5 เรื่องราวสุดเหลือเชื่อ จากผู้โดยสารบนเรือไททานิก
การเดินทางของเรือ "อาร์เอ็มเอส ไททานิก" เริ่มต้นขึ้นเมื่อวันที่ 10 เมษายน ค.ศ. 1912 จากเมืองเซาแธมป์ตัน ประเทศอังกฤษ มุ่งหน้าไปยังนครนิวยอร์ก ประเทศอเมริกา... ในเวลานั้นไททานิกเป็นเรือโดยสารที่ใหญ่และหรูหราที่สุดในโลก ผู้คนจำนวนมากเชื่อว่าเรือลำนี้แข็งแรงมากจนแทบไม่มีวันจม แต่ในคืนวันที่ 14 เมษายน 1912 เรือกลับชนเข้ากับภูเขาน้ำแข็งกลางมหาสมุทรแอตแลนติกเหนือ และ จมลงในช่วงเช้ามืดของวันที่ 15 เมษายน 1912 ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 1,500 คน และ มีผู้รอดชีวิตเพียง 705 คน เหตุการณ์ครั้งนี้กลายเป็นหนึ่งในโศกนาฏกรรมทางทะเลที่โด่งดังที่สุดในประวัติศาสตร์โลก และ เต็มไปด้วยเรื่องราวของผู้คนที่น่าเหลือเชื่อ...
ซึ่งหนึ่งในเรื่องที่แปลกที่สุด คือ เรื่องของ "อเล็กซ์ แม็คเคนซี" ชายหนุ่มวัย 24 ปีที่มีตั๋วโดยสารสำหรับการเดินทางครั้งแรกของไททานิก พ่อแม่ของเขาซื้อตั๋วให้เป็นของขวัญ ทุกอย่างพร้อมแล้ว เขาเก็บกระเป๋าและเดินไปต่อแถวเพื่อขึ้นเรือ แต่ในขณะที่เขากำลังจะก้าวขึ้นเรือ เขากลับได้ยินเสียงบางอย่างในหัวเตือนว่า "หากขึ้นเรือลำนี้ คุณจะต้องเสียชีวิต!!" ตอนแรกเขาคิดว่าตัวเองหูฝาด จึงพยายามเดินต่อ แต่เสียงนั้นดังขึ้นอีกครั้งและย้ำคำเดิมหลายครั้ง จนสุดท้ายเขาตัดสินใจยกเลิกการเดินทาง ถึงแม้ว่าจะต้องอธิบายให้ครอบครัวฟังว่า ทำไมถึงไม่ขึ้นเรือที่ทุกคนอยากเดินทางก็ตาม... หลังจากไททานิกจมลง ผู้คนจำนวนมากจึงมองว่า "เขาโชคดีอย่างไม่น่าเชื่อ" เพราะหากไม่เชื่อเสียงเตือนนั้น เขาอาจเสียชีวิตไปพร้อมกับผู้โดยสารอีกนับพันคน
อีกเรื่องหนึ่งเป็นเรื่องของ "เอ็ดเวิร์ด" และ "เอเธล บีน" คู่สามีภรรยาที่เพิ่งแต่งงานกัน ทั้งสองเลือกเดินทางด้วยไททานิกเพื่อฉลองชีวิตคู่ เมื่อเรือชนภูเขาน้ำแข็ง พวกเขาไม่ได้ตกใจ เพราะเชื่อเหมือนคนส่วนใหญ่ว่าเรือลำนี้ไม่มีวันจม จนมีผู้โดยสารจากห้องข้างๆมาเตือนถึง 2 ครั้ง ทั้งคู่จึงเริ่มรู้ว่าสถานการณ์ร้ายแรงกว่าที่คิด "เอเธล บีน" ยอมขึ้นเรือชูชีพอย่างไม่เต็มใจ เพราะไม่อยากจากสามีไป ส่วน "เอ็ดเวิร์ด" ยังต้องอยู่บนเรือตามกฎที่ให้ผู้หญิงและเด็กขึ้นก่อน แต่เมื่อสถานการณ์เลวร้ายลง เขาจึงกระโดดลงทะเลและว่ายน้ำไปหาเรือชูชีพที่ภรรยาอยู่ได้สำเร็จ ทั้งสองรอดชีวิตและได้กลับมาใช้ชีวิตร่วมกันต่อ...
