เกิดเหตุฉุกเฉินในปั๊มน้ำมันหรือปั๊มก๊าซ ควรเอาตัวรอดอย่างไร
ปั๊มน้ำมันและปั๊มก๊าซเป็นสถานที่ที่มีเชื้อเพลิงไวไฟ รถยนต์ และผู้ใช้บริการจำนวนมากอยู่ในพื้นที่เดียวกัน แม้สถานีบริการจะมีมาตรการด้านความปลอดภัย แต่เหตุฉุกเฉินอย่างไฟไหม้ เชื้อเพลิงรั่ว ก๊าซรั่ว หรือรถชนหัวจ่ายก็ยังอาจเกิดขึ้นได้
หากเกิดเหตุจริง สิ่งสำคัญไม่ใช่การยืนดูหรือพยายามควบคุมสถานการณ์ด้วยตัวเอง แต่คือการตั้งสติ ออกจากพื้นที่อันตราย และแจ้งเจ้าหน้าที่ให้เร็วที่สุด
เหตุฉุกเฉินที่อาจเกิดขึ้นในปั๊ม
เหตุการณ์ที่อาจพบได้ ได้แก่
-
ไฟไหม้จากน้ำมันหรือไอเชื้อเพลิง
-
ก๊าซรั่วหรือกลิ่นก๊าซผิดปกติ
-
การระเบิดของอุปกรณ์หรือรถที่ใช้ก๊าซ
-
รถชนหัวจ่ายน้ำมันหรืออุปกรณ์ภายในสถานี
-
ไฟฟ้าลัดวงจร
-
การสูบบุหรี่หรือเกิดประกายไฟใกล้เชื้อเพลิง
-
น้ำมันหกรั่วไหลระหว่างเติม
แม้เหตุการณ์เหล่านี้จะไม่ได้เกิดขึ้นบ่อย แต่เชื้อเพลิงและไอระเหยสามารถติดไฟได้ จึงไม่ควรประเมินสถานการณ์ต่ำเกินไป หรือเข้าไปจัดการเองโดยไม่มีอุปกรณ์และความรู้ที่เหมาะสม
หากได้กลิ่นน้ำมันหรือก๊าซแรงผิดปกติ
กลิ่นเชื้อเพลิงเล็กน้อยอาจพบได้ระหว่างการเติมน้ำมัน แต่หากกลิ่นรุนแรงผิดปกติ ได้ยินเสียงก๊าซรั่ว หรือเห็นของเหลวไหลออกจากหัวจ่าย ควรปฏิบัติดังนี้
-
หยุดเติมเชื้อเพลิงทันที หากทำได้อย่างปลอดภัย
-
แจ้งพนักงานของสถานีบริการ
-
ห้ามสูบบุหรี่ จุดไฟ หรือใช้อุปกรณ์ที่อาจทำให้เกิดประกายไฟ
-
อย่าสตาร์ตรถหรือเปิด–ปิดสวิตช์ไฟใกล้จุดที่สงสัยว่ามีก๊าซรั่ว
-
เดินออกจากบริเวณอย่างสงบ
-
เตือนคนรอบข้างโดยไม่ส่งเสียงหรือทำให้เกิดความแตกตื่น
-
รอรับคำแนะนำจากพนักงานหรือเจ้าหน้าที่ในจุดที่ปลอดภัย
ไม่ควรพยายามตรวจหาจุดรั่วด้วยตัวเอง เพราะอาจทำให้เข้าใกล้บริเวณที่มีไอเชื้อเพลิงสะสมมากขึ้น
หากเกิดไฟไหม้
สิ่งสำคัญที่สุดคือ อย่าตื่นตระหนกและอย่ายืนดูเหตุการณ์
ควรปฏิบัติดังนี้
-
ดับเครื่องยนต์ หากสามารถทำได้ทันทีโดยไม่ต้องเข้าใกล้เปลวไฟ
-
ออกจากรถและช่วยผู้โดยสารออกจากรถ
-
เดินหรือวิ่งออกจากพื้นที่ไปยังจุดที่ปลอดภัย
-
ออกห่างจากหัวจ่าย ถังเชื้อเพลิง และรถที่กำลังเกิดไฟไหม้อย่างน้อยหลายสิบเมตร หรือไกลกว่านั้นตามคำสั่งของเจ้าหน้าที่
-
โทรแจ้งเหตุเพลิงไหม้ที่ 199
-
หากมีผู้บาดเจ็บหรือเจ็บป่วยฉุกเฉิน โทร 1669
-
