Sorry for bringing money to your country. “ขอโทษนะที่เอาเงินมาให้ประเทศเธอ”
“Sorry for bringing money to your country.” สิ่งที่คนไทยเจ้าของประเทศควรตอบกลับให้ชัด
“ขอโทษนะที่เอาเงินมาให้ประเทศเธอ”
ประโยคนี้เจ็บ ไม่ใช่เพราะคนพูดเสียงดังบนรถไฟฟ้า แต่เพราะมันเปิดความคิดที่ซ่อนอยู่ใต้การท่องเที่ยวแบบมวลชนออกมาตรง ๆ ว่า ประเทศที่รับนักท่องเที่ยวมาก ต้องยอมมากตามไปด้วย
บางคนอาจมองประเทศไทยเป็นโรงแรมขนาดใหญ่ คนไทยคือพนักงาน ส่วนเมืองทั้งเมืองคือสถานที่บริการที่เปิดรอเงินต่างชาติ เมื่อคิดแบบนี้ การถูกเตือนเรื่องมารยาทจึงไม่ใช่คำเตือนจากคนที่ใช้พื้นที่ร่วมกัน แต่กลายเป็นการที่ “พนักงาน” กล้าขัดใจ “ลูกค้า”
ตรงนี้เองที่คนไทยต้องตอบให้ชัดว่า ประเทศไทยไม่ใช่กิจการที่ขายสิทธิ์เหนือคนในประเทศ
นักท่องเที่ยวจ่ายค่าโรงแรมแล้วได้ห้อง จ่ายค่าอาหารแล้วได้อาหาร จ่ายค่ารถแล้วได้เดินทาง ทุกอย่างเป็นการแลกเปลี่ยน ไม่มีใครเอาเงินมาให้เปล่า และไม่มีใบเสร็จใบไหนเขียนว่า ผู้ซื้อมีสิทธิ์ด่าคนท้องถิ่น ส่งเสียงรบกวน หรือทำตัวเหนือกติกา
คนไทยจำนวนมากถูกสอนให้เป็นเจ้าบ้านที่ดี เราถูกสอนให้ยิ้ม ช่วยบอกทาง อดทนต่อความแตกต่าง และอย่าทำให้ประเทศเสียภาพลักษณ์ คำสอนเหล่านี้ไม่ผิด แต่เมื่อพูดซ้ำอยู่ฝ่ายเดียว มันอาจทำให้เราลืมว่าแขกที่ดีก็มีหน้าที่เหมือนกัน
แขกต้องสังเกตว่าเจ้าของบ้านใช้ชีวิตอย่างไร ต้องรู้ว่าพื้นที่ไหนควรเบาเสียง ต้องฟังเมื่อถูกเตือน และต้องเข้าใจว่าความสุภาพของคนไทยไม่ใช่การยอมให้ใครทำอะไรก็ได้
ประเทศที่มีนักท่องเที่ยวจำนวนมากยิ่งต้องแยกให้ออกระหว่าง “การต้อนรับ” กับ “การยอมจำนน” เพราะถ้าเรากลัวเสียรายได้จนไม่กล้าปกป้องกติกาของตัวเอง สุดท้ายสิ่งที่ถูกขายจะไม่ใช่เพียงห้องพัก ชายหาด หรืออาหาร แต่รวมถึงความอดทนของคนในประเทศด้วย
เหตุการณ์นี้จึงไม่ได้บอกแค่ว่านักท่องเที่ยวบางคนมีมารยาทแย่ มันยังถามกลับมาที่คนไทยว่า เราเห็นตัวเองเป็นเจ้าของพื้นที่นี้จริงหรือไม่
เวลาเจอคนต่างชาติทำผิดกติกา หลายคนยังลังเลว่าจะเตือนได้ไหม กลัวพูดภาษาอังกฤษไม่ดี กลัวถูกถ่ายคลิป กลัวถูกหาว่าไม่เป็นมิตร หรือกลัวกระทบภาพลักษณ์การท่องเที่ยว ความลังเลนี้สะสมมาจากการที่เราให้ความสำคัญกับสายตาคนนอกมากกว่าความรู้สึกของคนในประเทศมานานเกินไป
