รถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน: ทางออกที่ดีที่สุด ไม่ใช่ "ล้มโครงการ"
ทุกครั้งที่มีข่าวโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน หลายคนมักแบ่งเป็นสองฝ่ายอย่างชัดเจน
ฝ่ายหนึ่งบอกว่า ต้องช่วยเอกชน เพราะไม่เช่นนั้นโครงการจะเดินต่อไม่ได้
อีกฝ่ายบอกว่า ไม่ควรแก้สัญญา เพราะเอกชนเป็นผู้ประมูลเอง ต้องรับผิดชอบความเสี่ยงเอง
แต่หากมองอย่างเป็นกลาง ความจริงอาจไม่ได้อยู่สุดขั้วทั้งสองด้าน
ปัญหาที่เกิดขึ้น ไม่ได้เกิดจากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง
เมื่อเริ่มประมูลในปี 2561 ไม่มีใครคาดคิดว่าจะเกิดวิกฤตโควิด-19 ที่ทำให้เศรษฐกิจและการเดินทางทั่วโลกหยุดชะงัก รายได้ที่เคยคาดการณ์ไว้จึงเปลี่ยนไปอย่างมาก
ในอีกด้านหนึ่ง ภาครัฐเองก็มีความล่าช้าในการส่งมอบพื้นที่ การรื้อย้ายสาธารณูปโภค และการดำเนินการตามเงื่อนไขหลายประการ ทำให้เอกชนไม่สามารถเริ่มงานได้เต็มรูปแบบ
จึงปฏิเสธไม่ได้ว่า ปัญหาของโครงการนี้เกิดจากหลายปัจจัย ไม่ใช่ความผิดของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งทั้งหมด
แต่การช่วยเหลือ ก็ไม่ควรหมายถึงการใช้เงินภาษีโดยไม่มีเงื่อนไข
หลายคนเสนอให้รัฐรีบแก้ไขสัญญา จ่ายเงินเร็วขึ้น หรือแบ่งรับความเสี่ยงกับเอกชน
แนวคิดนี้ไม่ใช่เรื่องผิด เพราะโครงการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน (PPP) ในหลายประเทศก็มีการปรับสัญญาเมื่อเกิดเหตุการณ์ที่ไม่มีใครคาดคิด
อย่างไรก็ตาม หากรัฐยอมทุกข้อเสนอ ก็จะเกิดคำถามทันทีว่า
แล้วการแข่งขันประมูลที่ผ่านมา มีความหมายอย่างไร?
หากผู้ชนะประมูลสามารถกลับมาเปลี่ยนเงื่อนไขภายหลังได้ทุกครั้ง ความเชื่อมั่นต่อระบบจัดซื้อจัดจ้างของประเทศก็จะลดลง และอาจกลายเป็นบรรทัดฐานที่ไม่เหมาะสมสำหรับโครงการอื่นในอนาคต
ดังนั้น หากจะมีการแก้ไขสัญญา ต้องทำเฉพาะส่วนที่จำเป็น และต้องมีหลักประกันที่รัดกุม เช่น จ่ายเงินตามผลงานที่ตรวจรับแล้ว เพิ่มหลักประกันจากเอกชน และกำหนดบทลงโทษที่ชัดเจนหากผิดนัด
สิ่งที่รัฐควรเร่งทำ คือแก้ปัญหาในส่วนของรัฐเอง
ในเมื่อรัฐมีหน้าที่ส่งมอบพื้นที่ให้พร้อม ก็ต้องเร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จ
การรื้อย้ายท่อส่งน้ำมัน สายไฟ ระบบสาธารณูปโภค และการแก้ไขข้อพิพาทด้านที่ดิน ไม่ควรปล่อยให้เป็นอุปสรรคยืดเยื้อต่อไป เพราะตราบใดที่พื้นที่ยังไม่พร้อม เอกชนก็ยังมีเหตุผลที่จะอ้างว่าไม่สามารถเริ่มก่อสร้างได้
เมื่อรัฐทำหน้าที่ของตนเองครบถ้วนแล้ว จึงจะสามารถกำหนดกรอบเวลาและความรับผิดชอบของเอกชนได้อย่างเต็มที่
ก่อนแก้สัญญา ต้องตอบคำถามที่สำคัญที่สุด
หลายคนถกเถียงกันเรื่องรายละเอียดของสัญญา แต่กลับลืมคำถามสำคัญที่สุดคือ
โครงการในวันนี้ ยังมีความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจเหมือนวันที่ประมูลหรือไม่?