ปฏิบัติตามคำสั่งของพนักงาน เจ้าหน้าที่ดับเพลิง หรือเจ้าหน้าที่กู้ภัย
หมายเลข 199 เป็นหมายเลขแจ้งเหตุเพลิงไหม้และสาธารณภัยในกรุงเทพมหานคร ส่วนเหตุเจ็บป่วยหรือบาดเจ็บฉุกเฉินสามารถโทรแจ้งสายด่วนการแพทย์ฉุกเฉิน 1669 ได้ทั่วประเทศ
ไม่ควรกลับไปเอาโทรศัพท์ กระเป๋า เอกสาร หรือทรัพย์สินภายในรถ หากพื้นที่ยังไม่ปลอดภัย เพราะไฟอาจลุกลามอย่างรวดเร็วและอาจมีการระเบิดตามมาได้
ควรใช้ถังดับเพลิงหรือไม่
หากเป็นเพียงไฟขนาดเล็ก อยู่ในระยะเริ่มต้น มีทางหนีอยู่ด้านหลัง และผู้พบเหตุรู้วิธีใช้ถังดับเพลิง อาจช่วยควบคุมไฟได้ตามความเหมาะสม
แต่หากไฟลุกแรง มีควันมาก ได้ยินเสียงก๊าซรั่ว หรือไฟอยู่ใกล้ถังและหัวจ่ายเชื้อเพลิง ควรถอยออกมาทันที ไม่ควรเสี่ยงเข้าไปดับไฟด้วยตัวเอง
ถังดับเพลิงมีไว้ช่วยควบคุมไฟในระยะแรก ไม่ได้หมายความว่าประชาชนทั่วไปต้องเข้าไปต่อสู้กับไฟทุกกรณี เป้าหมายแรกยังคงเป็นการรักษาชีวิตและเปิดทางให้เจ้าหน้าที่เข้าควบคุมสถานการณ์
หากเกิดการระเบิด
แรงระเบิดอาจทำให้เกิดแรงกระแทก ความร้อน และเศษวัสดุกระเด็นได้ หากยังอยู่ใกล้บริเวณเกิดเหตุ ควร
-
หมอบต่ำและปกป้องศีรษะ
-
ใช้กำแพง เสาคอนกรีต หรือสิ่งกำบังที่แข็งแรง หากมี
-
อยู่ห่างจากกระจก ป้าย และวัสดุที่อาจแตกกระเด็น
-
เมื่อสถานการณ์เปิดทางให้หนีได้ ให้รีบออกจากพื้นที่
-
อย่ายืนมุงดูหรือย้อนกลับไปถ่ายภาพ
-
ระวังการระเบิดซ้ำหรือไฟที่อาจลุกลามไปยังรถคันอื่น
เมื่อออกจากพื้นที่แล้ว ควรอยู่เหนือลมหรือด้านที่ควันและกลิ่นเชื้อเพลิงไม่พัดเข้าหา หากสามารถสังเกตทิศทางลมได้อย่างปลอดภัย
โทรศัพท์มือถือทำให้ปั๊มระเบิดได้จริงหรือไม่
ที่ผ่านมาเคยมีความเชื่อว่าการใช้โทรศัพท์มือถือระหว่างเติมน้ำมันอาจทำให้เกิดไฟไหม้โดยตรง แต่รายงานของสมาคมป้องกันอัคคีภัยแห่งชาติของสหรัฐฯ ระบุว่า ไม่พบเหตุเติมน้ำมันที่ยืนยันได้ว่าเริ่มต้นจากโทรศัพท์มือถือ ขณะที่ไฟระหว่างเติมน้ำมันบางกรณีเกี่ยวข้องกับไฟฟ้าสถิตมากกว่า
อย่างไรก็ตาม ต้องแยกระหว่าง การใช้โทรศัพท์ในสถานการณ์ปกติ กับ การใช้โทรศัพท์ในบริเวณที่สงสัยว่ามีก๊าซหรือไอเชื้อเพลิงรั่วสะสม
หากได้กลิ่นก๊าซรุนแรงหรือมีการประกาศเหตุฉุกเฉิน ไม่ควรหยุดใช้โทรศัพท์อยู่ใกล้จุดรั่ว ควรเดินออกไปยังจุดปลอดภัยก่อนแล้วจึงโทรแจ้งเหตุ รวมทั้งปฏิบัติตามป้ายเตือนและกฎของสถานีบริการทุกครั้ง