การเป็นเจ้าของประเทศไม่ได้แปลว่าต้องหาเรื่องนักท่องเที่ยว หรือคิดว่าคนไทยถูกเสมอ มันแปลว่าเรามีสิทธิ์กำหนดกติกา ใช้กติกาเท่ากัน และบอกคนที่เข้ามาว่าเขาได้รับการต้อนรับตราบเท่าที่เขาเคารพคนอื่นด้วย
แน่นอน เราไม่ควรเอาพฤติกรรมของคนกลุ่มหนึ่งไปเหมารวมชาวต่างชาติทั้งหมด ความผิดของวัยรุ่นกลุ่มนี้อยู่ที่พฤติกรรม ไม่ใช่หนังสือเดินทาง
แต่การไม่เหมารวมไม่ได้แปลว่าต้องเงียบ
เราสามารถพูดได้พร้อมกันว่า ยินดีต้อนรับนักท่องเที่ยว และไม่ยอมรับการดูถูก เราต้องการรายได้จากการท่องเที่ยว และไม่ขายสิทธิ์เหนือศักดิ์ศรีของคนในประเทศ เราเป็นเจ้าบ้านที่ดีได้ โดยไม่ต้องยืนเป็นพนักงานรับคำด่าอยู่หน้าประตูบ้านตัวเอง
ดังนั้น หากมีใครพูดว่า “ขอโทษนะที่เอาเงินมาให้ประเทศเธอ” คำตอบอาจไม่ต้องหยาบ ไม่ต้องตะโกน และไม่ต้องไล่กลับประเทศ
เพียงบอกให้ชัดว่า
เงินของคุณมีค่า แต่ไม่ได้มีค่ามากกว่าสิทธิของคนที่นี่
คุณมาเที่ยวได้ ใช้บริการได้ และสนุกได้เต็มที่
แต่ประเทศนี้มีเจ้าของ และเจ้าของไม่ได้ขายตัวเองรวมอยู่ในแพ็กเกจทัวร์
เขียนโดย poomkum
นักเขียนบทความและนักมานุษยวิทยา ผู้สนใจสังคม วัฒนธรรม และพฤติกรรมมนุษย์เล่าเรื่องประเด็นร่วมสมัยให้เข้าใจง่าย อ่านสนุก และชวนคิดต่อ
รีโมทแอร์ใช้ถ่านอัลคาไลน์ได้ไหม
รับน้องสยองขวัญกับวิญญาณอาถรรพ์สาวผมยาว
10 สถานที่ร้างในกรุงเทพฯ ที่ถูกพูดถึงว่าเฮี้ยนที่สุด
ถังขยะควรวางตรงไหน? 3 จุดในบ้านที่สายฮวงจุ้ยแนะนำให้เลี่ยง
แมลงหวี่เกิดมาทำไม?
มะพูด ผลไม้โบราณสีทองที่กำลังเลือนหายไปจากสวนไทย
10 เลขฮิต "OK ล็อตเตอรี่" งวดวันที่ 1 สิงหาคม 69..ซื้อหวย รวยไม่ไหวแล้ว!!
10 โรงแรมในตำนานของไทย ที่เคยโด่งดังแต่ปัจจุบันเหลือเพียงความทรงจำ
รู้หรือไม่? ไม่ใช่แค่ไทยที่กินข้าวเหนียว! เปิดรายชื่อ9ประเทศที่นิยมกิน "ข้าวเหนียว"
10 โรงแรมต่างประเทศที่ขึ้นชื่อเรื่องตำนานผีและเหตุการณ์ลึกลับ
ชอบนินทากันเพราะอะไร เรื่องนี้ไม่ได้มีแค่นิสัยชอบพูดถึงคนอื่น
รูเล็ก ๆ บนหัวซิป มีไว้ทำอะไร?
10 โรงแรมในตำนานของไทย ที่เคยโด่งดังแต่ปัจจุบันเหลือเพียงความทรงจำ
เพื่อนยืมเงินแล้วไม่คืน! เช็กเงื่อนไขทางกฎหมาย "แจ้งความได้ไหม" หรือต้อง "ฟ้องร้อง" ถึงจะได้เงินคืน


