6 พืชกินสัตว์สุดแปลก ที่ไม่ใช่หม้อข้าวหม้อแกงลิง
6 พืชกินสัตว์สุดแปลก ที่ไม่ใช่หม้อข้าวหม้อแกงลิง
พอพูดถึง “พืชกินสัตว์” คนส่วนใหญ่ก็มักจะนึกถึง “หม้อข้าวหม้อแกงลิง” เป็นอันดับแรก ๆ แต่จริง ๆ แล้ว บนโลกนี้ยังมีพืชกินสัตว์อีกหลายชนิดที่มีกับดักและวิธีล่าเหยื่อแปลกประหลาดไม่แพ้กัน บางชนิดใช้เมือกเหนียว บางชนิดใช้กับดักแบบงับ ส่วนบางชนิดสามารถดูดเหยื่อเข้าไปได้ภายในเวลาเพียงเสี้ยววินาที
สาเหตุที่พืชเหล่านี้ต้องหันมากินสัตว์ ไม่ได้เป็นเพราะพวกมันชอบกินเนื้อเหมือนสัตว์นักล่า แต่เป็นเพราะมักอาศัยอยู่ในพื้นที่ที่ดินมีสารอาหารต่ำ เช่น บึง พื้นที่ชุ่มน้ำ หรือดินทราย ซึ่งมี ไนโตรเจนและฟอสฟอรัส ไม่เพียงพอต่อการเจริญเติบโต
ถึงแม้ว่าพืชกินสัตว์จะยังสร้างอาหารด้วยการสังเคราะห์แสงเหมือนพืชทั่วไป แต่พวกมันจำเป็นต้องหาแร่ธาตุเพิ่มเติม ด้วยการจับแมลง สัตว์น้ำขนาดเล็ก หรือสิ่งมีชีวิตตัวจิ๋ว แล้วใช้เอนไซม์หรือตัวช่วยจากจุลินทรีย์ย่อยสลาย ก่อนดูดซึมสารอาหารเข้าสู่ร่างกาย
วิธีการเหล่านี้เป็นผลจากวิวัฒนาการที่เกิดขึ้นมาอย่างยาวนาน จนกลายเป็นกับดักหลากหลายรูปแบบที่ทั้งซับซ้อนและน่าทึ่ง...
1. ต้นสายรุ้ง กับดักเหนียวที่ส่องประกายเหมือนหยดน้ำ
หนึ่งในพืชกินสัตว์ที่สวยงามที่สุด คือ “ต้นสายรุ้ง” หรือ Rainbow Plant ซึ่งพืชในสกุลนี้หลายชนิดพบในออสเตรเลีย ใบของมันเรียวยาวและเต็มไปด้วยหยดใส ๆ จนดูคล้ายมีน้ำค้างเกาะอยู่
เมื่อแสงแดดส่องลงมา หยดเหล่านี้จะสะท้อนแสงเป็นประกายคล้ายสีรุ้ง จึงเป็นที่มาของชื่อ...
