียที่ถูกแยกและเพาะเลี้ยงภายใต้การควบคุมของห้องปฏิบัติการ
เมื่อดูให้ละเอียด อาหารเหล่านี้จึงไม่ได้ “ทำจากอุจจาระและน้ำลาย” ในความหมายตรงตัวทั้งหมด บางชนิดใช้เมล็ดที่ผ่านทางเดินอาหาร บางชนิดใช้มูลเป็นปุ๋ย ส่วนบางชนิดเป็นเทคนิคการหมักหรือการทดลองด้านจุลชีววิทยา
ที่มาของอาหารอาจฟังดูแปลกจนหลายคนไม่กล้าชิม แต่การแยกให้ออกว่าอะไรคือวัตถุดิบ อะไรคือกระบวนการผลิต และอะไรเป็นเพียงงานทดลอง จะช่วยให้เราเข้าใจเรื่องเหล่านี้ได้ถูกต้องมากขึ้น
REFERENCES:
https://pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC8228563/
https://www.chinadaily.com.cn/food/2012-03/20/content_14875091.htm
https://www.sanktgallenbrewery.com/about/pressrelease/20130401.html
https://www.fao.org/4/x2184e/x2184e10.htm
https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/24290655/
เขียนโดย ผู้แข็งแกร่งไร้เทียมทาน
"ฮัวคาชินา" โอเอซิสสุดลึกลับ สวยที่สุดในอเมริกาใต้
รู้หรือไม่ว่าเวลาจามพุ่งเร็วกว่ารถยนต์ ด้วยความเร็วถึง 110-160 กม/ชม
AI วิเคราะห์เลขท้าย 3 ตัวรางวัลที่ 1 งวดวันที่ 1 กันยายน 2569
ทุเรียนจังหวัดไหนแพงที่สุด? เปิด 5 แหล่งทุเรียนพรีเมียมของไทย
ส่องสถิติเลขท้าย 2 ตัว งวดวันที่ 1 กันยายน ย้อนหลัง 20 ปี คัดคู่เลขตัวเต็งทำแต้มสู้ศึกงวดใหม่
นามสกุล “แม็คโดนัลด์” มีความพิเศษอย่างไร?
6 ประเทศที่ยังไม่มีรถไฟ และดูเหมือนยังไม่จำเป็นต้องสร้างรางรถไฟ
เด็ก 6 ขวบชาวอินเดีย ถูกครูตบหน้าจนช็อกดับ เพราะทำการบ้านไม่เสร็จ
ไชรหัสเลข ขุนพันธุ์ นำโชค 1/9/69
สูตรคำนวณหาแนวทาง งวด 1/9/69
"เนเน่" ถึงลอสแองเจลิสแล้ว เหลืออีกสี่วันก่อนรอบไลฟ์โชว์ AGT
จังหวัดที่มีคนต่างชาติ เข้ามาทำงานอยู่เป็นจำนวนมากที่สุด
เด็ก 6 ขวบชาวอินเดีย ถูกครูตบหน้าจนช็อกดับ เพราะทำการบ้านไม่เสร็จ
เปิด 7 ธนบัตรรัชกาลที่ 8 หาดูได้ยาก คนรุ่นใหม่แทบไม่เคยเห็น
"ฮัวคาชินา" โอเอซิสสุดลึกลับ สวยที่สุดในอเมริกาใต้
"น้ำลาย" ของเหลวธรรมดาที่มีพลังรักษาและป้องกันโรค
รู้หรือไม่ว่าเวลาจามพุ่งเร็วกว่ารถยนต์ ด้วยความเร็วถึง 110-160 กม/ชม