โลกหลังโควิดเปลี่ยนไปมาก
พฤติกรรมการเดินทางเปลี่ยนไป
เศรษฐกิจเปลี่ยนไป
ต้นทุนก่อสร้างเปลี่ยนไป
รัฐบาลจึงควรเปิดเผยการศึกษาความคุ้มค่าใหม่ โดยใช้ข้อมูลปัจจุบัน ไม่ใช่ข้อมูลเมื่อหลายปีก่อน
หากผลการศึกษายืนยันว่าโครงการยังคุ้มค่า ก็ควรเดินหน้าต่อ
แต่หากพบว่าความคุ้มค่าลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ก็ต้องกล้ายอมรับความจริง และพิจารณาปรับรูปแบบโครงการ แทนที่จะเดินหน้าตามแผนเดิมเพียงเพราะไม่ต้องการยอมรับความผิดพลาด
ต้องมี "แผน B" เสมอ
รัฐบาลไม่ควรฝากความหวังทั้งหมดไว้กับการเจรจาเพียงอย่างเดียว
หากการเจรจาไม่สำเร็จ หรือเงื่อนไขที่เอกชนเสนอสร้างภาระให้รัฐมากเกินไป ก็ควรมีแผนสำรอง เช่น
-
แยกก่อสร้างเฉพาะช่วงที่มีความสำคัญก่อน
-
เปิดประมูลใหม่ในบางส่วน
-
หรือให้รัฐดำเนินการเองในช่วงที่เกี่ยวข้องกับโครงข่ายรถไฟความเร็วสูงสายอื่น
การมีแผนสำรองไม่ได้แปลว่าอยากยกเลิกโครงการ แต่เป็นการสร้างอำนาจต่อรอง และป้องกันไม่ให้ประเทศตกอยู่ในสถานการณ์ที่ "ไม่มีทางเลือก"
บทสรุป
ประเทศไทยไม่ควรเลือกทางสุดโต่ง
ไม่ใช่ "อุ้มเอกชนทุกอย่าง"
และไม่ใช่ "ยกเลิกโครงการทันที"
ทางออกที่ดีที่สุด คือการยึดหลัก 4 ข้อ
-
ประเมินความคุ้มค่าของโครงการใหม่จากข้อมูลปัจจุบัน
-
รัฐเร่งแก้ปัญหาที่เป็นความรับผิดชอบของตนเอง โดยเฉพาะการส่งมอบพื้นที่
-
หากจำเป็นต้องแก้สัญญา ต้องทำอย่างโปร่งใส มีหลักประกัน และรักษาผลประโยชน์ของรัฐ
-
เตรียมแผนสำรองไว้เสมอ หากการเจรจาไม่สามารถบรรลุผลได้
สุดท้าย สิ่งที่ประชาชนต้องการไม่ใช่การเอาชนะกันระหว่าง "รัฐ" กับ "เอกชน" แต่คือการเห็นโครงการที่ใช้เงินจำนวนมหาศาลสามารถเดินหน้าได้อย่างโปร่งใส คุ้มค่า และเกิดประโยชน์ต่อประเทศในระยะยาว เพราะท้ายที่สุดแล้ว เงินทุกบาทที่ใช้ในโครงการนี้ก็คือเงินของประชาชน และผลสำเร็จหรือความล้มเหลวของโครงการก็จะตกอยู่กับประเทศทั้งประเทศ ไม่ใช่กับฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง
เปิดตำนาน 7 ห้างสรรพสินค้าในอดีตที่เคยรุ่งเรือง
ทำไมเสาไม้ใต้เวนิสยังไม่ผุ
รวมเลขปฏิทินจีน งวด 1 สิงหาคม 2569
จ่ายขั้นต่ำบัตรเครดิตเสี่ยงหนี้ยาว
7 วิธีคิดเลขแบบคนเล่นหวยมานานที่มือใหม่ควรรู้ เซียนหวยเก๋าเกมเขาเลือกตัวเลขกันอย่างไร?
นกเกาะตัวโตจริง แต่ฝนไม่ใช่คำตอบ
ส่องดวงคนมี "ไฝที่ฝ่าเท้า" เดินทางบ่อยเพราะดวงชะตาหรือมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์นำทาง?
รถแห่ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย
ทำไมผักชีถึงเหมือนสบู่สำหรับบางคน
ทำไมเหาถึงไม่เคยสูญพันธุ์
5 สถานที่อากาศบริสุทธิ์ที่สุดในประเทศไทย สูดลมหายใจได้เต็มปอด
ยีนส้มตำมีจริงไหม ทำไมบางคนเกลียดพริก
กรมอุตุฯ เตือน 27–30 ก.ค. ไทยฝนหนักหลายพื้นที่ เสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน
วัดพระมหาธาตุ วรมหาวิหาร มรดกแห่งศรัทธาจากแดนใต้ สู่การยอมรับในฐานะมรดกโลก
Starship บินทดสอบครั้งสำคัญสำเร็จ เหตุใดหุ้น SpaceX ยังร่วงต่อ?
งานวิจัยชี้ การกลายพันธุ์ในเซลล์อาจจำกัดอายุมนุษย์ไว้ที่ 146–194 ปี