หนุ่มจีนเจอเงิน คืนเงิน แต่ดันโดนแจ้งจับ
"หลี่" เป็นชายชาวจีน ที่กำลังเดินทางกลับบ้านหลังเลิกงาน ระหว่างทางเขาเจอเงินสดก้อนใหญ่ตกอยู่บนถนน เป็นเงินมากถึง 220,000 หยวน ถึงแม้จะเป็นเงินจำนวนมากที่ใครหลายคนอาจอยากเก็บไว้เป็นของตัวเอง แต่เขากลับเลือกทำในสิ่งที่ถูกต้อง เขาไม่ได้เอาเงินกลับบ้าน แต่รีบแจ้งตำรวจทันที เพื่อให้ตำรวจช่วยตามหาเจ้าของเงินและคืนให้คนที่ทำหาย
หลังจากตำรวจตรวจสอบไม่นาน ก็พบว่าเจ้าของเงินเป็นแม่ค้าหรือนักธุรกิจรายย่อยในละแวกนั้น เมื่อได้เงินคืน เจ้าของรู้สึกดีใจและขอบคุณ "หลี่" มาก!! จึงเสนอเงินเป็นค่าตอบแทนให้ แต่เขาปฏิเสธ เพราะเขาไม่ได้ต้องการผลประโยชน์ เขาเพียงแค่คิดว่า "การคืนของที่คนอื่นทำหายเป็นเรื่องที่ควรทำ!!" แต่เรื่องที่เหมือนจะจบลงด้วยดีกลับกลายเป็นปัญหาใหญ่ เพราะในวันรุ่งขึ้น เจ้าของเงินโทรหา "หลี่" อีกครั้ง พร้อมบอกว่า "เงินที่ได้รับคืนมีไม่ครบ!!" โดยเธออ้างว่า "เดิมทีเงินที่หายมีมากกว่านี้อีก 50,000 หยวน" พร้อมทั้งกล่าวหาว่า "หลี่" เป็นคนเอาเงินส่วนนั้นไป และ เรียกร้องให้เขาชดใช้
"หลี่" รู้สึกตกใจและเสียใจมาก เพราะเขาไม่ได้ขโมยเงินแม้แต่หยวนเดียว เขาเป็นคนที่ช่วยเก็บเงินและนำส่งตำรวจแท้ๆ แต่กลับถูกกล่าวหาว่าเป็นขโมย ทั้งที่ถ้าเขาไม่อยากคืนเงิน เขาก็สามารถเก็บไว้เงียบๆได้ตั้งแต่แรกแล้ว เขารู้สึกว่าตัวเองทำความดี แต่กลับได้รับผลตอบแทนเป็นการถูกใส่ร้าย โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจพยายามช่วยไกล่เกลี่ย แต่ทั้ง 2 ฝ่ายตกลงกันไม่ได้ สุดท้ายคดีจึงถูกนำขึ้นสู่ศาล เพื่อให้ผู้พิพากษาเป็นผู้ตัดสินว่าใครเป็นฝ่ายถูก
ศาลพิจารณาตามกฎหมายแพ่งของจีน ซึ่งกำหนดไว้อย่างชัดเจนว่า "หากใครเก็บทรัพย์สินที่ผู้อื่นทำหายได้ บุคคลนั้นมีหน้าที่ต้องคืนเจ้าของ หรือ ส่งมอบให้ตำรวจหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง" ซึ่ง "หลี่" ได้ทำตามกฎหมายทุกอย่าง เขาแจ้งตำรวจทันทีและให้ตำรวจเป็นผู้รับผิดชอบในการตามหาเจ้าของ จึงถือว่า "เขาปฏิบัติหน้าที่ครบถ้วนแล้ว!!"
กฎหมายจีนยังระบุอีกว่า "หากผู้ที่เก็บของได้ดูแลทรัพย์สินอย่างไม่เหมาะสม จนของเสียหายหรือสูญหาย ก็ต้องรับผิดชอบชดใช้ให้เจ้าของ" เช่น เคยมีคดีที่มีคนเก็บสร้อยคอราคาแพงได้ แต่คิดว่าเป็นของปลอม จึงโยนทิ้งลงถังขยะ ภายหลังเจ้าของใช้ภาพจากกล้องวงจรปิด จนพบคนที่เก็บของได้ และ ฟ้องร้องเรียกค่าเสียหาย โดยศาลตัดสินให้ผู้ที่โยนสร้อยทิ้งต้องชดใช้ เพราะเขาทำให้ทรัพย์สินของเจ้าของสูญหายจริง!!