เรื่องต่อมา คือ เรื่องของบาทหลวง "ฟรานซิส บราวน์" นักบวชนิกายเยซูอิตที่ชื่นชอบการถ่ายภาพ เขาได้รับตั๋วโดยสารชั้นหนึ่งเป็นของขวัญและได้นำกล้องติดตัวขึ้นเรือ ระหว่างการเดินทาง เขาถ่ายภาพผู้โดยสาร ลูกเรือ และ บรรยากาศบนเรือไว้จำนวนมาก ซึ่งต่อมากลายเป็นภาพประวัติศาสตร์ที่หายากและมีคุณค่ามาก ก่อนที่ไททานิกจะออกเดินทางข้ามมหาสมุทร เขาได้รับคำสั่งจากผู้บังคับบัญชาให้ลงจากเรือที่เมืองควีนส์ทาวน์ ในไอร์แลนด์ ถึงแม้ว่าจะมีคู่สามีภรรยาผู้มั่งคั่งเสนอออกค่าใช้จ่ายให้เขาเดินทางต่อไปยังนิวยอร์กก็ตาม เขาเลือกทำตามคำสั่งและลงจากเรือ ทำให้รอดชีวิตจากเหตุการณ์ครั้งนั้น ส่วนภาพถ่ายที่เขาถ่ายไว้ก็กลายเป็นหลักฐานสำคัญ ที่ช่วยให้คนรุ่นหลังได้เห็นชีวิตจริงบนไททานิก ก่อนเกิดโศกนาฏกรรม...
อีกเรื่องที่หลายคนไม่รู้ คือ เรื่องของลูกพี่ลูกน้อง 2 คนที่อยู่บนเรือลำเดียวกัน แต่ไม่รู้ว่ามีญาติอยู่ด้วย... โดยคนแรกคือ "วิลเลียม เอ็ดวี ไรเออร์สัน" ซึ่งทำงานเป็นพนักงานเสิร์ฟในห้องอาหารชั้นหนึ่ง ส่วนอีกคนคือ "อาร์เธอร์ ไรเออร์สัน" ผู้โดยสารชั้น 1 ที่เดินทางพร้อมภรรยาและลูกๆทั้ง 3 คน ทั้ง 2 คนเป็นญาติกัน แต่ไม่เคยรู้ว่าบังเอิญอยู่บนเรือลำเดียวกัน เพราะใช้ชีวิตต่างกันมาก!! "วิลเลียม เอ็ดวี ไรเออร์สัน" เติบโตมาในครอบครัวชนชั้นแรงงาน ส่วน "อาร์เธอร์ ไรเออร์สัน" เป็นคนฐานะดี ขณะเรือกำลังจะจม "วิลเลียม เอ็ดวี ไรเออร์สัน" ช่วยปฏิบัติหน้าที่อยู่บริเวณเรือชูชีพ ส่วน "อาร์เธอร์ ไรเออร์สัน" ร์พยายามขอร้องให้ลูกชายวัย 13 ปีได้รับอนุญาตให้ขึ้นเรือชูชีพไปพร้อมกับแม่และน้องสาว สุดท้ายภรรยาและลูกๆของเขารอดชีวิต แต่ "อาร์เธอร์ ไรเออร์สัน" เสียชีวิตบนเรือ ในขณะที่ "วิลเลียม เอ็ดวี ไรเออร์สัน" สามารถหนีรอดมาได้!!
เรื่องสุดท้ายเป็นเรื่องของ "แจ็ค ฟิลลิปส์" เจ้าหน้าที่วิทยุอาวุโสของไททานิก หน้าที่ของเขาคือรับส่งข้อความรหัสมอร์ส ทั้งข้อความของผู้โดยสารและคำเตือนจากเรือลำอื่น ซึ่งก่อนเกิดเหตุ เขาได้รับคำเตือนเกี่ยวกับภูเขาน้ำแข็งหลายครั้ง แต่ในช่วงนั้นมีข้อความจากผู้โดยสารจำนวนมากที่ต้องส่ง ทำให้เขาไม่ได้ส่งคำเตือนบางฉบับต่อให้กัปตัน เพราะคิดว่ากัปตันทราบข้อมูลอยู่แล้ว เมื่อเรือ "เอสเอส แคลิฟอร์เนียน" ส่งคำเตือนมาอีกครั้ง เขาตอบกลับอย่างหงุดหงิดว่า "หยุดรบกวนพวกเราที!!" เหตุที่เขาทำแบบนั้นเพราะเขากำลังยุ่งกับการส่งข้อความ ทำให้ภายหลังมีคนวิจารณ์ว่า "เขาอาจมีส่วนทำให้เกิดโศกนาฏกรรม!!" อย่างไรก็ตาม หลังจากไททานิกชนภูเขาน้ำแข็ง "แจ็ค ฟิลลิปส์" กลับกลายเป็นหนึ่งในบุคคลที่สำคัญที่สุดในการช่วยชีวิตผู้คน เขารีบส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือไปยังเรือทุกลำที่อยู่ใกล้ที่สุด ถึงแม้กัปตันจะอนุญาตให้เขาหยุดทำงานเพื่อเอาชีวิตรอด แต่เขาก็ยังคงประจำอยู่ที่เครื่องวิทยุและส่งข้อความต่อไป จนเกือบวินาทีสุดท้าย โดยเขาหยุดส่งสัญญาณเพียงประมาณ 3 นาทีก่อนเรือจะจมลง การติดต่อกับเรือ "คาร์พาเธีย" ทำให้เรือลำนั้นรีบเดินทางมาช่วยเหลือผู้รอดชีวิตได้ถึง 705 คน โดยผู้ที่ได้รับข้อความต่างกล่าวตรงกันว่า "ถึงแม้สถานการณ์บนเรือจะโกลาหลเพียงใด ข้อความของ "แจ็ค ฟิลลิปส์" ก็ยังคงชัดเจนและสงบนิ่งเสมอ" ถึงแม้สุดท้ายเขาจะเสียชีวิตในเหตุการณ์ครั้งนั้น แต่วีรกรรมของเขาก็ได้รับการยกย่องว่าเป็น "หนึ่งในเหตุผลสำคัญ ที่ทำให้มีผู้รอดชีวิตจำนวนมาก!!"
