5 เรื่องชวนอึ้งจากญี่ปุ่นยุคเอโดะ ที่ฟังแล้วเหมือนหลุดมาจากนิยาย
หลังจากญี่ปุ่นผ่านช่วงสงครามกลางเมืองที่ยาวนาน ในปี ค.ศ. 1603 "โทกูงาวะ อิเอยาสุ" ได้รวมประเทศเป็นหนึ่งเดียว และ ก่อตั้งรัฐบาล "โชกุนโทกูงาวะ" ช่วงเวลานี้เรียกว่า "ยุคเอโดะ" ซึ่งกินเวลานานกว่า 260 ปี เป็นยุคที่ประเทศสงบ เศรษฐกิจเติบโต ศิลปะและวัฒนธรรมรุ่งเรือง แต่ในขณะเดียวกัน ชีวิตของผู้คนก็เต็มไปด้วยกฎระเบียบที่เข้มงวด และ เรื่องราวที่แปลกเกินกว่าที่คนในยุคปัจจุบันจะคาดคิด...
ซึ่งหนึ่งในเรื่องที่น่าทึ่งที่สุด คือ "ญี่ปุ่นแทบจะปิดประเทศจากโลกภายนอกโดยสิ้นเชิง" โดยรัฐบาลโชกุนเชื่อว่า "การปล่อยให้ชาวต่างชาติเข้ามามากเกินไป โดยเฉพาะพ่อค้าชาวยุโรปและมิชชันนารีคริสเตียน อาจทำให้ประเทศเกิดความวุ่นวาย และ ถูกแทรกแซงจากต่างชาติ" จึงออกกฎหมายห้ามชาวญี่ปุ่นเดินทางออกนอกประเทศ และ หากใครเดินทางออกไปหรือกลับเข้ามาโดยไม่ได้รับอนุญาต ก็อาจถูกลงโทษถึงประหารชีวิต นอกจากนี้ยังห้ามเรือญี่ปุ่นเดินทางไปต่างประเทศ และ ห้ามชาวโปรตุเกสเข้าประเทศอย่างเด็ดขาด ถึงแม้จะเข้มงวดมาก แต่ญี่ปุ่นก็ไม่ได้ตัดขาดจากโลกทั้งหมด เพราะยังอนุญาตให้ชาวดัตช์ จีน และ เกาหลี เดินทางเข้ามาค้าขายภายใต้การควบคุมอย่างเข้มงวด โดยเฉพาะชาวดัตช์ซึ่งเป็นชาวตะวันตกเพียงกลุ่มเดียว ที่ได้รับอนุญาตให้ค้าขายในญี่ปุ่นเป็นเวลานานกว่า 200 ปี
ถึงแม้ว่า "ยุคเอโดะ" จะเป็นยุคแห่งความสงบและความรุ่งเรือง แต่ชีวิตของคนธรรมดาไม่ได้สุขสบายอย่างที่หลายคนคิด สังคมถูกแบ่งชนชั้นอย่างชัดเจน ซามูไรอยู่สูงที่สุด รองลงมาคือชาวนา ช่างฝีมือ และ พ่อค้า... คนส่วนใหญ่ไม่สามารถเปลี่ยนชนชั้นของตัวเองได้ โดยเฉพาะชาวนาซึ่งเป็นคนกลุ่มใหญ่ที่สุดของประเทศ พวกเขาต้องเสียภาษีหนักและใช้ชีวิตอย่างยากลำบาก หลายครอบครัวมีอาหารไม่เพียงพอ ส่งผลให้ผู้คนจำนวนมากขาดสารอาหาร จากการศึกษาซากกระดูกของคนในยุคนั้น โดยนักวิจัยพบว่า "ผู้ชายมีความสูงเฉลี่ยเพียงประมาณ 155 เซนติเมตร ส่วนผู้หญิงสูงเฉลี่ยประมาณ 145 เซนติเมตร ซึ่งเตี้ยกว่าคนญี่ปุ่นในปัจจุบันมาก!!" นอกจากนี้ยังพบร่องรอยของโรคต่างๆ เช่น "โรคซิฟิลิส" และ พบว่าผู้หญิงจำนวนไม่น้อยเสียชีวิตจากพิษตะกั่วที่มาจากเครื่องสำอางที่ใช้ในชีวิตประจำวัน
