5 ข้อเท็จจริงสุดเจ๋ง เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของหมากฝรั่ง
"หมากฝรั่ง" เป็นของที่คนทั่วโลกคุ้นเคย แต่หลายคนอาจไม่รู้ว่ามันมีประวัติที่ยาวนานและน่าสนใจกว่าที่คิด แม้ในช่วงแรกจะมีคนจำนวนมากมองว่า "การเคี้ยวหมากฝรั่งเป็นพฤติกรรมที่ไม่สุภาพ" และ เชื่อกันว่า "อีกไม่นานกระแสนี้ก็คงหายไป" แต่ความจริงกลับตรงกันข้าม เพราะหมากฝรั่งได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ จนกลายเป็นทั้งขนมยอดนิยมและสินค้าที่ขายไปทั่วโลก!!
จุดเริ่มต้นของหมากฝรั่งสมัยใหม่ มาจากประเทศเม็กซิโก โดยชาวพื้นเมืองรู้จักการเคี้ยว "ชิเคิล" มานานแล้ว ชิเคิลเป็นน้ำยางธรรมชาติที่ได้จากต้นสะโปดิลลา เมื่อตัดเปลือกต้นไม้ น้ำยางสีขาวจะไหลออกมา ก่อนจะจับตัวเป็นก้อนและมีสีน้ำตาล เพราะมีเศษเปลือกไม้และดินติดอยู่ ผู้คนจะนำก้อนชิเคิลมาเคี้ยวเล่น เพื่อความเพลิดเพลินใจ
ต่อมาในปี ค.ศ. 1866 นักประดิษฐ์ชาวอเมริกันชื่อ "โทมัส อดัมส์" ได้นำชิเคิลจากเม็กซิโกเข้ามาในอเมริกา นี่จึงกลายเป็นจุดเริ่มต้นของอุตสาหกรรมหมากฝรั่งในเวลาต่อมา และ เมื่อ "โทมัส อดัมส์" ได้ชิเคิลมา เขาพยายามทดลองว่าจะนำไปใช้ประโยชน์อะไรได้บ้าง แต่สุดท้ายก็พบว่ามันเหมาะสำหรับการเคี้ยวมากที่สุด เขาจึงลงทุนเพียง 35 ดอลลาร์ นำชิเคิลมาต้มให้นิ่ม รีดเป็นแผ่น ตัดเป็นชิ้นเล็กๆแล้วปล่อยให้เย็น จากนั้นจึงบรรจุขาย โดยหมากฝรั่งรุ่นแรกยังไม่มีรสชาติหรือกลิ่นหอมเหมือนทุกวันนี้ เป็นเพียงก้อนยางสำหรับเคี้ยวเล่นเท่านั้น เพื่อให้คนรู้จักสินค้าใหม่ เขาส่งหมากฝรั่งไปให้ร้านขายขนมแจกฟรีกับลูกค้าที่ซื้อของ ซึ่งเด็กๆชอบมาก จนกลับมาขอเพิ่มในวันต่อๆมา ซึ่งนั่นเองที่ทำให้หมากฝรั่งเริ่มเป็นที่รู้จักอย่างรวดเร็ว
เมื่อ "โทมัส อดัมส์" เห็นว่าสินค้าขายดี เขาจึงคิดพัฒนาหมากฝรั่งให้ดีกว่าเดิม ในปี ค.ศ. 1871 เขาเริ่มใส่รสชาติลงไป รสแรกคือ "รสชะเอมเทศ" พร้อมตั้งชื่อว่า "แบล็คแจ็ค" หลังจากนั้นก็เพิ่มรสผลไม้หลายชนิด ทำให้หมากฝรั่งมีความอร่อยมากขึ้น นอกจากนั้น เขายังติดตั้งเครื่องจำหน่ายหมากฝรั่งอัตโนมัติ ซึ่งถือเป็นเรื่องใหม่ในยุคนั้น ความนิยมของหมากฝรั่งเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว จนผู้ผลิตรายอื่นเริ่มผลิตหมากฝรั่งของตัวเองออกมาขาย แข่งขันกันคิดรสชาติใหม่ๆ และ โฆษณาผ่านหนังสือพิมพ์ ส่งผลให้อุตสาหกรรมหมากฝรั่งเติบโตอย่างมากในช่วงปลายศตวรรษที่ 19