แต่ความจริงแล้ว หยดเหล่านี้ไม่ใช่น้ำ หากเป็นเมือกเหนียวที่ทำหน้าที่เป็นกับดัก แมลงที่บินเข้ามาเพราะเข้าใจว่าเป็นน้ำหวานหรือหยดน้ำจะติดอยู่บนใบ ยิ่งดิ้นก็ยิ่งสัมผัสกับเมือกมากขึ้น จนยากที่จะหลุดออกไป
หลังจากนั้น พืชจะได้รับสารอาหารจากเหยื่อที่ถูกดักจับ แม้ว่าพืชชนิดนี้จะไม่สามารถม้วนใบเข้าหาเหยื่อเหมือนพืชกินแมลงบางชนิด แต่กับดักเหนียวก็มีประสิทธิภาพเพียงพอสำหรับจับแมลงขนาดเล็ก
2. หยาดน้ำค้างโปรตุเกส พืชกินแมลงที่อยู่ในพื้นที่แห้งได้
อีกชนิดที่น่าสนใจ คือ “หยาดน้ำค้างโปรตุเกส” หรือ Drosophyllum lusitanicum แต่จริง ๆ แล้วมันไม่ได้เป็นญาติใกล้ชิดกับต้นหยาดน้ำค้าง แม้รูปร่างของใบและหยดเมือกจะดูคล้ายกันก็ตาม
พืชชนิดนี้เป็นสมาชิกเพียงชนิดเดียวที่ยังเหลืออยู่ในสกุลของตัวเอง พบตามธรรมชาติในโปรตุเกส สเปน และโมร็อกโก
สิ่งที่ทำให้มันแตกต่างจากพืชกินแมลงส่วนใหญ่ คือสามารถเติบโตในพื้นที่ที่ค่อนข้างแห้งและมีอากาศร้อนได้ ขณะที่พืชกินแมลงหลายชนิดมักพบตามบึงหรือพื้นที่ชุ่มน้ำ
ใบของมันเต็มไปด้วยต่อมเล็ก ๆ ที่สร้างเมือกเหนียวเป็นประกาย แมลงอาจหลงคิดว่าเป็นน้ำหรืออาหาร ก่อนบินเข้ามาเกาะและติดอยู่กับเมือก
พืชชนิดนี้แทบไม่ต้องขยับใบเพื่อจับเหยื่อ เพราะกาวธรรมชาติของมันมีความเหนียวมากพอที่จะดักแมลงไว้ หลังจากนั้นจึงย่อยและดูดซึมสารอาหารที่หาได้ยากจากดิน ทำให้สามารถดำรงชีวิตในสภาพแวดล้อมที่แตกต่างจากพืชกินแมลงหลายชนิด
3. อัลโดรแวนด้า พืชลอยน้ำที่ใช้กับดักแบบงับ
หากพูดถึงพืชกินสัตว์ที่อาศัยอยู่ในน้ำ “อัลโดรแวนด้า เวสิคูโลซา” หรือ Aldrovanda vesiculosa ถือเป็นหนึ่งในชนิดที่น่าทึ่งที่สุด!!
มันเป็นพืชลอยน้ำที่ไม่มีราก และสามารถเคลื่อนที่ไปตามกระแสน้ำ พบกระจายตามแหล่งน้ำจืดในหลายพื้นที่ของโลก โดยมีถิ่นกระจายตามธรรมชาติตั้งแต่โลกเก่าไปจนถึงออสเตรเลีย
บนลำต้นจะมีกับดักขนาดเล็กเรียงอยู่เป็นจำนวนมาก แต่ละกับดักมีขนาดเพียงไม่กี่มิลลิเมตรและมีขนรับความรู้สึก
เมื่อสัตว์น้ำขนาดเล็ก เช่น ไรน้ำ ลูกน้ำยุง หรือกุ้งจิ๋ว ว่ายมาแตะขนเหล่านี้ กับดักจะงับปิดอย่างรวดเร็วและกักเหยื่อไว้ภายใน ก่อนที่กระบวนการย่อยจะเริ่มขึ้น
พืชชนิดนี้มีลักษณะคล้าย “กาบหอยแครง” ตรงที่ใช้กับดักแบบงับ และทั้งสองชนิดยังอยู่ในวงศ์พืชเดียวกัน จึงถือเป็นตัวอย่างที่น่าสนใจของกลไกกับดักซึ่งพัฒนาขึ้นในพืชกินสัตว์กลุ่มนี้
