เรื่องจริงของวัดเส้าหลิน ที่ไม่ได้มีแค่กังฟู...
เมื่อพูดถึงอารามเส้าหลิน หลายคนจะนึกถึงพระที่เก่งกังฟู กระโดดข้ามกำแพง ใช้ไม้พลองต่อสู้ หรือ ภาพจากภาพยนตร์อย่าง "Kung Fu Panda" และ หนังของ "บรูซ ลี" จนทำให้หลายคนเชื่อว่า "เส้าหลิน คือ จุดกำเนิดของกังฟูทั้งหมดในโลก" แต่ความจริงแล้ว ประวัติศาสตร์ของเส้าหลินน่าสนใจ และ ซับซ้อนกว่าที่คนส่วนใหญ่เข้าใจ...
อารามเส้าหลินตั้งอยู่บนภูเขาซง มณฑลเหอหนาน ประเทศจีน ถึงแม้จะเป็นสัญลักษณ์สำคัญของวัฒนธรรมจีน แต่ผู้ก่อตั้งกลับไม่ใช่ชาวจีน เขาคือพระภิกษุจากอินเดียชื่อ "บาตัว" ซึ่งเดินทางมายังจีนในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 5 หลังจากเผยแผ่พระพุทธศาสนาอยู่หลายปี "จักรพรรดิเสี่ยวเหวิน" แห่งราชวงศ์เว่ยเหนือ จึงโปรดให้สร้างอารามเส้าหลินขึ้น และ แต่งตั้ง "บาตัว" เป็นเจ้าอาวาสองค์แรก หน้าที่สำคัญของวัดในยุคนั้น คือ การศึกษาและแปลพระไตรปิฎก จากภาษาสันสกฤตเป็นภาษาจีน...
ต่อมามีพระชาวอินเดียอีกองค์หนึ่งชื่อ "พระโพธิธรรม" เดินทางมายังเส้าหลิน ท่านเป็นผู้เผยแผ่พุทธศาสนานิกายจัน หรือ ที่ชาวญี่ปุ่นเรียกว่า "เซน" ทำให้แนวทางปฏิบัติของวัดเปลี่ยนไป และ อารามเส้าหลินก็กลายเป็นศูนย์กลางสำคัญของพุทธศาสนาจัน ซึ่งยังคงสืบทอดมาจนถึงทุกวันนี้...
หลายคนคิดว่า "พระนักรบมีเฉพาะที่เส้าหลิน" แต่ความจริงไม่ใช่เลย ก่อนเส้าหลินจะถูกสร้างขึ้น หลายวัดในจีนก็มีพระที่ฝึกใช้อาวุธและศิลปะการต่อสู้อยู่แล้ว เพราะในสมัยโบราณ วัดมักต้องป้องกันตัวเองจากโจรหรือสงคราม นอกจากนี้ ประเทศอื่นก็มีพระนักรบเช่นกัน เช่น อินเดียมีนักบวชนาคาซาดู ที่มีชื่อเสียงด้านการต่อสู้ เกาหลีมีพระที่ฝึกศิลปะการต่อสู้ที่เรียกว่า "บูลเคียวมูซูล" ญี่ปุ่นมีพระนักรบโซเฮ ซึ่งเคยมีอำนาจทางการเมืองและการทหาร ส่วนทิเบตก็เคยมีกลุ่มพระนักรบที่รับใช้ดาไลลามะ ดังนั้น... เส้าหลินจึงเป็นเพียงหนึ่งในหลายสำนักที่มีพระฝึกการต่อสู้ ไม่ใช่แห่งเดียวในโลก!!
อีกความเชื่อที่หลายคนเข้าใจผิด คือ "กังฟูทั้งหมดเกิดจากเส้าหลิน" ในความจริงแล้วศิลปะการต่อสู้ของจีนมีประวัติยาวนานกว่าวัดเส้าหลินหลายร้อยปี เอกสารโบราณของจีนที่เขียนก่อนคริสตกาล ก็กล่าวถึงหลักการต่อสู้แบบ "แข็ง" และ "อ่อน" ซึ่งยังเป็นพื้นฐานของกังฟูในปัจจุบัน นักประวัติศาสตร์เชื่อว่า "พระเส้าหลินในยุคแรกไม่ได้มีวิชาต่อสู้พิเศษ แต่ใช้อาวุธแบบเดียวกับทหารทั่วไป จนกระทั่งหลายร้อยปีต่อมา พวกเขาจึงเริ่มพัฒนาวิชาการใช้ไม้พลอง และ ต่อมาจึงมีการฝึกการต่อสู้ด้วยมือเปล่าอย่างจริงจัง" โดยชื่อเสียงของกังฟูเส้าหลิน จึงเพิ่งโด่งดังในสมัยราชวงศ์หมิง ในขณะที่กังฟูแพร่หลายไปทั่วประเทศจีนแล้ว
ภายในวัดเส้าหลิน พระสงฆ์ยังมีความเคารพต่อ "พระโพธิสัตว์วัชรปาณี" ซึ่งถือเป็นผู้พิทักษ์ของวัด มีตำนานเล่าว่า "ครั้งหนึ่งมีพระหนุ่มชื่อ "เสิงโจว" ถูกพระรูปอื่นกลั่นแกล้งอยู่เสมอ เขาจึงอธิษฐานต่อพระโพธิสัตว์วัชรปาณี ติดต่อกันถึง 6 วัน 6 คืน โดยแทบไม่กินอาหารและน้ำ จนในที่สุดพระโพธิสัตว์ก็ปรากฏตัว และ ยื่นชามเนื้อนึ่งให้กิน "เสิงโจว" ลังเล... เพราะพระไม่ควรกินเนื้อ แต่พระโพธิสัตว์กลับบังคับให้เขากินจนหมด หลังจากนั้น เมื่อกลับไปที่วัด เขากลับมีพละกำลังมหาศาล สามารถเอาชนะคนที่เคยรังแกเขาได้อย่างง่ายดาย" นอกจากนี้ตำนานยังเล่าว่า "เขาแข็งแรงถึงขั้นวิ่งขึ้นกำแพง กระโดดได้สูง และ ยกของหนักได้อย่างเหลือเชื่อ" เรื่องนี้จึงกลายเป็นตำนานที่แสดงถึงการได้รับพลัง และ ความคุ้มครองจากพระโพธิสัตว์ ถึงแม้จะไม่ใช่เหตุการณ์ที่มีหลักฐานทางประวัติศาสตร์รองรับก็ตาม...
