หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
News บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

4 ความลับของโลงศพหิน


เขียนโดย ผู้แข็งแกร่งไร้เทียมทาน



"โลงศพหิน" คือ "โลงศพที่ทำจากหิน" ซึ่งมีไว้ใช้สำหรับฝังศพของคนสำคัญ คนรวย หรือ ชนชั้นสูงในสมัยโบราณ ซึ่งคำว่า "โลงศพหิน" มาจากภาษากรีกที่มีความหมายว่า "ผู้กินเนื้อ" ฟังดูเหมือนเป็นเรื่องน่ากลัว แต่คำนี้มีที่มาจากความเชื่อเกี่ยวกับโลงศพชนิดหนึ่ง ที่สามารถทำให้ศพสลายตัวได้เร็วผิดปกติ โดยโลงศพหินถูกใช้มาตั้งแต่หลายพันปีก่อนในอียิปต์ กรีก และ จักรวรรดิโรมัน ต่อมาเมื่อศาสนาคริสต์แพร่หลาย ก็ยังคงมีการใช้โลงศพหินต่อไป แต่เริ่มตกแต่งด้วยภาพและสัญลักษณ์ทางศาสนามากขึ้น โลงศพเหล่านี้ไม่ได้เป็นเพียงที่เก็บร่างของผู้เสียชีวิตเท่านั้น แต่ยังเป็นผลงานศิลปะที่บอกเล่าเรื่องราว ความเชื่อ ความหวัง และ ฐานะของเจ้าของอีกด้วย!! ซึ่งนักโบราณคดีสามารถเรียนรู้ประวัติศาสตร์ของผู้คนในอดีตได้ จากโลงศพเหล่านี้นั่นเอง...

หนึ่งในเรื่องที่น่าสนใจที่สุด คือ "โลงศพหินจากเมืองอัสซอส" ซึ่งอยู่ในประเทศตุรกีในปัจจุบัน เมืองนี้มีชื่อเสียงมาตั้งแต่สมัยโบราณ เพราะเชื่อกันว่า "โลงศพที่ทำจากหินของที่นี่สามารถทำให้ศพย่อยสลายได้อย่างรวดเร็ว ปกติร่างกายของคนหลังเสียชีวิต อาจใช้เวลาหลายสิบปีหรือมากกว่าร้อยปีจึงจะสลายจนหมด แต่มีบันทึกว่า "โลงศพจากอัสซอสสามารถทำให้ศพเหลือเพียงกระดูก ได้ภายในเวลาประมาณ 40 วันเท่านั้น!!" ซึ่งนักวิจัยเชื่อว่า "อาจเกี่ยวข้องกับหินแอนเดไซต์ที่ใช้สร้างโลงศพ หรือ อาจเกิดจากแร่ธาตุบางชนิด เช่น อะลูมิเนียม" แต่จนถึงทุกวันนี้ก็ยังไม่มีใครอธิบายได้แน่ชัดว่าเกิดจากอะไร?

อีกเรื่องที่น่าทึ่ง คือ "การค้นพบลายนิ้วมือของช่างฝีมือ เมื่อกว่า 3,000 ปีก่อน" โดยในปี ค.ศ. 2005 นักวิจัยที่พิพิธภัณฑ์ฟิตซ์วิลเลียม ประเทศอังกฤษ ได้ตรวจพบรอยนิ้วมือบนฝาโลงศพอียิปต์โบราณ ที่มีอายุประมาณ 3,000 ปี โดยโลงศพนี้เป็นของนักบวชชาวอียิปต์ชื่อ "เนสปาเวอร์เชฟิต" ซึ่งมีชีวิตอยู่ประมาณปี 923 ก่อนคริสตกาล ซึ่งนักวิจัยเชื่อว่า "รอยนิ้วมือดังกล่าวเป็นของช่างที่สร้างโลงศพ เพราะเขาน่าจะจับฝาโลงขณะที่น้ำยาเคลือบยังไม่แห้ง ทำให้รอยนิ้วมือถูกเก็บรักษาไว้จนถึงปัจจุบัน" ถึงแม้ว่าจะพบรอยนิ้วมือตั้งแต่ปี 2005 แต่มีการเปิดเผยต่อสาธารณชนในปี 2016 เพื่อใช้ประกอบนิทรรศการ เกี่ยวกับการออกแบบโลงศพของอียิปต์โบราณ