4. แบดเดอร์เวิร์ต กับดักสุญญากาศที่ทำงานเร็วมาก
ส่วนพืชสกุล “แบลดเดอร์เวิร์ต” หรือ Utricularia มีวิธีล่าที่รวดเร็วมากที่สุดรูปแบบหนึ่งในโลกของพืช
ปัจจุบันมีพืชกลุ่มนี้อยู่หลายร้อยชนิด และพบได้ในพื้นที่หลากหลายทั่วโลก หลายชนิดไม่มีรากและลอยอยู่ในน้ำ ขณะที่บางชนิดสามารถเติบโตบนดินที่ชื้นได้
บนลำต้นหรือส่วนใต้ดินจะมีถุงดักจับขนาดเล็กจำนวนมาก ซึ่งถุงแต่ละใบทำงานคล้ายเครื่องดูดสุญญากาศขนาดจิ๋ว
พืชจะสูบน้ำออกจากถุงจนเกิดแรงดันที่แตกต่างจากภายนอก เมื่อสัตว์น้ำขนาดเล็กว่ายมาแตะขนรับความรู้สึก ประตูของถุงจะเปิดออก และดูดน้ำพร้อมเหยื่อเข้าไปภายในเวลาเพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะปิดลงอีกครั้ง
เหยื่อที่ถูกดูดเข้าไปจะถูกย่อยอยู่ภายในถุง หลังจากนั้นกับดักจึงค่อยปรับสภาพเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการจับเหยื่อครั้งต่อไป
5. ดอกลิลลี่งูเห่า กับดักที่ใช้แสงหลอกแมลง
อีกชนิดหนึ่งที่มีรูปร่างแปลกมาก คือ “ดอกลิลลี่งูเห่า” หรือ Darlingtonia californica
พืชชนิดนี้พบตามธรรมชาติบริเวณตอนเหนือของรัฐแคลิฟอร์เนียและทางตะวันตกเฉียงใต้ของรัฐโอเรกอน ประเทศสหรัฐอเมริกา
ใบของมันมีลักษณะคล้ายหัวงูเห่าที่กำลังแผ่แม่เบี้ย จึงได้ชื่อว่า “ลิลลี่งูเห่า”
วิธีล่าของมันไม่ใช่การใช้กาวหรือกับดักที่ปิดอย่างรวดเร็ว แต่ใช้ทั้งน้ำหวาน กลิ่น และโครงสร้างของใบช่วยหลอกล่อแมลง
ภายในกับดักมีบริเวณโปร่งแสง เมื่อแมลงเข้าไปแล้วอาจเข้าใจผิดว่าแสงด้านบนคือทางออก จึงพยายามบินขึ้นไปหาแสงซ้ำ ๆ แต่ไม่สามารถออกไปได้
ขณะเดียวกัน พื้นผิวภายในและขนที่ชี้ลงจะทำให้แมลงเคลื่อนย้อนกลับได้ยาก จนค่อย ๆ ตกลงไปยังส่วนล่างของกับดัก และกลายเป็นแหล่งสารอาหารของพืชในที่สุด
6. หยาดน้ำค้าง กับดักกาวธรรมชาติที่พบทั่วโลก
สุดท้าย คือ “หยาดน้ำค้าง” หรือ Drosera ซึ่งเป็นหนึ่งในกลุ่มพืชกินแมลงที่มีความหลากหลายและกระจายพันธุ์กว้างมาก
ใบของมันเต็มไปด้วยหนวดขนาดเล็ก ที่บริเวณปลายมีหยดเมือกใสจนดูเหมือนหยดน้ำค้างในตอนเช้า
แมลงอาจถูกดึงดูดให้เข้ามาเพราะหยดเมือกมีลักษณะคล้ายน้ำหวาน แต่เมื่อสัมผัสกับใบก็จะติดอยู่กับเมือกทันที
หลังจากนั้น หนวดรอบ ๆ จะค่อย ๆ โค้งเข้าหาเหยื่อ เพื่อเพิ่มพื้นที่สัมผัส ก่อนที่พืชจะปล่อยเอนไซม์ออกมาย่อยและดูดซึมสารอาหาร
ถึงแม้ว่าการเคลื่อนไหวของหยาดน้ำค้างหลายชนิดจะไม่รวดเร็วเหมือนกาบหอยแครงหรือแบลดเดอร์เวิร์ต แต่ก็มีประสิทธิภาพสูงในการดักแมลงขนาดเล็ก เช่น แมลงวัน ยุง และแมลงหวี่
อย่างไรก็ตาม ความเร็วและรูปแบบการเคลื่อนไหวอาจแตกต่างกันไปในหยาดน้ำค้างแต่ละชนิด บางชนิดตอบสนองต่อเหยื่อได้รวดเร็วกว่าที่หลายคนคาดคิด
พืชกินสัตว์จึงไม่ได้มีเพียงหม้อข้าวหม้อแกงลิง หรือกาบหอยแครงเท่านั้น แต่ยังมีพืชอีกหลายกลุ่มที่พัฒนาวิธีหาแร่ธาตุเพิ่มเติมในรูปแบบเฉพาะตัว ตั้งแต่การใช้กาวเหนียว การสร้างกับดักแบบงับ การใช้แสงหลอกเหยื่อ ไปจนถึงการสร้างเครื่องดูดสุญญากาศขนาดจิ๋ว
แม้ว่าจะถูกเรียกว่า “พืชกินสัตว์” แต่พืชเหล่านี้ยังคงใช้การสังเคราะห์แสงเป็นแหล่งพลังงานหลัก ส่วนแมลงและสัตว์ขนาดเล็กทำหน้าที่เป็นแหล่งแร่ธาตุเพิ่มเติม ช่วยให้พวกมันอยู่รอดได้ในพื้นที่ที่ดินมีสารอาหารต่ำ... และนั่นคือความมหัศจรรย์ของวิวัฒนาการที่ธรรมชาติสร้างขึ้น
REFERENCES:
https://www.kew.org/read-and-watch/carnivorous-plants
https://powo.science.kew.org/taxon/urn:lsid:ipni.org:names:321999-1
https://powo.science.kew.org/taxon/urn:lsid:ipni.org:names:321755-1
https://www.edenproject.com/learn/eden-at-home/carnivorous-plants-facts
เขียนโดย ผู้แข็งแกร่งไร้เทียมทาน
เส้นผมที่อยู่ในอาหารอันตรายแค่ไหนถ้าเผลอกลืน
10 นามสกุลที่พบเห็นบ่อยในไทย มีทั้งแซ่จีนและนามสกุลไทย
10 สถานที่ในประเทศไทยที่ควรเพิ่มความระมัดระวังก่อนเดินทาง
4 รถแห่ที่มีค่าจ้างที่แพงที่สุด
10 ลางบอกเหตุก่อนถูกรางวัล จากประสบการณ์ที่ผู้โชคดีเคยเล่าไว้
5 ข้อเท็จจริงแปลกแต่น่าสนใจ ที่หลายคนอาจไม่เคยรู้มาก่อน
ถ้ำเบนเดอร์ สุสานสัตว์ยุคน้ำแข็งใต้สายน้ำ แห่งพื้นที่เท็กซัส
เจาะสูตรเลขท้าย 2 ตัว "กำลังวันพฤหัสบดี" สถิติย้อนหลัง 10 ปีเด่นเลขอะไร?
ไลฟ์แฮกจากผ้าอนามัย 5 วิธี ใช้ซับเหงื่อ ลดกลิ่น และแก้ปัญหาใกล้ตัว
สิบเลขขายดีแม่จำเนียร งวด 16/7/69
10 นักร้องลูกทุ่งไทยที่มีค่าจ้างงานแสดงสูงที่สุด
เพิ่งรู้! จุดดำรอบกระจกรถ มีไว้ทำอะไร?
เส้นผมที่อยู่ในอาหารอันตรายแค่ไหนถ้าเผลอกลืน
จังหวัดที่คนดวงดีที่สุด มีคนถูกหวยรางวัลใหญ่มากที่สุด
พระมหากษัตริย์กัมพูชา ทรงเสด็จกลับจากจีนแล้ว.
10 สถานที่ในประเทศไทยที่ควรเพิ่มความระมัดระวังก่อนเดินทาง
5 ข้อเท็จจริงแปลกแต่น่าสนใจ ที่หลายคนอาจไม่เคยรู้มาก่อน