อีกเหตุผลหนึ่งที่ไม่ควรใช้โทรศัพท์ระหว่างเติมน้ำมัน คืออาจทำให้เสียสมาธิ มองไม่เห็นน้ำมันล้น หัวจ่ายหลุด หรือรถคันอื่นที่กำลังเคลื่อนตัวอยู่ใกล้ ๆ
ระวังไฟฟ้าสถิตระหว่างเติมน้ำมัน
ไฟฟ้าสถิตอาจเกิดขึ้นเมื่อผู้เติมน้ำมันกลับเข้าไปนั่งในรถแล้วออกมาจับหัวจ่ายอีกครั้ง โดยเฉพาะในสภาพอากาศแห้ง ประกายไฟจากไฟฟ้าสถิตมีโอกาสจุดติดไอระเหยของน้ำมันได้
หากต้องกลับเข้าไปในรถระหว่างเติมน้ำมัน เมื่อออกมาแล้วควรแตะส่วนโลหะของตัวรถที่อยู่ห่างจากหัวจ่ายก่อนจับหัวจ่ายอีกครั้ง เพื่อลดการสะสมของไฟฟ้าสถิต
ข้อควรปฏิบัติทุกครั้งเมื่อเติมเชื้อเพลิง
เพื่อช่วยลดความเสี่ยง ควร
-
ดับเครื่องยนต์ก่อนเติม
-
ไม่สูบบุหรี่หรือจุดไฟ
-
ไม่ปล่อยให้เด็กอยู่ใกล้หัวจ่าย
-
ไม่เติมน้ำมันจนล้นถัง
-
ไม่ดึงหัวจ่ายหรือสายเติมอย่างรุนแรง
-
ไม่เคลื่อนรถขณะที่หัวจ่ายยังเสียบอยู่
-
ปฏิบัติตามคำแนะนำของพนักงาน
-
สังเกตทางเข้า–ออกของสถานีไว้คร่าว ๆ
-
หากเห็นน้ำมันหกหรืออุปกรณ์ชำรุด ให้แจ้งพนักงานทันที
หากต้องเติมน้ำมันลงในภาชนะ ควรใช้ภาชนะที่ออกแบบมาสำหรับบรรจุเชื้อเพลิงโดยเฉพาะ และปฏิบัติตามคำแนะนำของสถานีบริการ ไม่ควรใช้ขวดน้ำ ถังทั่วไป หรือภาชนะที่ปิดไม่สนิท
หากพบผู้บาดเจ็บ
ก่อนเข้าไปช่วย ควรตรวจสอบก่อนว่าพื้นที่ยังมีไฟ ควัน ก๊าซรั่ว หรือรถเคลื่อนที่อยู่หรือไม่ ผู้ช่วยเหลือไม่ควรเข้าไปจนกลายเป็นผู้บาดเจ็บเพิ่ม
จากนั้นควร
-
โทรแจ้งสายด่วนการแพทย์ฉุกเฉิน 1669
-
บอกสถานที่ ชื่อปั๊ม ถนน หรือจุดสังเกตให้ชัดเจน
-
แจ้งจำนวนผู้บาดเจ็บและลักษณะเหตุการณ์
-
ปฐมพยาบาลเท่าที่มีความรู้
-
ปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ทางโทรศัพท์
-
ไม่เคลื่อนย้ายผู้บาดเจ็บที่สงสัยว่ากระดูกหัก บาดเจ็บที่คอหรือกระดูกสันหลัง เว้นแต่บริเวณนั้นยังมีอันตรายทันที
สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติแนะนำให้ผู้แจ้งเหตุให้ข้อมูลสำคัญแก่ศูนย์ 1669 และสามารถช่วยเหลือผู้ป่วยตามคำแนะนำของศูนย์สั่งการระหว่างรอทีมกู้ชีพได้
เช็กลิสต์สั้น ๆ ที่ควรจำ
เมื่อเกิดเหตุในปั๊มน้ำมันหรือปั๊มก๊าซ ให้จำหลักง่าย ๆ ว่า
หยุด – ออก – ห่าง – แจ้ง
-
หยุด เติมเชื้อเพลิงและหยุดทำสิ่งที่อาจเกิดประกายไฟ
-
ออก จากรถหรือบริเวณอันตราย
-
ห่าง จากหัวจ่าย รถ และถังเชื้อเพลิง
-
แจ้ง พนักงาน โทร 199 เมื่อเกิดเพลิงไหม้ และโทร 1669 เมื่อมีผู้บาดเจ็บ
