3 ข้อเท็จจริงที่น่าตกใจเกี่ยวกับแพทย์
หลายคนมองว่า "แพทย์เป็นคนที่เก่ง ฉลาด และ ทำงานอย่างสมบูรณ์แบบ เพราะเป็นคนที่ช่วยรักษาชีวิตผู้ป่วย..." แต่เมื่อมีการศึกษาหรือเหตุการณ์จริงเกิดขึ้น ก็พบว่า "โลกของแพทย์มีเรื่องแปลกและน่าตกใจมากกว่าที่หลายคนคิด!!" บางเรื่องฟังดูเหมือนเป็นฉากในภาพยนตร์ แต่กลับเกิดขึ้นจริงในโรงพยาบาล และ ได้รับการบันทึกไว้ในวงการแพทย์อีกด้วย!!
เรื่องแรก คือ "การเกิดไฟไหม้ระหว่างการผ่าตัด" ซึ่งฟังดูไม่น่าเชื่อเพราะห้องผ่าตัดเป็นสถานที่ที่มีมาตรฐานความปลอดภัยสูงมาก แต่ในปี 2019 ได้เกิดเหตุการณ์นี้ขึ้นกับผู้ป่วยชายชาวออสเตรเลีย ที่เข้ารับการผ่าตัดฉุกเฉินเพื่อซ่อมแซมหลอดเลือดแดงใหญ่ที่ฉีกขาด ระหว่างการผ่าตัด แพทย์ได้เจาะปอดของผู้ป่วยโดยไม่ได้ตั้งใจ ทำให้อากาศรั่วออกจากปอด เพื่อช่วยให้ผู้ป่วยหายใจได้ดีขึ้น ทีมแพทย์จึงเพิ่มปริมาณออกซิเจนในยาสลบ แต่ปัญหาคือทั้งออกซิเจนและก๊าซยาสลบ รั่วออกมาจากปอดและสะสมอยู่บริเวณหน้าอกของผู้ป่วย เมื่อแพทย์ใช้อุปกรณ์จี้ไฟฟ้าที่สร้างประกายไฟ ประกายนั้นได้ตกลงบนผ้าพันแผลแห้งที่อยู่บนหน้าอก ซึ่งอยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีออกซิเจนเข้มข้น ทำให้ผ้าพันแผลลุกไหม้ทันที โชคดีที่ทีมแพทย์สามารถดับไฟได้อย่างรวดเร็ว และ ผ่าตัดต่อจนสำเร็จ ผู้ป่วยไม่ได้รับบาดเจ็บจากไฟไหม้...
อีกเรื่องที่ทั้งแปลกและน่าขำ คือ "การที่แพทย์ตั้งใจกลืนหัวตัวต่อเลโก้เพื่อทำการทดลอง" โดยในปี 2018 กุมารแพทย์ 6 คนจากอังกฤษและออสเตรเลีย ต้องการหาคำตอบว่า "หากเด็กกลืนชิ้นส่วนเลโก้เข้าไป มันจะใช้เวลานานแค่ไหน กว่าจะผ่านระบบย่อยอาหารและถูกขับออกมา?" เนื่องจากไม่มีข้อมูลที่ชัดเจน พวกเขาจึงตัดสินใจทดลองกับตัวเอง โดยแต่ละคนกลืนหัวตัวต่อเลโก้ 1 ชิ้น จากนั้นก็ต้องคอยตรวจอุจจาระของตัวเองทุกครั้ง เพื่อหาว่าหัวเลโก้ออกมาตอนไหน? ถึงแม้มันจะฟังดูตลก แต่การทดลองนี้ทำอย่างเป็นระบบ พวกเขายังตั้งชื่อระบบการวัดผลแบบขำๆ เช่น "SHAT" สำหรับวัดลักษณะของอุจจาระ และ "FART" สำหรับวัดเวลาที่ใช้ค้นหาและเก็บหัวเลโก้กลับมา โดยผลการทดลองพบว่า "หัวเลโก้ใช้เวลาประมาณ 27 ชั่วโมงถึง 3 วัน ในการผ่านร่างกายของผู้ใหญ่ที่มีสุขภาพดี"