อีกเรื่องที่ฟังดูแปลกมากสำหรับคนในปัจจุบัน คือ "อุจจาระของมนุษย์เคยเป็นของมีค่า" ในยุคนั้นญี่ปุ่นมีการเลี้ยงสัตว์ขนาดใหญ่ไม่มาก จึงขาดมูลสัตว์สำหรับใช้เป็นปุ๋ย ชาวนาจึงหันมาใช้อุจจาระของคนแทน ทำให้อุจจาระกลายเป็นสินค้าที่ซื้อขายกันจริงจัง มีอาชีพเก็บอุจจาระโดยเฉพาะ มีการกำหนดราคา มีการให้สิทธิ์เก็บอุจจาระในแต่ละพื้นที่ และ บางครั้งก็เกิดการแย่งชิงผลประโยชน์กัน ถึงขั้นทำลายภาชนะเก็บของคู่แข่ง นอกจากนี้ "การขโมยอุจจาระ" ยังถือเป็นอาชญากรรมที่อาจถูกลงโทษตามกฎหมายด้วย!! ถึงแม้มันจะฟังดูน่าตลก แต่ระบบนี้กลับช่วยให้เมืองต่างๆ โดยเฉพาะเมืองเอโดะสะอาดมาก เพราะของเสียแทบทั้งหมดถูกนำกลับไปใช้ประโยชน์ ต่างจากหลายเมืองในยุโรปสมัยเดียวกัน ที่ผู้คนมักเทสิ่งปฏิกูลลงบนถนน ทำให้เกิดความสกปรกและโรคระบาดอยู่บ่อยครั้ง
เรื่องที่หลายคนอาจคาดไม่ถึงอีกอย่าง คือ "การหย่าร้างในญี่ปุ่นยุคเอโดะเกิดขึ้นบ่อยมาก" ในบางพื้นที่มีอัตราการหย่าร้างสูงถึงประมาณ 40% ซึ่งถือว่าสูงมากเมื่อเทียบกับประเทศอื่นในยุคเดียวกัน การแต่งงานใหม่หลายครั้งเป็นเรื่องปกติ โดยเฉพาะในหมู่คนธรรมดา... อย่างไรก็ตาม สิทธิ์ในการหย่าส่วนใหญ่อยู่ในมือของฝ่ายชาย หากสามีต้องการหย่า เขาเพียงเขียนจดหมายหย่าที่เรียกกันว่า "มิคุดาริฮัน" ซึ่งมีข้อความสั้นๆเพียงไม่กี่บรรทัด แล้วคืนสินสอดหรือทรัพย์สินให้ภรรยา การหย่าก็ถือว่าเสร็จสมบูรณ์ ซึ่งเหตุผลที่ใช้หย่ามีหลายอย่าง เช่น ภรรยาไม่มีลูก ไม่เชื่อฟัง หึงหวง ป่วยหนัก หรือ สร้างปัญหาในครอบครัว แต่ในความเป็นจริง ผู้ชายหลายคนก็หย่าภรรยา โดยที่ฝ่ายหญิงไม่ได้ทำอะไรผิดเลย ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า "สิทธิของผู้หญิงในยุคนั้นยังมีจำกัดมาก!!"