อีกสิ่งหนึ่งที่หลายคนเคยเห็นในหนัง คือ "จุดกลม 9 จุด บนศีรษะของพระเส้าหลิน" เครื่องหมายนี้เรียกว่า "เจี๋ยปา" เป็นรอยแผลจากการจี้ธูปบนหนังศีรษะ เพื่อแสดงว่าพระรูปนั้นผ่านการฝึกฝน ทั้งร่างกายและจิตใจจนสมบูรณ์แล้ว โดยพิธีนี้ต้องเตรียมตัวเป็นเวลานาน ทั้งการฝึกสมาธิและการฝึกวินัยอย่างเข้มงวด เมื่อถึงวันพิธี จะนำธูป 9 แท่งวางบนศีรษะ และ ปล่อยให้ไหม้จนเกิดรอยถาวร ซึ่งจุดทั้ง 9 จุด หมายถึงหลักปฏิบัติสำคัญที่พระต้องยึดถือ เดิมรัฐบาลจีนเคยสั่งห้ามพิธีนี้ แต่ในปี ค.ศ. 2007 ก็ได้อนุญาตให้กลับมาปฏิบัติได้อีกครั้ง อย่างไรก็ตาม มีพระเพียงจำนวนน้อยที่ได้รับอนุญาตให้เข้าร่วมพิธี เพราะต้องผ่านการประเมินทั้งด้านร่างกายและจิตใจอย่างเข้มงวด และ จนถึงปัจจุบัน มีชาวตะวันตกที่ได้รับเจี๋ยปาเพียงไม่กี่คน ซึ่งหนึ่งในนั้นคือพระชาวอิตาลีชื่อ "ชิ ยาน แฟน"
เขียนโดย ผู้แข็งแกร่งไร้เทียมทาน
ส.ส. ประเทศไหนเงินเดือนสูงสุดในอาเซียน?
ส่องสถิติเลขท้าย 2 ตัว งวดวันที่ 1 กันยายน ย้อนหลัง 20 ปี คัดคู่เลขตัวเต็งทำแต้มสู้ศึกงวดใหม่
7 ข้อมูลที่ “ไม่ควร” ให้ AI รู้
เปิดค่าเช่าที่งานวัดไร่ขิง ราคาประมูลพุ่งสูงสุด 1.8 ล้าน
เจซึงซาจา การเดินทางของยมทูตเกาหลี จากชุดเกราะโบราณสู่สูทดำในซีรีส์ดัง
เสาไฟประติมากรรมรูปสัตว์จังหวัดไหนแพงสุด เปิดราคาต่อต้น เทียบกันชัด ๆ
AI วิเคราะห์เลขท้าย 3 ตัวรางวัลที่ 1 งวดวันที่ 1 กันยายน 2569
“ยายคำมั่น” น้องสาวคนสุดท้ายของ “หลวงพ่อคูณ” สิ้นแล้วในวัย 100 ปี
ทุเรียนจังหวัดไหนแพงที่สุด? เปิด 5 แหล่งทุเรียนพรีเมียมของไทย
งูพิษลอยน้ำ งูไม่มีพิษจมน้ำ จริงหรือ? ไขความเชื่อเก่าเกี่ยวกับงูในสายน้ำ
เปิดสถิติ หวยย้อนหลัง 20 ปี งวด 1 ก.ย. 69
นามสกุล “แม็คโดนัลด์” มีความพิเศษอย่างไร?
7 ข้อมูลที่ “ไม่ควร” ให้ AI รู้
รู้หรือไม่? แบงก์พับได้ 4,000 ครั้งถึงจะขาด
เปิด 7 ธนบัตรรัชกาลที่ 8 หาดูได้ยาก คนรุ่นใหม่แทบไม่เคยเห็น