สรุป
แม้เหตุฉุกเฉินในปั๊มน้ำมันหรือปั๊มก๊าซจะเกิดขึ้นไม่บ่อย แต่การรู้วิธีปฏิบัติตัวอย่างถูกต้องสามารถช่วยลดความสูญเสียได้
สิ่งที่ควรจำคือ ตั้งสติ หยุดสร้างประกายไฟ ออกจากพื้นที่อันตรายโดยเร็ว แจ้งพนักงานและเจ้าหน้าที่ และอย่ากลับเข้าไปจนกว่าจะได้รับการยืนยันว่าปลอดภัย
ในสถานการณ์ที่มีเชื้อเพลิง ไฟ หรือก๊าซรั่ว การรักษาระยะห่างและไม่เสี่ยงเข้าไปจัดการด้วยตัวเอง อาจเป็นการตัดสินใจที่ช่วยรักษาชีวิตของทั้งตัวเราและคนรอบข้างได้
AI วิเคราะห์เลขท้าย 3 ตัวรางวัลที่ 1 งวดวันที่ 1 สิงหาคม 2569
10 หมู่บ้านร้างในประเทศไทย ที่ครั้งหนึ่งเคยมีผู้คนอาศัย แต่ปัจจุบันถูกทิ้งร้าง
กล้องชัด!ร้องสื่อฯ สิบล้อชุ่ยทำเชือกมัดเต้นท์ร่วงท้ายรถลงถนนทำ จยย.ล้มลากไกลกว่า 100 เมตรดับ คนขับไม่รับผิดชอบ
ทำไมไทย–กัมพูชาจึงทั้งใกล้ชิดและขัดแย้งกันมาตลอด
สวนสนุกในตำนานของไทย ที่ถูกยกให้เป็นสถานที่น่ากลัวมาจนถึงปัจจุบัน
เผยสถิติเลขออกบ่อย ย้อนหลัง 20 ปี งวดวันที่ 1 สิงหาคม 2569
4 เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับถุงยางอนามัย ตั้งแต่วีแกนถึงแบบสเปรย์
มหัศจรรย์เกาะวัดกลางทะเลที่น้ำทะเลล้อมรอบ
เลขมงคล หวยงวด 1 สิงหาคม 2569 ถอดรหัสชุดเลข 2 ตัว 3 ตัววันเสาร์มหาโชค
10 สัตว์ที่มีอวัยวะเพศยาวที่สุดในโลก อันดับหนึ่งยาวกว่าความสูงของคนทั้งตัว
รู้จัก “ผักโขม” ผักพื้นบ้านใกล้ตัวที่หลายคนสับสนกับ Spinach
สูตรคำนวณหาแนวทาง งวด 1/8/69
ศาลจำคุก “เนติวิทย์” 6 เดือน รอลงอาญา 1 ปี คดีไม่เข้าตรวจเลือกทหาร
กล้องชัด!ร้องสื่อฯ สิบล้อชุ่ยทำเชือกมัดเต้นท์ร่วงท้ายรถลงถนนทำ จยย.ล้มลากไกลกว่า 100 เมตรดับ คนขับไม่รับผิดชอบ
จังหวัดที่คนดวงดีที่สุด มีคนถูกหวยรางวัลใหญ่มากที่สุด
รู้จัก “ผักโขม” ผักพื้นบ้านใกล้ตัวที่หลายคนสับสนกับ Spinach
ตำรวจญี่ปุ่นยิงปืนขึ้นฟ้าเตือน หญิงวัย 42 ถือมีดเดินเข้าหาเจ้าหน้าที่
เผยสถิติเลขออกบ่อย ย้อนหลัง 20 ปี งวดวันที่ 1 สิงหาคม 2569
ครม.เห็นชอบ 12 สิงหาคมของทุกปี ยังเป็นวันสำคัญของชาติและวันหยุดราชการ
กล้องชัด!ร้องสื่อฯ สิบล้อชุ่ยทำเชือกมัดเต้นท์ร่วงท้ายรถลงถนนทำ จยย.ล้มลากไกลกว่า 100 เมตรดับ คนขับไม่รับผิดชอบ
ทำไมไทย–กัมพูชาจึงทั้งใกล้ชิดและขัดแย้งกันมาตลอด
ตำรวจญี่ปุ่นยิงปืนขึ้นฟ้าเตือน หญิงวัย 42 ถือมีดเดินเข้าหาเจ้าหน้าที่