ถึงแม้ว่ายุคเอโดะจะเป็นช่วงเวลาที่สงบ แต่ระบบกฎหมายกลับเข้มงวดและโหดร้ายอย่างมาก ความผิดหลายอย่างที่ปัจจุบันอาจดูเล็กน้อย ในสมัยนั้นกลับมีโทษหนัก เช่น การไม่แจ้งเจ้าหน้าที่เมื่อรู้ว่ามีการขโมยของ ก็ถือว่ามีความผิด ไม่ต่างจากการขโมยเอง โดยผู้กระทำผิดอาจถูกเนรเทศ ถูกตัดอวัยวะ หรือ ถูกสักเครื่องหมายบนหน้าผาก เพื่อให้ทุกคนรู้ว่าเคยก่ออาชญากรรม บางคนถูกจับแก้ผ้าแล้วนำไปประจานในที่สาธารณะหลายวัน ส่วนอาชญากรรมร้ายแรงอาจถูกลงโทษด้วยการตรึงกางเขน ตัดศีรษะ หรือ สำหรับซามูไร อาจได้รับอนุญาตให้ทำเซ็ปปุกุ หรือ การคว้านท้องเพื่อรักษาเกียรติของตนเอง
ชาวนายังต้องอยู่ภายใต้ข้อจำกัดมากมาย พวกเขาไม่สามารถย้ายหมู่บ้านได้ตามใจ ต้องขอใบอนุญาตจากทางการก่อน การแต่งกายก็ถูกกำหนดไว้ตามกฎหมาย และ ยังไม่มีสิทธิ์ใช้นามสกุลในเอกสารราชการอีกด้วย!! ที่น่ากลัวที่สุด คือ "หากสามัญชนแสดงกิริยาไม่ให้เกียรติซามูไร ซามูไรบางคนมีสิทธิ์ใช้ดาบสังหารได้ทันที ภายใต้สิทธิ์ที่เรียกว่า "คิริซุเตะโกเม็ง"" นอกจากนี้ ในบางหมู่บ้าน หากเกิดคดีที่จับคนร้ายไม่ได้ ชาวบ้านจะใช้วิธีลงคะแนนลับ เลือกคนที่สงสัยว่าเป็นคนผิด คนที่ถูกโหวตมากที่สุดอาจถูกจับเข้าคุก ถึงแม้จะไม่มีหลักฐานชัดเจนก็ตาม วิธีนี้ทำให้หลายคนตกเป็นแพะรับบาป เพียงเพราะถูกคนในหมู่บ้านไม่ชอบหน้าแค่นั้น...
เขียนโดย ผู้แข็งแกร่งไร้เทียมทาน
AI วิเคราะห์เลขท้าย 3 ตัวรางวัลที่ 1 งวดวันที่ 1 สิงหาคม 2569
รวม 5 ลางสังหรณ์และเหตุการณ์นำโชค ก่อนถูกรางวัลที่ 1 ใครมีอาการแบบนี้งวดนี้เตรียมตัวเป็นเศรษฐี
ต้นไม้ชนิดไหนปล่อยออกซิเจนมากที่สุดในโลก
10 โรงแรมในตำนานของไทย ที่เคยโด่งดังแต่ปัจจุบันเหลือเพียงความทรงจำ
เผยสถิติเลขออกบ่อย ย้อนหลัง 20 ปี งวดวันที่ 1 สิงหาคม 2569
พระกัมพูชาอ้างเป็นอดีตทหารเขมรแดง ประกาศจะยึดคืน 37 พื้นที่จากไทย
10 สัตว์ที่มีอวัยวะเพศยาวที่สุดในโลก อันดับหนึ่งยาวกว่าความสูงของคนทั้งตัว
5 เรื่องแปลกจากอดีต ที่ผู้คนทำเพื่อความสนุกและแสดงฐานะ
10 นิสัยแปลกๆ ของ “คนฉลาดจริง” ที่คุณอาจจะมีแต่ไม่เคยรู้ตัว
Bluetooth ส่งข้อมูลผ่านอากาศได้อย่างไร
มหัศจรรย์เกาะวัดกลางทะเลที่น้ำทะเลล้อมรอบ
108 ท่าบนเตียง มีอะไรบ้าง Sex position ท่าเด็ดบนเตียง
“ผู้หญิงบวชได้จริงหรือ?” เปิดมุมมองธรรมะ ประวัติศาสตร์ และความจริงในสังคมไทย
5 เรื่องแปลกจากอดีต ที่ผู้คนทำเพื่อความสนุกและแสดงฐานะ
พระกัมพูชาอ้างเป็นอดีตทหารเขมรแดง ประกาศจะยึดคืน 37 พื้นที่จากไทย
ในภูมิประเทศที่อากาศร้อนสุด ๆ ผู้คนเขาใช้ชีวิตกันอย่างไร?
เส้นลายมือเปลี่ยนตามอายุได้ไหม? ไขคำตอบทั้งมุมวิทยาศาสตร์และศาสตร์ลายมือ


