เบื้องหลัง Facebook ข้อมูลเล็ก ๆ ที่อาจบอกเรื่องของเราได้มากกว่าที่คิด
เบื้องหลังเฟซบุ๊ก ข้อมูลเล็ก ๆ ที่อาจบอกเรื่องของเราได้มากกว่าที่คิด
“เฟซบุ๊ก” เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันของคนจำนวนมาก เราใช้คุยกับเพื่อน ดูข่าว ดูคลิป แชร์รูป และติดตามเรื่องราวต่าง ๆ แต่เบื้องหลังการใช้งานเหล่านี้ มีข้อมูลเกี่ยวกับผู้ใช้ถูกประมวลผลอยู่หลายประเภท
ข้อมูลดังกล่าวอาจรวมถึงโพสต์และความคิดเห็นที่เราสร้าง เนื้อหาที่เราดูหรือมีปฏิสัมพันธ์ด้วย ฟีเจอร์ที่ใช้งาน ระยะเวลาและความถี่ในการใช้ ตลอดจนข้อมูลจากอุปกรณ์ เครือข่าย และตำแหน่งที่ตั้งในบางกรณี
ตามนโยบายความเป็นส่วนตัวของ Meta บริษัทระบุว่าใช้ข้อมูลเหล่านี้เพื่อให้บริการ ปรับปรุงผลิตภัณฑ์ แนะนำเนื้อหา และปรับโฆษณาให้สอดคล้องกับความสนใจของผู้ใช้ อย่างไรก็ตาม ขอบเขตของข้อมูลที่เก็บและวิธีนำไปใช้ยังคงเป็นประเด็นที่หลายคนกังวล โดยเฉพาะเมื่อข้อมูลเล็ก ๆ หลายส่วนถูกนำมาวิเคราะห์ร่วมกัน
ระบบจดจำใบหน้าเคยเป็นส่วนสำคัญของเฟซบุ๊ก
หนึ่งในความสามารถที่เคยถูกพูดถึงมาก คือ “ระบบจดจำใบหน้า” ซึ่งใช้เทคโนโลยีวิเคราะห์ลักษณะใบหน้า เพื่อช่วยระบุบุคคลในรูปภาพและวิดีโอ ทำให้การแนะนำชื่อสำหรับการแท็กภาพทำได้ง่ายขึ้น
แต่ข้อมูลส่วนนี้ในต้นฉบับจำเป็นต้องปรับให้เป็นปัจจุบัน เพราะในเดือนพฤศจิกายน 2021 Meta ประกาศยุติระบบจดจำใบหน้าบนเฟซบุ๊กที่ใช้ระบุตัวบุคคลโดยอัตโนมัติ พร้อมระบุว่าจะลบแม่แบบข้อมูลจดจำใบหน้าของผู้ใช้มากกว่าหนึ่งพันล้านคน
บริษัทให้เหตุผลว่าต้องพิจารณาประโยชน์ของเทคโนโลยีควบคู่กับความกังวลของสังคม และความไม่ชัดเจนของกฎเกณฑ์ที่ใช้ควบคุมเทคโนโลยีประเภทนี้
ดังนั้น การกล่าวว่าเฟซบุ๊กยังเรียนรู้ใบหน้าจากภาพที่ถูกแท็กในรูปแบบเดิม อาจทำให้ผู้อ่านเข้าใจคลาดเคลื่อนได้ แม้เทคโนโลยีวิเคราะห์ภาพหรือปัญญาประดิษฐ์รูปแบบอื่นอาจยังถูกนำมาใช้ในผลิตภัณฑ์ของ Meta ก็ตาม
ตำแหน่งของเราอาจมาจากข้อมูลหลายทาง
อีกเรื่องที่หลายคนกังวล คือ “ข้อมูลตำแหน่งที่ตั้ง” หากผู้ใช้เปิดบริการระบุตำแหน่งบนโทรศัพท์ Meta อาจได้รับตำแหน่งที่มีความละเอียดจาก GPS สัญญาณ Bluetooth และเครือข่าย Wi-Fi
นอกจากนี้ ตำแหน่งยังอาจมาจากข้อมูลที่ผู้ใช้กรอกเอง การเช็กอิน การติดสถานที่ในโพสต์ หรือข้อมูลเครือข่าย เช่น หมายเลขไอพี แม้ไม่ได้เปิดตำแหน่งแบบละเอียดอยู่ตลอดเวลาก็ตาม