เมื่อพูดถึงลายนิ้วมือโบราณ ยังมีการค้นพบที่เก่าแก่กว่านั้นอีก คือ นักโบราณคดีเคยพบลายนิ้วมือของชาวอียิปต์ บนก้อนขนมปังที่มีอายุประมาณ 3,300 ปี ส่วนลายนิ้วมือของมนุษย์ที่เก่าแก่ที่สุดที่รู้จักในปัจจุบัน พบอยู่บนรูปปั้นเซรามิกในพื้นที่ที่ปัจจุบัน คือ สาธารณรัฐเช็ก ซึ่งมีอายุประมาณ 26,000 ปี และ ยังมีการค้นพบลายนิ้วมือของมนุษย์ "นีแอนเดอร์ทาล" บนเครื่องมือหินที่มีอายุราว 80,000 ปีในประเทศเยอรมนี ซึ่งการค้นพบเหล่านี้แสดงให้เห็นว่า "แม้เวลาจะผ่านไปนานเพียงใด ร่องรอยเล็กๆจากมือของมนุษย์ ก็ยังสามารถอยู่รอดและบอกเล่าเรื่องราวของผู้คนในอดีตได้!!"

อีกเหตุการณ์หนึ่งเกิดขึ้นในประเทศอิสราเอล เมื่อปี ค.ศ. 2015 โดยหน่วยงานโบราณสถานของอิสราเอลประกาศว่า "พวกเราได้ยึดโลงศพหินอายุประมาณ 1,800 ปีที่ถูกคนงานก่อสร้างนำไปซ่อน โดยโลงศพนี้มีขนาดใหญ่มาก สูงประมาณ 2.4 เมตร และ หนักถึง 2 ตัน" และ "ระหว่างการเคลื่อนย้าย คนงานทำให้โลงศพได้รับความเสียหาย ลวดลายบนโลงศพประกอบด้วย "หัวกอร์กอน" จากตำนานกรีก เทพคิวปิด หัววัว ลวดลายดอกไม้ และ ภาพชายหนุ่มที่เชื่อว่าเป็นผู้เสียชีวิต ซึ่งเขาถูกวาดให้มีผมหยิกและสวมเสื้อผ้าตามแบบชาวโรมัน" ซึ่งแสดงให้เห็นว่าผู้ตายน่าจะเป็นบุคคลที่มีฐานะสูง โดยโลงศพนี้ถูกค้นพบในเมืองอัชเคลอน เมืองโบราณที่มีผู้คนหลายเชื้อชาติอาศัยอยู่ ทั้งชาวยิว ชาวสะมาเรีย และ ชาวโรมัน ความหลากหลายของผู้คนทำให้ศิลปะบนโลงศพได้รับอิทธิพลจากหลายวัฒนธรรม นักโบราณคดีเชื่อว่า "คนงานก่อสร้างซ่อนโลงศพไว้ เพราะกลัวว่าหากแจ้งเจ้าหน้าที่" ซึ่งการก่อสร้างจะต้องหยุดและเกิดความล่าช้า อย่างไรก็ตาม การกระทำดังกล่าวถือว่าผิดกฎหมาย เนื่องจากโบราณวัตถุทุกชิ้น เป็นทรัพย์สินทางประวัติศาสตร์ของประเทศ ในขณะที่ผู้เชี่ยวชาญยกย่องว่า "โลงศพนี้เป็นหนึ่งในโลงศพโรมันที่หายากและสวยงามที่สุดที่เคยพบในอิสราเอล!!"

