สึนามิสมัยโบราณน่ากลัวกว่าปัจจุบัน
สึนามิสมัยโบราณน่ากลัวกว่าปัจจุบัน
หลายคนคิดว่า "สึนามิเป็นภัยพิบัติที่น่ากลัว ที่เพิ่งเกิดขึ้นในยุคปัจจุบัน" เพราะเราเห็นภาพจากโทรทัศน์ อินเทอร์เน็ต และ ข่าวที่เผยแพร่ไปทั่วโลก แต่ในความเป็นจริงแล้ว สึนามิที่รุนแรงที่สุดหลายครั้งเกิดขึ้นเมื่อหลายร้อยหรือหลายหมื่นปีก่อน!! เพียงแต่ในสมัยนั้นไม่มีการบันทึกภาพหรือรายงานข่าวเหมือนทุกวันนี้ ทำให้คนส่วนใหญ่ไม่รู้ว่าคลื่นยักษ์เหล่านั้นสร้างความเสียหายมหาศาลเพียงใด และ บางครั้งมันไม่ได้แค่ทำลายบ้านเรือนหรือคร่าชีวิตผู้คน แต่ยังเปลี่ยนแปลงประวัติศาสตร์ ทำให้ทั้งวัฒนธรรม เมือง หรือ ชุมชนหายไปจากโลกตลอดกาล...
ตัวอย่างแรก คือ "ชาวเมารีในประเทศนิวซีแลนด์" เมื่อประมาณศตวรรษที่ 15 ก่อนเกิดภัยพิบัติ พวกเขาเป็นชนเผ่าที่มีความสามารถด้านการสร้างเรือแคนู การทำเครื่องมือจับปลา และ สร้างงานศิลปะที่มีคุณภาพสูง แต่หลังจากนั้นไม่นาน วัฒนธรรมของพวกเขากลับเสื่อมลงอย่างเห็นได้ชัด เรือที่เคยมีโครงสร้างซับซ้อนถูกสร้างให้เรียบง่ายขึ้น เครื่องมือและงานศิลปะก็มีคุณภาพลดลง นักโบราณคดีเชื่อว่า "สาเหตุสำคัญคือสึนามิขนาดมหึมาที่เกิดขึ้นตามชายฝั่งของนิวซีแลนด์ คลื่นสูงเทียบเท่าอาคารประมาณ 8 ชั้นได้กวาดหมู่บ้านและกองเรือประมงหายไปทั้งชุมชน" คนที่มีความรู้และทักษะจำนวนมากเสียชีวิตพร้อมกัน เมื่อผู้รู้หายไป ความรู้ก็สูญหายตามไปด้วย... หลังจากนั้นน้ำทะเลยังทำให้พื้นที่เพาะปลูกเค็ม จนไม่สามารถปลูกอาหารได้ ผู้รอดชีวิตจึงต้องเผชิญกับความอดอยาก ทำให้จำนวนประชากรลดลง และ วัฒนธรรมหลายอย่างค่อยๆสูญหายไป..."
อีกเหตุการณ์หนึ่งเกิดขึ้นในบริเวณที่ปัจจุบัน คือ "ประเทศเลบานอน" ในปี ค.ศ. 551 เกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่จากรอยเลื่อนใต้ทะเลเมดิเตอร์เรเนียน พื้นทะเลยุบตัวลงหลายเมตรจนผลักน้ำทะเล ให้กลายเป็นคลื่นยักษ์สึนามิ โดยคลื่นดังกล่าวพัดถล่มเมืองชายฝั่งแทบทั้งหมด ตั้งแต่เมืองไทร์ไปจนถึงตริโปลี เมืองเบรุตได้รับความเสียหายอย่างหนัก ซึ่งมีรายงานว่า "มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 30,000 คนในเมืองเดียว" เหตุการณ์นี้ยังมีความสำคัญในปัจจุบัน เพราะนักธรณีวิทยาพบว่า "รอยเลื่อนดังกล่าวมีการเคลื่อนตัวเป็นรอบๆ ประมาณทุกๆ 1,500 ปี" ทำให้ยังมีความเป็นไปได้ว่า "เหตุการณ์ลักษณะเดียวกันอาจเกิดขึ้นอีกในอนาคต!!"