ข้อมูลเหล่านี้มีประโยชน์ต่อฟีเจอร์บางอย่าง เช่น การแนะนำกิจกรรมหรือธุรกิจใกล้ตัว แต่ผู้ใช้ควรเข้าใจว่า การปิด GPS เพียงอย่างเดียวอาจไม่ได้หมายความว่าแพลตฟอร์มจะไม่ทราบข้อมูลเกี่ยวกับพื้นที่ที่เราใช้งานเลย
สิ่งที่ควรทำคือ ตรวจสอบสิทธิ์เข้าถึงตำแหน่งของแอป เลือกอนุญาตเฉพาะขณะใช้งานเมื่อเหมาะสม และทบทวนโพสต์เก่าที่มีการเช็กอินหรือติดสถานที่เอาไว้
โซเชียลมีเดียกับสุขภาพจิตไม่ใช่เรื่องขาวหรือดำ
นอกจากเรื่องข้อมูลส่วนตัวแล้ว ยังมีข้อกังวลว่า การใช้โซเชียลมีเดียมากเกินไปอาจสัมพันธ์กับปัญหาสุขภาพจิตในผู้ใช้บางกลุ่ม โดยเฉพาะเด็กและวัยรุ่น
ผู้ใช้อาจเห็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดของคนอื่น ไม่ว่าจะเป็นการท่องเที่ยว ความสำเร็จ หรือชีวิตที่ดูสมบูรณ์แบบ จึงเผลอเปรียบเทียบตัวเองและรู้สึกว่าชีวิตของตัวเองด้อยกว่า ทั้งที่คนส่วนใหญ่มักเลือกโพสต์เฉพาะบางด้านของชีวิต และไม่ได้แสดงปัญหาทั้งหมดที่กำลังเผชิญ
สำนักงานศัลยแพทย์ใหญ่สหรัฐฯ ระบุว่า โซเชียลมีเดียสามารถให้ทั้งประโยชน์และความเสี่ยงต่อเด็กและวัยรุ่น ขณะเดียวกัน หลักฐานที่มีอยู่ยังไม่เพียงพอที่จะสรุปว่าโซเชียลมีเดียปลอดภัยสำหรับเยาวชนอย่างแน่นอน ผลกระทบจึงขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ทั้งรูปแบบการใช้ เนื้อหาที่พบ ระยะเวลาที่ใช้ และสภาพแวดล้อมของผู้ใช้แต่ละคน
“ความรู้สึกเหงา” ก็อาจเกิดขึ้นได้ ถึงแม้เฟซบุ๊กจะช่วยให้เราติดต่อกับผู้คนได้ง่ายขึ้น แต่การเห็นคนอื่นออกไปเที่ยว พบปะสังสรรค์ หรือทำกิจกรรมต่าง ๆ อาจทำให้บางคนรู้สึกว่าตัวเองถูกทิ้งไว้ข้างหลัง
ประเด็นสำคัญจึงไม่ใช่เพียงว่าเราใช้เฟซบุ๊กกี่ชั่วโมง แต่ต้องดูด้วยว่าเราใช้ทำอะไร ใช้แล้วรู้สึกอย่างไร และการใช้งานออนไลน์กำลังเข้ามาแทนที่การนอน การออกกำลังกาย หรือการพบปะผู้คนในชีวิตจริงหรือไม่
ข้อมูลเล็ก ๆ เมื่อนำมารวมกันอาจบอกได้มากกว่าที่คิด
เวลาออนไลน์ ความถี่ในการเปิดแอป ระยะเวลาที่ใช้งาน เนื้อหาที่ดู และอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อ อาจดูเป็นข้อมูลที่ไม่มีความสำคัญเมื่อแยกดูทีละอย่าง