เขียนโดย ผู้แข็งแกร่งไร้เทียมทาน
เปิด 10 อำเภอที่ดินถูกที่สุดในไทย บางพื้นที่ราคาประเมินเริ่มเพียง 10,000 บาทต่อไร่
5 จังหวัดในไทยที่ชาวต่างชาติชอบมากที่สุด และนิยมย้ายมาใช้ชีวิตหลังเกษียณ
Trick or Treat ในวันฮาโลวีนมีที่มาอย่างไร
ฮอปในเบียร์ช่วยให้ผ่อนคลายได้จริงไหม
รู้จัก “ปลาหวานโรยงา” อาหารแปรรูปยอดฮิต แท้จริงแล้วทำจากปลาอะไร?
เปิดพิกัดอุโบสถเงินเชียงใหม่ อายุวัดกว่า 500 ปี เบื้องหลังงานศิลป์ที่ไม่เหมือนใคร
รวมสุดยอดเลขเด่น-เลขดัง มหาชน "แม่ทำเนียบ" งวด 16 พ.ย. 2569 เจาะลึก 10 เลขฮิตและรหัสเลขมงคลทั่วไทย
นางนพมาศมีตัวตนจริงไหม และทำไมจึงมีการประกวดในวันลอยกระทง
เลขกำลังวันจันทร์ งวด 16 พ.ย. 69 เปิดเลขเด่นจากตาราง จัดเต็มชุด 2 ตัว-3 ตัว เน้นเลข 6
สัญญาณอันตรายจากร่างกายที่ไม่ควรมองข้าม
ตามกันต่อเลข อ.น๊อตตี้ งวด 16 พฤศจิกายน 2569
สอบเข้า ม.4 ปี 2569 โรงเรียนไหนแข่งขันสูง? เจาะตัวเลขเตรียมอุดมฯ พร้อมแผนเตรียมสอบและเช็กลิสต์สมัคร
Trick or Treat ในวันฮาโลวีนมีที่มาอย่างไร
นางนพมาศมีตัวตนจริงไหม และทำไมจึงมีการประกวดในวันลอยกระทง
ประเทศที่นิยมกินข้าวไทย และนำเข้าข้าวจากประเทศไทยมากที่สุด ไทยขายข้าวให้ชาติไหนมากเป็นอันดับหนึ่ง?
เปิดพิกัดอุโบสถเงินเชียงใหม่ อายุวัดกว่า 500 ปี เบื้องหลังงานศิลป์ที่ไม่เหมือนใคร
ศาลเกาหลีใต้ชี้ สัญญาซื้อ Tesla FSD ไม่ได้รับประกันรถไร้คนขับระดับ 5: ผู้ซื้อได้ฟังก์ชันอะไรบ้าง?
จังหวัดเดียวเท่านั้นในภาคอีสาน ที่ไม่ปรากฎว่ามีน้ำตกอยู่เลย
ศาลเกาหลีใต้ชี้ สัญญาซื้อ Tesla FSD ไม่ได้รับประกันรถไร้คนขับระดับ 5: ผู้ซื้อได้ฟังก์ชันอะไรบ้าง?
แคมเปญสัมภาษณ์ที่แพร่กระจาย อย่างรวดเร็วได้เจาะระบบอุปกรณ์ กว่า 30,000 เครื่อง และขโมยคริปโต เคอร์เรนซีมูลค่า 10.71 ล้านดอลลาร์
กล้องชัด! จับ"กิ๊บ ท่าเตียน" ตีนแมวงัดร้านขายเนื้อ ขโมยไข่ไก่
คดีพลิก! ขโมยนาฬิกา Audemars Piguet มูลค่า 46 ล้าน ส่งไปrษณีย์คืนพร้อมจดหมายขอโทษ