สึนามิบางครั้งไม่ได้มาเพียงลำพัง แต่เกิดพร้อมภัยพิบัติอื่นจนกลายเป็นหายนะหลายต่อ ตัวอย่างที่โด่งดัง คือ "เหตุการณ์ที่เมืองลิสบอน ประเทศโปรตุเกส" ในวันที่ 1 พฤศจิกายน ค.ศ. 1755 ขณะที่ประชาชนกำลังเข้าร่วมพิธีทางศาสนา ได้เกิดแผ่นดินไหวรุนแรงติดต่อกันหลายครั้ง อาคารและโบสถ์พังถล่ม มีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก ผู้ที่รอดชีวิตต่างวิ่งไปยังท่าเรือเพราะคิดว่าปลอดภัย แต่กลับเห็นทะเลลดระดับลงอย่างผิดปกติ ไม่นานหลังจากนั้น คลื่นสึนามิสูงประมาณ 12 เมตรก็พุ่งเข้าทำลายท่าเรือ และ กวาดผู้คนจำนวนมากลงทะเล หลังจากผ่านเหตุการณ์นั้น เมืองยังต้องเผชิญกับไฟไหม้ครั้งใหญ่ ที่ลุกลามอยู่นานหลายวัน สุดท้ายมีผู้เสียชีวิตเกือบ 60,000 คน เมืองทั้งเมืองกลายเป็นซากปรักหักพัง เหตุการณ์ครั้งนี้ยังถือเป็นจุดเริ่มต้นของการจัดการภัยพิบัติอย่างเป็นระบบ และ ทำให้ผู้คนเริ่มอธิบายภัยธรรมชาติด้วยหลักวิทยาศาสตร์ มากกว่าความเชื่อเรื่องการลงโทษจากพระเจ้า
หลักฐานอีกชิ้นที่แสดงให้เห็นว่า "สึนามิในอดีตอาจรุนแรงกว่าปัจจุบันมาก" พบที่เกาะซานติอาโก ในประเทศเคปเวิร์ด โดยนักวิทยาศาสตร์พบก้อนหินปูนขนาดมหึมา หนักประมาณ 770 ตันอยู่บนหน้าผาสูงกว่าระดับน้ำทะเลราว 200 เมตร ซึ่งหินเหล่านี้ไม่น่าจะถูกเคลื่อนย้ายได้ด้วยคลื่นธรรมดา หลังการศึกษาและจำลองด้วยคอมพิวเตอร์ นักวิจัยเชื่อว่า "เมื่อประมาณ 73,000 ปีก่อน ภูเขาไฟโฟโกเกิดดินถล่มขนาดใหญ่ลงสู่ทะเล ทำให้เกิดสึนามิสูงถึงประมาณ 170 เมตร [สูงกว่าอาคารหลายสิบชั้น] ซึ่งนับเป็นหนึ่งในสึนามิที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่มีหลักฐาน เมื่อเทียบกับสึนามิในมหาสมุทรอินเดียเมื่อปี 2004 ซึ่งมีความสูงราว 30 เมตร ก็ยังเล็กกว่าหลายเท่า!!