เมื่อหมากฝรั่งกลายเป็นของยอดนิยม ก็เกิดวัฒนธรรมแปลกๆตามมาด้วย โดยในปี ค.ศ. 1904 คนหนุ่มสาวในเมืองใหญ่ของอเมริกา ได้จัดกิจกรรมที่เรียกว่า "ปาร์ตี้เคี้ยวหมากฝรั่ง" ผู้ที่มาร่วมงานต้องนำหมากฝรั่งมาคนละ 1 ห่อ ทุกคนจะเคี้ยวจนหมากฝรั่งนิ่ม แล้วคายออกมาเพื่อใช้ปั้นเป็นรูปร่างต่างๆเหมือนดินน้ำมัน ถึงแม้ว่าทุกวันนี้หลายคนจะรู้สึกว่าพฤติกรรมแบบนี้ไม่สะอาด และ เสี่ยงต่อการแพร่เชื้อโรค แต่ในยุคนั้นกลับเป็นกิจกรรมที่วัยรุ่นจำนวนมาก สนุกสนานและได้รับความนิยมสุดๆ
เมื่อหมากฝรั่งได้รับความนิยมในอเมริกา หมากฝรั่งก็เริ่มแพร่หลายไปยังประเทศอื่นๆด้วย หลายประเทศยอมรับการเคี้ยวหมากฝรั่งเพราะมองว่า "เป็นเรื่องสนุกและช่วยให้ผ่อนคลาย" ตัวอย่างเช่น นักข่าวชาวออสเตรเลียคนหนึ่งเคยเขียนไว้ ในปี ค.ศ. 1928 ว่า "ผมไม่เห็นเหตุผลที่จะคัดค้านการเคี้ยวหมากฝรั่ง นอกจากคนที่ไม่ชอบเห็นคนอื่นมีความสุข" อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ทุกประเทศที่จะยอมรับทันที ในอังกฤษมีการถกเถียงกันเรื่องการห้ามตำรวจเคี้ยวหมากฝรั่ง และ ยังมีชนชั้นสูงบางส่วนที่มองว่า "การเคี้ยวหมากฝรั่งเป็นวัฒนธรรมแบบอเมริกันที่ไม่เหมาะกับสังคมอังกฤษ จึงพยายามต่อต้านกระแสนี้อย่างหนัก!!"
เขียนโดย ผู้แข็งแกร่งไร้เทียมทาน
เลขเด็ด "มนต์สิทธิ์" งวด 1 ก.ย. 69
แมงดาทะเลเผาแบบไหนกินได้และแบบไหนอันตรายถึงชีวิต?
AI วิเคราะห์เลขท้าย 3 ตัวรางวัลที่ 1 งวดวันที่ 1 กันยายน 2569
6 ประเทศที่ยังไม่มีรถไฟ และดูเหมือนยังไม่จำเป็นต้องสร้างรางรถไฟ
ส่องสถิติเลขท้าย 2 ตัว งวดวันที่ 1 กันยายน ย้อนหลัง 20 ปี คัดคู่เลขตัวเต็งทำแต้มสู้ศึกงวดใหม่
วัยรุ่นชิงเสื้อวง "ดอนผีบิน" จนกลายเป็นศึกสายเลือดชิงโลโก้
ทุเรียนจังหวัดไหนแพงที่สุด? เปิด 5 แหล่งทุเรียนพรีเมียมของไทย
ไชรหัสเลข ขุนพันธุ์ นำโชค 1/9/69
วิธีสังเกตว่าบริเวณนี้อาจมีงูซ่อนอยู่
เด็ก 6 ขวบชาวอินเดีย ถูกครูตบหน้าจนช็อกดับ เพราะทำการบ้านไม่เสร็จ
"ฮัวคาชินา" โอเอซิสสุดลึกลับ สวยที่สุดในอเมริกาใต้
เปิด 7 ธนบัตรรัชกาลที่ 8 หาดูได้ยาก คนรุ่นใหม่แทบไม่เคยเห็น