เรื่องสุดท้ายเป็นความเข้าใจผิดที่หลายคนมีเกี่ยวกับแพทย์ คนส่วนใหญ่มักเชื่อว่า "ทุกคนที่เป็นหมอต้องเป็นอัจฉริยะ!!" เพราะกว่าจะเรียนจบต้องผ่านการแข่งขันที่ยากมาก ต้องสอบเข้าคณะแพทยศาสตร์ เรียนหนักหลายปี สอบใบประกอบวิชาชีพ และฝึกงานในโรงพยาบาลอีกหลายปี แต่ในความเป็นจริง หลายคนในวงการแพทย์ยอมรับว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดไม่ใช่ความฉลาดเหนือคนทั่วไป แต่เป็นความขยัน ความอดทน และ วินัยในการเรียน หนังสือและข้อมูลที่ต้องเรียนมีจำนวนมหาศาล นักศึกษาแพทย์ต้องทบทวนซ้ำแล้วซ้ำอีก ใช้เวลาหลายชั่วโมงในการอ่านหนังสือ ท่องจำ และ ฝึกทำข้อสอบทุกวัน การเรียนจึงเหมือนการพยายามดื่มน้ำจากสายดับเพลิง ที่มีน้ำไหลออกมาอย่างแรง ไม่ใช่เพราะเนื้อหายากเกินไป แต่เพราะมีข้อมูลจำนวนมากที่ต้องจำให้ได้ภายในเวลาจำกัด คนที่ประสบความสำเร็จ จึงมักเป็นคนที่มีความรับผิดชอบ มีวินัย และ ไม่ยอมแพ้อะไรง่ายๆ มากกว่าจะเป็นคนที่เกิดมาฉลาดเป็นพิเศษ แม้แต่การสอบเพื่อเข้าเรียนต่อในสาขาเฉพาะทางที่แข่งขันสูง ก็ยังขึ้นอยู่กับคะแนนสอบ ผลงานวิจัย และ ความประทับใจที่อาจารย์มีต่อผู้สมัคร ไม่ได้วัดจากสติปัญญาเพียงอย่างเดียว ดังนั้น การเป็นแพทย์ไม่ได้หมายความว่า "ทุกคนจะเป็นอัจฉริยะ" แต่หมายความว่า "พวกเขาสามารถทุ่มเทเวลา และ ความพยายามอย่างมหาศาล จนผ่านเส้นทางที่ยากลำบากมาได้นั่นเอง!!"
เขียนโดย ผู้แข็งแกร่งไร้เทียมทาน
วัยรุ่นชิงเสื้อวง "ดอนผีบิน" จนกลายเป็นศึกสายเลือดชิงโลโก้
แมงดาทะเลเผาแบบไหนกินได้และแบบไหนอันตรายถึงชีวิต?
6 ประเทศที่ยังไม่มีรถไฟ และดูเหมือนยังไม่จำเป็นต้องสร้างรางรถไฟ
AI วิเคราะห์เลขท้าย 3 ตัวรางวัลที่ 1 งวดวันที่ 1 กันยายน 2569
ไชรหัสเลข ขุนพันธุ์ นำโชค 1/9/69
ส่องสถิติเลขท้าย 2 ตัว งวดวันที่ 1 กันยายน ย้อนหลัง 20 ปี คัดคู่เลขตัวเต็งทำแต้มสู้ศึกงวดใหม่
ทุเรียนจังหวัดไหนแพงที่สุด? เปิด 5 แหล่งทุเรียนพรีเมียมของไทย
ฝูงผึ้งรุมต่อยยายวัย 71 สาหัส เกือบ 20 คน โดยต่อยด้วย
เลขเด็ด "มนต์สิทธิ์" งวด 1 ก.ย. 69
เปิด 7 ธนบัตรรัชกาลที่ 8 หาดูได้ยาก คนรุ่นใหม่แทบไม่เคยเห็น
สูตรคำนวณหาแนวทาง งวด 1/9/69
"เนเน่" ถึงลอสแองเจลิสแล้ว เหลืออีกสี่วันก่อนรอบไลฟ์โชว์ AGT
ทุเรียนจังหวัดไหนแพงที่สุด? เปิด 5 แหล่งทุเรียนพรีเมียมของไทย