แต่เมื่อนำข้อมูลหลายส่วนมาวิเคราะห์ร่วมกัน ก็อาจช่วยคาดการณ์ความสนใจ กิจวัตร หรือรูปแบบการใช้ชีวิตของผู้ใช้ได้ นี่คือเหตุผลว่าทำไมการตั้งค่าความเป็นส่วนตัวเพียงครั้งเดียวอาจไม่เพียงพอ เพราะทั้งฟีเจอร์ นโยบาย และรูปแบบการใช้งานของเราเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา
ผู้ใช้ควรกลับไปตรวจสอบการตั้งค่าเป็นระยะ โดยเฉพาะสิทธิ์เข้าถึงตำแหน่ง แอปและเว็บไซต์ที่เชื่อมต่อกับบัญชี ผู้ที่มองเห็นโพสต์ รวมถึงข้อมูลกิจกรรมนอกแพลตฟอร์ม
เฟซบุ๊กไม่ใช่เพียงพื้นที่สำหรับโพสต์และพูดคุย แต่เป็นระบบที่ประมวลผลข้อมูลจำนวนมากเพื่อทำให้บริการเหมาะกับผู้ใช้แต่ละคน ยิ่งเราเข้าใจว่าข้อมูลใดถูกเก็บและควบคุมส่วนใดได้บ้าง ก็ยิ่งสามารถใช้งานได้อย่างรอบคอบมากขึ้น
REFERENCES:
https://www.facebook.com/privacy/policy/
https://www.facebook.com/privacy/dialog/what-location-information-does-meta-receive/
https://www.facebook.com/privacy/guide/location/
https://about.fb.com/news/2021/11/update-on-use-of-face-recognition/
https://www.hhs.gov/surgeongeneral/reports-and-publications/youth-mental-health/social-media/
เขียนโดย ผู้แข็งแกร่งไร้เทียมทาน
นักสถิติเผย “7 ตัวเลขที่ไม่ควรเลือก” หากอยากถูกลอตเตอรี่!
เปิดตำนาน 7 ห้างสรรพสินค้าในอดีตที่เคยรุ่งเรือง
ขับรถเร็วเกินกำหนด แล้ว “ใบสั่งส่งมาที่บ้าน” ไม่จ่ายได้ไหม?
7 วิธีคิดเลขแบบคนเล่นหวยมานานที่มือใหม่ควรรู้ เซียนหวยเก๋าเกมเขาเลือกตัวเลขกันอย่างไร?
ทำไมเสาไม้ใต้เวนิสยังไม่ผุ
บัตรกดเงินสด vs บัตรเครดิต ต่างกันยังไง? ใช้ผิดชีวิตเปลี่ยน!
ประเทศที่คนนิยมกินแมลงจากไทยมากที่สุด อันดับที่หนึ่งของโลก
พระธาตุศรีสองรัก ภาพเก่าความทรงจำแห่งเมืองด่านซ้าย
7 สิ่งที่คุณอาจไม่รู้ เกี่ยวกับการใช้ชีวิตบนเรือพิฆาต
รถแห่ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย
ใส่มาตั้งนาน เพิ่งรู้! ทำไมรองเท้า Converse ถึงต้องมี "รูเล็ก ๆ 2 รู" อยู่ข้างเท้า?
10 โรงแรมในตำนานของไทย ที่เคยโด่งดังแต่ปัจจุบันเหลือเพียงความทรงจำ
นักสถิติเผย “7 ตัวเลขที่ไม่ควรเลือก” หากอยากถูกลอตเตอรี่!
ขับรถเร็วเกินกำหนด แล้ว “ใบสั่งส่งมาที่บ้าน” ไม่จ่ายได้ไหม?
พระธาตุศรีสองรัก ภาพเก่าความทรงจำแห่งเมืองด่านซ้าย
7 สิ่งที่คุณอาจไม่รู้ เกี่ยวกับการใช้ชีวิตบนเรือพิฆาต
ชื่อชวนขำแต่เรื่องราวไม่ขำ เปิดอดีต “คุกขี้ไก่” แห่งแหลมสิงห์
10 เมนูแปลกๆ แดนอีสาน