แต่คดีของ "หลี่" แตกต่างออกไป เพราะเจ้าของเงินไม่สามารถนำหลักฐานมายืนยันได้ว่า "ตอนทำเงินหล่นนั้นมีเงินทั้งหมด 270,000 หยวนจริง!!" เธอมีเพียงคำกล่าวอ้างเท่านั้น ไม่มีภาพ ไม่มีเอกสาร หรือ พยานที่พิสูจน์จำนวนเงินได้ ในขณะเดียวกัน "หลี่" ก็ไม่ได้เก็บเงินไว้เอง แต่ส่งมอบให้ตำรวจทันที จึงไม่มีหลักฐานว่า "เขาเป็นคนเอาเงินส่วนที่อ้างว่าหายไป!!" เมื่อพิจารณาหลักฐานทั้งหมด ศาลจึงตัดสินให้ ""หลี่" เป็นฝ่ายชนะคดี!! และ ไม่ต้องชดใช้เงิน 50,000 หยวน เพราะไม่มีหลักฐานพิสูจน์ว่าเขาเอาเงินไป อีกทั้งเขายังปฏิบัติตามกฎหมายอย่างถูกต้องตั้งแต่ต้น!!"
หลังจากเรื่องนี้ถูกเผยแพร่ในโลกออนไลน์ ก็มีชาวจีนจำนวนมากเข้ามาแสดงความคิดเห็น หลายคนรู้สึกเห็นใจ "หลี่" เพราะมองว่า "เขาทำความดีแต่กลับเดือดร้อน" บางคนแนะนำว่า "หากในอนาคตเจอของมีค่าตกอยู่บนถนน ควรถ่ายรูปหรือถ่ายวิดีโอไว้ก่อนเก็บ เพื่อใช้เป็นหลักฐานว่า ของที่พบมีสภาพอย่างไรและมีอะไรอยู่บ้าง จากนั้นจึงแจ้งตำรวจทันที ซึ่งวิธีนี้จะช่วยป้องกันไม่ให้ถูกกล่าวหาในภายหลังได้!!"
เขียนโดย ผู้แข็งแกร่งไร้เทียมทาน
รูเล็ก ๆ บนหัวซิป มีไว้ทำอะไร?
10 โรงแรมในตำนานของไทย ที่เคยโด่งดังแต่ปัจจุบันเหลือเพียงความทรงจำ
รับน้องสยองขวัญกับวิญญาณอาถรรพ์สาวผมยาว
รู้หรือไม่? ไม่ใช่แค่ไทยที่กินข้าวเหนียว! เปิดรายชื่อ9ประเทศที่นิยมกิน "ข้าวเหนียว"
ถังขยะควรวางตรงไหน? 3 จุดในบ้านที่สายฮวงจุ้ยแนะนำให้เลี่ยง
รีโมทแอร์ใช้ถ่านอัลคาไลน์ได้ไหม
มะพูด ผลไม้โบราณสีทองที่กำลังเลือนหายไปจากสวนไทย
แมลงหวี่เกิดมาทำไม?
10 สถานที่ร้างในกรุงเทพฯ ที่ถูกพูดถึงว่าเฮี้ยนที่สุด
AI วิเคราะห์เลขท้าย 3 ตัวรางวัลที่ 1 งวดวันที่ 1 สิงหาคม 2569
เลขเด็ด AI ปะทะ ต้นไม้ทาแป้ง ฝั่งไหนพาเข้าเป้ามากกว่ากัน?
ทำไม "แก้วน้ำเย็น" ถึงมีหยดน้ำเกาะด้านนอก ทั้งที่น้ำข้างในไม่ได้รั่ว?
เพื่อนยืมเงินแล้วไม่คืน! เช็กเงื่อนไขทางกฎหมาย "แจ้งความได้ไหม" หรือต้อง "ฟ้องร้อง" ถึงจะได้เงินคืน