ในปี ค.ศ. 365 แผ่นดินไหวครั้งใหญ่ใกล้ประเทศกรีซ ก็ทำให้เกิดสึนามิที่พัดเข้าสู่เมืองอเล็กซานเดรียของอียิปต์ ก่อนคลื่นจะมาถึง น้ำทะเลลดลงจนเรือเกยตื้น ผู้คนจำนวนหนึ่งไม่รู้ว่านี่คือสัญญาณอันตราย จึงรีบลงไปเก็บของและปล้นเรือที่ติดอยู่บนพื้นทะเล แต่ไม่นานคลื่นยักษ์ก็ย้อนกลับมาด้วยความเร็วสูง กวาดทุกคนเสียชีวิตทันที พร้อมทำลายกำแพงเมือง บ้านเรือนกว่า 50,000 หลัง และ คร่าชีวิตผู้คนอีกหลายหมื่นคน... นอกเมือง สภาพยิ่งเลวร้ายกว่าเดิม เพราะหมู่บ้านเกษตรกรรมหลายแห่งถูกทำลายจนหมดสิ้น น้ำทะเลยังทำให้พื้นที่เพาะปลูกใช้การไม่ได้เป็นเวลาหลายปี และ แรงของคลื่นยังเปลี่ยนรูปร่าง ของแนวชายฝั่งไปอย่างถาวร
อีกกรณีหนึ่ง คือ "ชุมชนโบราณชื่อ "อัตลิท-ยาม" ซึ่งตั้งอยู่บริเวณชายฝั่ง ของประเทศอิสราเอล [ในปัจจุบัน]" ชุมชนแห่งนี้มีอายุหลายพันปีและถูกค้นพบอยู่ใต้ทะเล นักโบราณคดีสงสัยมานานว่า "ทำไมผู้คนจึงละทิ้งหมู่บ้านอย่างกะทันหัน?" จนภายหลังมีการเสนอว่า "อาจเกิดจากสึนามิขนาดใหญ่ที่มีต้นกำเนิดจากการถล่มของภูเขาไฟเอตนา ในเกาะซิซิลี เมื่อประมาณ 8,000 ปีก่อน" โดนดินและหินจำนวนมหาศาลไหลลงสู่ทะเลจนก่อให้เกิดคลื่นยักษ์ ที่พัดกระจายไปทั่วทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ชาวบ้าน "อัตลิท-ยาม" น่าจะสังเกตเห็นน้ำทะเลลดลงผิดปกติ และ รีบหนีออกจากพื้นที่อย่างเร่งด่วน จนต้องทิ้งข้าวของมีค่าและแม้แต่อาหารที่ปรุงไว้แล้ว
เขียนโดย ผู้แข็งแกร่งไร้เทียมทาน
ชนะลอตเตอรี่ 14 ครั้ง ด้วย “คณิตศาสตร์เด็กประถม”
10 โรงแรมในตำนานของไทย ที่เคยโด่งดังแต่ปัจจุบันเหลือเพียงความทรงจำ
เสือตกถังพลังเงินดี (ปกฟ้า) งวด 1 ส.ค. 69 สำนักดังสายเหนียว ห้ามพลาด!
เป็นเจ้าบ้าน ไม่ได้แปลว่าเป็นเจ้าของบ้าน
รีโมทแอร์ใช้ถ่านอัลคาไลน์ได้ไหม
108 ท่าบนเตียง มีอะไรบ้าง Sex position ท่าเด็ดบนเตียง
เช็กก่อนดื่ม! อันตรายจาก "ตู้กดน้ำหยอดเหรียญ" สะอาดจริงไหม หรือเสี่ยงสะสมเชื้อโรค?
ป่าช้าหรือสุสานขนาดใหญ่ที่สุด ที่ตั้งอยู่ใจกลางเมืองกรุงเทพมหานคร
ตำรวจอเมริกันกับวิธีการจัดการปัญหาอาชญากรรมเฉพาะหน้าด้วยวิธีการที่เด็ดขาด - อีกแล้ว
สะอึกเกิดจากอะไร ทำไมบางครั้งหยุดยาก
สถิติหวยออก ย้อนหลัง 10 ปี เลขท้าย 2 ตัว งวด 1 สิงหาคม
29 จังหวัดไทยที่ยังไม่มีรถไฟผ่าน
10 โรงแรมในตำนานของไทย ที่เคยโด่งดังแต่ปัจจุบันเหลือเพียงความทรงจำ
มังกรในความเชื่อไทย: สรรพสัตว์เทพผู้ผสานวัฒนธรรมและสายน้ำ
[สรุปประเด็นร้อน] ก.ล.ต. กล่าวโทษ Bitkub พร้อม 2 อดีตกรรมการ เหตุรายงานเท็จกลบข่าวถูกแฮก 1,700 ล้าน!
ส่วนเสริมเว็บเบราว์เซอร์ Edge อ้างตนเป็นเครื่องมือช่วยเหลือ แท้จริงปล่อยมัลแวร์ มากถึง 119 ตัว
OpenClaw จะสามารถใช้งานแบบ iOS และ Android ในรูปแบบแอปได้แล้ว
สหภาพยุโรปยัน "ยอมรับไม่ได้" หลังเกิดการโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันในทะเลแดง