หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
News บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

มัลแวร์ที่ถูกเขียนด้วยวิธี Vibe Coding กำลังระบาดเกลื่อนเน็ต


เขียนโดย Annonymus TN

นักวิจัยเตือนว่า มัลแวร์ซึ่งสร้างขึ้นด้วยแนวทาง “Vibe Coding” หรือการสั่งให้ AI ช่วยเขียนโค้ด กำลังถูกตรวจพบมากขึ้นบนอินเทอร์เน็ต ภัยรูปแบบนี้ถูกเรียกว่า “Vibeware” และอาจทำให้การตรวจจับด้วยลายเซ็นหรือรูปแบบโค้ดแบบเดิมทำได้ยากขึ้น

ประเด็นสำคัญไม่ได้อยู่ที่มัลแวร์มีความสามารถใหม่อย่างที่ไม่เคยพบมาก่อน แต่อยู่ที่ AI ช่วยให้ผู้ไม่หวังดีสร้างมัลแวร์หลายเวอร์ชันที่ทำงานเหมือนกัน แต่มีโครงสร้างโค้ดแตกต่างกันได้อย่างรวดเร็ว

Vibe Coding คืออะไร?

Vibe Coding คือแนวทางการเขียนโปรแกรมที่ผู้ใช้บอกความต้องการผ่านคำสั่งภาษาธรรมชาติ หรือ Prompt แล้วให้เครื่องมือ AI ช่วยสร้าง แก้ไข และปรับปรุงโค้ดให้

วิธีนี้มีประโยชน์ต่อการพัฒนาซอฟต์แวร์ตามปกติ แต่เครื่องมือแบบเดียวกันอาจถูกนำไปใช้ในทางที่ผิด ตั้งแต่การสร้างสคริปต์อันตราย ไปจนถึงการดัดแปลงโค้ดเดิมให้กลายเป็นมัลแวร์หลายเวอร์ชัน

อย่างไรก็ตาม ไม่ได้หมายความว่าโปรแกรมทุกชิ้นที่สร้างด้วย Vibe Coding จะเป็นอันตราย คำว่า “Vibeware” ใช้กล่าวถึงกรณีที่ผู้ไม่หวังดีนำวิธีดังกล่าวมาใช้สร้างหรือปรับแต่งมัลแวร์โดยเฉพาะ

มัลแวร์จาก Vibe Coding ถูกพบมากขึ้น

จากรายงานที่เผยแพร่ผ่านเว็บไซต์ AOL ซึ่งกล่าวถึงข้อมูลจากบริษัทด้านความปลอดภัยไซเบอร์อย่าง Bitdefender และ McAfee พบสัญญาณการเพิ่มขึ้นของมัลแวร์ที่มีโค้ดบางส่วนถูกสร้างด้วย AI

นักวิจัยพบร่องรอยที่บ่งชี้ถึงการใช้ AI เช่น คำอธิบายภายในโค้ดที่เขียนเป็นระเบียบผิดปกติ การแบ่งส่วนโค้ดคล้ายเทมเพลต และข้อความชั่วคราวที่นักพัฒนามักใส่ไว้ก่อนแก้ไขภายหลัง

Bitdefender เรียกมัลแวร์ลักษณะนี้ว่า “Vibeware” โดยชี้ให้เห็นว่า AI สามารถช่วยสร้างมัลแวร์จำนวนมากในภาษาคอมพิวเตอร์หลายแบบได้อย่างรวดเร็ว แม้มัลแวร์บางตัวจะมีคุณภาพไม่สูง มีข้อผิดพลาด หรือทำงานไม่สมบูรณ์ก็ตาม

ทดลองสร้างมัลแวร์ด้วยคำสั่งเพียงไม่กี่ครั้ง

ทีมนักวิจัยจาก University College Cork หรือ UCC ประเทศไอร์แลนด์ ได้ทดลองใช้เครื่องมือ AI ช่วยสร้าง Shell Script อันตรายหลายเวอร์ชัน สำหรับขโมยข้อมูลอ่อนไหวจากระบบปฏิบัติการ Linux

สคริปต์แต่ละเวอร์ชันมีเป้าหมายและพฤติกรรมหลักเหมือนกัน แต่ใช้รูปแบบคำสั่งและโครงสร้างโค้ดแตกต่างกัน นักวิจัยพบว่าการเปลี่ยนโครงสร้างดังกล่าวช่วยให้ตัวอย่างบางส่วนหลบเลี่ยงระบบตรวจจับแบบ Static ซึ่งพึ่งพารูปแบบโค้ดที่ค่อนข้างตายตัวได้

รายงานระบุด้วยว่า การสร้างมัลแวร์ตัวอย่างสามารถเริ่มต้นได้ด้วย Prompt เพียง 2 คำสั่ง โดยทีมวิจัยใช้เครื่องมือช่วยเขียนโค้ด Cursor ซึ่งในช่วงเวลาที่ทำการทดลองไม่ได้ปฏิเสธหรือจำกัดคำสั่งเกี่ยวกับการสร้างมัลแวร์

จุดนี้ทำให้นักวิจัยกังวลว่า หากเครื่องมือ AI มีระบบป้องกันหรือ Guardrail ไม่รัดกุม อาจลดกำแพงด้านทักษะและทำให้ผู้ที่ไม่มีความเชี่ยวชาญในการเขียนโปรแกรมสามารถสร้างโค้ดอันตรายได้ง่ายขึ้น

ทำไมระบบตรวจจับแบบเดิมจึงตามได้ยาก?

การตรวจจับมัลแวร์แบบ Static จะตรวจสอบไฟล์โดยไม่ต้องรันโปรแกรม เครื่องมืออาจเปรียบเทียบค่าแฮช ลายเซ็น หรือรูปแบบโค้ดกับฐานข้อมูลของมัลแวร์ที่เคยพบมาก่อน

บางระบบใช้กฎของ YARA ซึ่งเป็นเครื่องมือแบบโอเพนซอร์สสำหรับค้นหาลักษณะเฉพาะภายในไฟล์ เช่น รูปแบบไบนารี ข้อความ หรือชุดคำสั่งที่เกี่ยวข้องกับมัลแวร์

ปัญหาคือ AI สามารถสร้างโค้ดหลายเวอร์ชันที่มีหน้าตาและโครงสร้างแตกต่างกัน แม้ทุกเวอร์ชันจะทำสิ่งเดียวกัน ส่งผลให้การตรวจจับที่พึ่งพารูปแบบคงที่เพียงอย่างเดียวอาจพลาดมัลแวร์บางตัวได้

ส่วนการตรวจจับแบบ Dynamic จะนำไฟล์ไปทำงานภายในสภาพแวดล้อมควบคุมหรือ Sandbox แล้วเฝ้าดูพฤติกรรม เช่น การพยายามอ่านข้อมูลสำคัญ ดาวน์โหลดไฟล์เพิ่มเติม ติดต่อเซิร์ฟเวอร์ภายนอก หรือแก้ไขการตั้งค่าระบบ

แม้โครงสร้างโค้ดจะเปลี่ยนไป แต่พฤติกรรมที่เป็นอันตรายมักยังคงอยู่ นักวิจัยของ UCC จึงมองว่าแนวทางตรวจจับตามพฤติกรรมมีความทนทานต่อมัลแวร์ที่ AI สร้างขึ้นหลายรูปแบบมากกว่า

ทั้งนี้ ไม่ได้หมายความว่าซอฟต์แวร์แอนตี้ไวรัสทั่วไปจะหมดประโยชน์ ระบบรักษาความปลอดภัยจำนวนมากใช้ทั้งการตรวจจับแบบ Static, Dynamic และการวิเคราะห์พฤติกรรมร่วมกันอยู่แล้ว เพียงแต่การพึ่งลายเซ็นหรือค่าแฮชเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอกับภัยรูปแบบนี้

AI ลดเวลาในการสร้างมัลแวร์หลายเวอร์ชัน

นักวิจัยจาก ProjectDiscovery ซึ่งพัฒนาเครื่องมือรักษาความปลอดภัยไซเบอร์แบบโอเพนซอร์ส ให้ความเห็นว่า AI ช่วยให้แฮกเกอร์สร้างมัลแวร์ที่มีรูปแบบเฉพาะแตกต่างกันจำนวนมากได้ในเวลาอันรวดเร็ว

แทนที่จะสร้างมัลแวร์เพียงไฟล์เดียวแล้วนำไปใช้กับเป้าหมายจำนวนมาก ผู้โจมตีอาจสร้างโค้ดเฉพาะสำหรับแต่ละแคมเปญ หรือปรับเปลี่ยนโครงสร้างทุกครั้งเพื่อให้ค่าแฮชและลายเซ็นไม่ตรงกับตัวอย่างเดิม

แนวโน้มนี้ทำให้ผู้พัฒนาเครื่องมือต่อต้านมัลแวร์จำเป็นต้องเพิ่มความสำคัญกับการตรวจจับพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงได้ รวมถึงนำ AI มาช่วยวิเคราะห์ความผิดปกติ โดยยังต้องมีผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบและใช้ระบบป้องกันหลายชั้นร่วมกัน

ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตควรป้องกันตัวอย่างไร?

แม้ผู้ใช้ทั่วไปจะไม่สามารถตรวจสอบโครงสร้างโค้ดของทุกไฟล์ได้ แต่สามารถลดความเสี่ยงได้ด้วยวิธีพื้นฐานดังนี้

สิ่งที่ควรจำคือ AI ไม่ได้ทำให้มัลแวร์มีพฤติกรรมที่มองไม่เห็น แต่ช่วยให้ผู้โจมตีผลิตและดัดแปลงโค้ดได้เร็วขึ้น การป้องกันจึงต้องมองมากกว่าหน้าตาของไฟล์ โดยพิจารณาทั้งแหล่งที่มา พฤติกรรมของโปรแกรม และความผิดปกติที่เกิดขึ้นหลังติดตั้งควบคู่กันไป

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
Annonymus TN's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 97 ครั้ง
เขียนโดย Annonymus TN
นักข่าวสายอาชญากรรมไซเบอร์และเทคโนโลยี เชี่ยวชาญการรายงานภัยออนไลน์ เช่น มัลแวร์ การหลอกลวง และการใช้ AI ในทางผิด โดยนำเสนอข้อมูลที่ซับซ้อนให้เข้าใจง่าย กระชับ และตรงประเด็น เพื่อให้ผู้อ่านรู้ทันภัยดิจิทัลก่อนตกเป็นเ
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
YouTube เอาจริง! ใช้ AI ทำคลิปได้ แต่ถ้าปั๊มซ้ำจนไร้คุณค่า ระวังอดสร้างรายได้รู้หรือไม่? ดอกผักตบชวาก็กินได้นะ จากวัชพืชในน้ำสู่เมนูที่หลายคนไม่เคยลองทุเรียนจังหวัดไหนแพงที่สุด? เปิด 5 แหล่งทุเรียนพรีเมียมของไทยส่องสถิติเลขท้าย 2 ตัว งวดวันที่ 1 กันยายน ย้อนหลัง 20 ปี คัดคู่เลขตัวเต็งทำแต้มสู้ศึกงวดใหม่รู้หรือไม่? ลูกวาฬกินนมแม่ใต้น้ำได้อย่างไร ทั้งที่นมไม่ละลายหายไปในทะเลAI วิเคราะห์เลขท้าย 3 ตัวรางวัลที่ 1 งวดวันที่ 1 กันยายน 2569ไชรหัสเลข ขุนพันธุ์ นำโชค 1/9/69ไข่ออนเซ็น กับ ไข่ลวก ต่างกันตรงไหน?งูพิษลอยน้ำ งูไม่มีพิษจมน้ำ จริงหรือ? ไขความเชื่อเก่าเกี่ยวกับงูในสายน้ำส.ส. ประเทศไหนเงินเดือนสูงสุดในอาเซียน?เปิดสถิติ หวยย้อนหลัง 20 ปี งวด 1 ก.ย. 697 ข้อมูลที่ “ไม่ควร” ให้ AI รู้
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
เสาไฟประติมากรรมรูปสัตว์จังหวัดไหนแพงสุด เปิดราคาต่อต้น เทียบกันชัด ๆไข่ออนเซ็น กับ ไข่ลวก ต่างกันตรงไหน?รู้หรือไม่? ดอกผักตบชวาก็กินได้นะ จากวัชพืชในน้ำสู่เมนูที่หลายคนไม่เคยลองYouTube เอาจริง! ใช้ AI ทำคลิปได้ แต่ถ้าปั๊มซ้ำจนไร้คุณค่า ระวังอดสร้างรายได้รู้หรือไม่? ลูกวาฬกินนมแม่ใต้น้ำได้อย่างไร ทั้งที่นมไม่ละลายหายไปในทะเลรู้หรือไม่? แบงก์พับได้ 4,000 ครั้งถึงจะขาด
กระทู้อื่นๆในบอร์ด ข่าววันนี้
เตือนภัยสายชาร์จ!เปิดข้อความจากหัวใจ "มอส" ถึง "ฮลุน โซโล่" เสียดายไม่ได้เห็นน้องเติบโตบนเส้นทางฝัน▪️▪️▪️เครื่องเล่นเด็ก 1 ชุดราคา 4 แสนบาท คุ้มค่าหรือไม่?เมื่อความคิดถึงถูกเปลี่ยนให้เป็นการเดินทาง 💛
ตั้งกระทู้ใหม่