ปริศนาอีกเรื่องหนึ่งเกี่ยวข้องกับ "ภาพเหมือนของชายมีหนวดเครา" ที่ติดอยู่กับโลงศพมัมมี่ในยุคโรมัน-อียิปต์ โดยภาพนี้ถูกวาดขึ้นในช่วงประมาณปี ค.ศ. 170–180 เดิมทีภาพติดอยู่ตรงบริเวณศีรษะของมัมมี่ แต่ต่อมาได้หลุดออกจากโลงศพและถูกเก็บรักษาแยกไว้ นักโบราณคดีไม่ทราบว่าชายในภาพเป็นใคร บางคนมองว่าใบหน้าของเขาคล้ายชาวไบแซนไทน์ ในขณะที่บางคนสนใจรายละเอียดเล็กๆ เช่น ริมฝีปากที่ยื่นออกมาเล็กน้อย ซึ่งทำให้ภาพนี้ดูมีชีวิตและแตกต่างจากภาพเหมือนอื่นๆ โดยนักวิจัยพยายามศึกษาสีที่ใช้วาดภาพและเทคนิคการสร้าง เพื่อหวังว่าจะสามารถระบุตัวตนหรืออย่างน้อยก็เข้าใจภูมิหลัง ของชายคนนี้ได้มากขึ้นแม้เล็กน้อยก็ยังดี...

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
ผู้แข็งแกร่งไร้เทียมทาน's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 25 ครั้ง
เขียนโดย ผู้แข็งแกร่งไร้เทียมทาน
นักข่าวสายไวรัล [เน้นข่าวต่างประเทศ] และ คนดูหนังแห่งชาติ
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
10 โรงแรมในตำนานของไทย ที่เคยโด่งดังแต่ปัจจุบันเหลือเพียงความทรงจำแมลงหวี่เกิดมาทำไม?ถังขยะควรวางตรงไหน? 3 จุดในบ้านที่สายฮวงจุ้ยแนะนำให้เลี่ยง10 โรงแรมต่างประเทศที่ขึ้นชื่อเรื่องตำนานผีและเหตุการณ์ลึกลับเลขเด็ด AI ปะทะ ต้นไม้ทาแป้ง ฝั่งไหนพาเข้าเป้ามากกว่ากัน?10 สถานที่ร้างในกรุงเทพฯ ที่ถูกพูดถึงว่าเฮี้ยนที่สุดรีโมทแอร์ใช้ถ่านอัลคาไลน์ได้ไหมรูเล็ก ๆ บนหัวซิป มีไว้ทำอะไร?ชอบนินทากันเพราะอะไร เรื่องนี้ไม่ได้มีแค่นิสัยชอบพูดถึงคนอื่นสงสัยกันไหมว่าทำไมเรือเหล็กลำใหญ่ถึงลอยน้ำได้โดยไม่จมลงก้นทะเลรับน้องสยองขวัญกับวิญญาณอาถรรพ์สาวผมยาวรู้หรือไม่? ไม่ใช่แค่ไทยที่กินข้าวเหนียว! เปิดรายชื่อ9ประเทศที่นิยมกิน "ข้าวเหนียว"
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
เพื่อนยืมเงินแล้วไม่คืน! เช็กเงื่อนไขทางกฎหมาย "แจ้งความได้ไหม" หรือต้อง "ฟ้องร้อง" ถึงจะได้เงินคืน
กระทู้อื่นๆในบอร์ด ข่าววันนี้
ระวังมัลแวร์ macOS ตัวใหม่ Gaslight ใช้การโจมตีแบบ Prompt Injection หลอก AI บนเครื่องกรมท่าอากาศยาน เปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นโครงการขยายท่าอากาศยานนครศรีธรรมราช ครั้งที่ 1หนุ่มจีนเจอเงิน คืนเงิน แต่ดันโดนแจ้งจับSorry for bringing money to your country. “ขอโทษนะที่เอาเงินมาให้ประเทศเธอ”
ตั้งกระทู้ใหม่