5 ผู้รอดชีวิตเพียงคนเดียว จากอุบัติเหตุเครื่องบินตก
5 ผู้รอดชีวิตเพียงคนเดียว จากอุบัติเหตุเครื่องบินตก
อุบัติเหตุเครื่องบินตกเป็นเหตุการณ์ที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น เพราะเมื่อเกิดขึ้นแล้วมักทำให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก แต่ในประวัติศาสตร์การบินก็มีหลายเหตุการณ์ที่มี "ผู้รอดชีวิตเพียงคนเดียว" ซึ่งเรื่องราวเหล่านี้ทั้งน่าเหลือเชื่อและสะเทือนใจอย่างมาก หลายคนเชื่อว่า "เป็นปาฏิหาริย์" บางคนมองว่า "เป็นโชคชะตา" หรือ อาจเป็นเพียง "ความบังเอิญ" ที่เกิดขึ้นจากตำแหน่งที่นั่งหรือสถานการณ์ในช่วงเสี้ยววินาทีสุดท้าย ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใด ผู้รอดชีวิตเหล่านี้ต้องแบกรับทั้งบาดแผลทางร่างกาย และ ความทรงจำอันโหดร้ายไปตลอดชีวิต...
หนึ่งในเหตุการณ์ที่น่าประหลาดใจที่สุดเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 19 มกราคม 2006 เมื่อเครื่องบินลำเลียงแบบ "อันโตนอฟ อัน-24" ของกองทัพอากาศสโลวาเกีย ซึ่งกำลังพาทหารรักษาสันติภาพกลับประเทศ ได้ประสบอุบัติเหตุตกบนภูเขาที่เต็มไปด้วยหิมะและป่าไม้ ใกล้หมู่บ้านเฮจเซ ประเทศฮังการี บนเครื่องมีทั้งหมด 43 คน แต่มีผู้รอดชีวิตเพียงคนเดียว คือ "ร้อยโท มาร์ติน ฟาร์กาช" หลังเครื่องบินชนยอดไม้และตกกระแทกพื้นจนเกิดไฟไหม้ ซากเครื่องบินแตกกระจายไปทั่วพื้นที่ เขาใช้โทรศัพท์มือถือโทรหาภรรยาและบอกเพียงว่า "เครื่องบินตกอยู่กลางป่า" พร้อมขอให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่กู้ภัย ไม่นานเจ้าหน้าที่ก็พบตัวเขา โดยเชื่อว่าที่เขารอดชีวิตได้เพราะขณะเกิดอุบัติเหตุ เขาอยู่ในห้องน้ำของเครื่องบิน ซึ่งเป็นส่วนที่ได้รับความเสียหายน้อยกว่าส่วนอื่น เขาได้รับบาดเจ็บที่สมองและปอด แต่สามารถรักษาจนพ้นขีดอันตรายได้ ภายหลังการสอบสวนพบว่า "สาเหตุของอุบัติเหตุมาจากนักบินลดระดับเครื่องบินเร็วเกินไป [ในเวลากลางคืน] ทำให้ชนกับพื้นที่สูงก่อนถึงสนามบิน"
อีกเหตุการณ์หนึ่งเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2006 ที่สนามบินบลูแกรสส์ เมืองเล็กซิงตัน รัฐเคนตักกี้ ประเทศอเมริกา เครื่องบินโดยสาร "บอมบาร์เดียร์ ซีอาร์เจ-100เออร์" ของสายการบิน "คอมแอร์" ซึ่งให้บริการในนาม "เดลต้า คอนเน็คชั่น" กำลังจะขึ้นบิน แต่ลูกเรือกลับนำเครื่องบินไปใช้รันเวย์ผิด รันเวย์ที่ใช้สั้นเกินไปสำหรับการนำเครื่องบินขึ้น ทำให้เครื่องบินวิ่งเลยปลายรันเวย์ ชนสิ่งกีดขวางและเกิดเพลิงไหม้ มีผู้โดยสารและลูกเรือรวม 50 คน เสียชีวิต 49 คน ผู้รอดชีวิตเพียงคนเดียว คือ "เจมส์ โพลีฮิงเค" ซึ่งเป็นนักบินผู้ช่วย เขาได้รับบาดเจ็บสาหัส ทั้งกระดูกหักหลายแห่ง ปอดแฟบ และ เสียเลือดอย่างหนัก ถึงแม้จะรอดชีวิตมาได้แต่สมองของเขาได้รับความเสียหาย จนไม่สามารถจำเหตุการณ์ในวันเกิดอุบัติเหตุได้เลย จากการสอบสวนพบว่า "แม้ "เจมส์ โพลีฮิงเค" จะเป็นผู้ควบคุมเครื่องบินในช่วงนั้น แต่กัปตันเป็นผู้พาเครื่องบินเข้าสู่รันเวย์ผิด จึงถือว่าอุบัติเหตุครั้งนี้เกิดจากความผิดพลาด ของกัปตัน..."
ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 17 มีนาคม 1957 เครื่องบิน "ซี-47 สกายเทรน" ของกองทัพอากาศฟิลิปปินส์ ได้ประสบอุบัติเหตุตกบนภูเขาใกล้เมืองเซบู ระหว่างเดินทางกลับกรุงมะนิลา บนเครื่องมีบุคคลสำคัญหลายคน รวมถึงประธานาธิบดี "ราโมน แม็กไซไซ" ผู้นำประเทศในขณะนั้น ซึ่งทุกคนเสียชีวิต ยกเว้น "เนสเตอร์ มาตา" นักข่าวจากหนังสือพิมพ์ "ฟิลิปปินส์ เฮรัลด์" ซึ่งเป็นผู้รอดชีวิตเพียงคนเดียว ซึ่งเขาเล่าว่า "ก่อนเครื่องบินตก ผมเห็นเพียงแสงวาบแล้วหมดสติ เมื่อตื่นขึ้นผมก็พบว่าตัวเองติดอยู่บนหน้าผาท่ามกลางต้นไม้ ผมร้องเรียกหาประธานาธิบดีแต่ไม่มีเสียงตอบรับ" ซึ่งชาวบ้านที่มาพบต้องใช้เวลานานถึง 18 ชั่วโมงในการนำตัวเขาออกจากภูเขา เพราะเส้นทางเต็มไปด้วยป่าและหน้าผา เขาได้รับบาดเจ็บสาหัสและถูกไฟลวกระดับ 2 และ 3 แต่ยังมีสติพอที่จะบอกพยาบาลให้จดข่าวส่งหนังสือพิมพ์ โดยประโยคแรกที่เขาพูดคือ "ท่านประธานาธิบดี "ราโมน แม็กไซไซ" เสียชีวิตแล้ว..." ซึ่งการสอบสวนภายหลังพบว่า "สาเหตุของอุบัติเหตุเกิดจาก ความล้าของโลหะในชิ้นส่วนเครื่องบิน จนทำให้เครื่องบินไม่สามารถบินต่อได้อย่างปลอดภัย"
เมื่อวันที่ 13 มกราคม 1995 เครื่องบินโดยสาร "ดีซี-9" ของสายการบิน "อินเตอร์คอนติเนนตัล แอร์ไลน์" ได้ประสบเหตุระเบิดกลางอากาศ เหนือประเทศโคลอมเบีย ซึ่งนักบินพยายามนำเครื่องลงฉุกเฉิน แต่เครื่องบินตกกระแทกพื้นและระเบิดก่อนพุ่งลงใกล้แหล่งน้ำ มีผู้โดยสารและลูกเรือรวม 52 คน เสียชีวิต 51 คน ผู้รอดชีวิตเพียงคนเดียว คือ "เอริกา เดลกาโด" เด็กหญิงวัย 9 ปี ชาวนาที่อยู่ใกล้จุดเกิดเหตุได้ยินเสียงร้องขอความช่วยเหลือ ก่อนพบเธอนั่งอยู่บนกองวัชพืชในน้ำ ซึ่งช่วยลดแรงกระแทกจากการตก โดยเธอเล่าว่า "ในช่วงสุดท้ายก่อนเครื่องบินแตก แม่ของฉันได้ผลักฉันออกจากเครื่องบิน" ซึ่งนั่นเป็นเหตุที่ทำให้เธอรอดชีวิตมาได้ ถึงแม้จะได้รับบาดเจ็บที่แขนและอยู่ในอาการตกใจอย่างหนัก แต่สิ่งที่สะเทือนใจยิ่งกว่า คือ "หลังเกิดเหตุมีคนเข้ามาหาเธอ ไม่ใช่เพื่อช่วยชีวิต แต่กลับดึงสร้อยคอทองคำที่พ่อของเธอให้ไว้แล้ววิ่งหนีไป" ในขณะที่ศพของผู้เสียชีวิตคนอื่นก็ถูกปล้นเช่นกัน โดยสร้อยเส้นนั้นเป็นของที่ระลึกชิ้นสุดท้าย จากครอบครัวของเธอ...
อีกเหตุการณ์ที่โด่งดัง เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 21 มกราคม 1985 เมื่อเครื่องบิน "ล็อกฮีด แอล-188 อิเล็กตรา" ได้ประสบอุบัติเหตุตกหลังขึ้นบิน จากเมืองรีโน รัฐเนวาดา ประเทศอเมริกา โดย "จอร์จ แลมสัน จูเนียร์" วัย 17 ปี เดินทางกลับจากทริปเล่นสกีกับพ่อ และ นั่งอยู่แถวหน้าของห้องโดยสาร เขาสังเกตเห็นว่าเครื่องบินเริ่มสั่นอย่างรุนแรงและเอียงไปด้านขวา ก่อนเครื่องจะตก เขารีบดึงเข่าชิดอกตามสัญชาตญาณ เมื่อเครื่องกระแทกพื้น ที่นั่งของเขาหลุดออกจากตัวเครื่องทั้งชุด และ กระเด็นออกไปตกกลางถนน โดยที่เขายังคาดเข็มขัดนิรภัยอยู่ เขารีบปลดเข็มขัดแล้ววิ่งหนี ก่อนที่เครื่องบินจะระเบิดอย่างรุนแรง ในช่วงแรกมีผู้รอดชีวิตทั้งหมด 3 คน รวมทั้งพ่อของเขาด้วย แต่ทั้ง 2 คนเสียชีวิตในเวลาต่อมาจากอาการบาดเจ็บสาหัส ทำให้สุดท้าย "จอร์จ แลมสัน จูเนียร์" กลายเป็นผู้รอดชีวิตเพียงคนเดียว และ จากการสอบสวนสรุปว่า "สาเหตุของอุบัติเหตุเกิดจากนักบินควบคุมเครื่องบินไม่ได้หลังขึ้นบิน ประกอบกับนักบินผู้ช่วยไม่สามารถตรวจสอบความเร็ว และ เส้นทางได้ทันเวลา" ปัจจุบัน "จอร์จ แลมสัน จูเนียร์" ใช้ชีวิตอย่างเรียบง่าย มีครอบครัวเป็นของตัวเอง และ พยายามหลีกเลี่ยงการให้สัมภาษณ์กับสื่อ เพราะต้องการใช้ชีวิตอย่างเป็นส่วนตัว...
เขียนโดย ผู้แข็งแกร่งไร้เทียมทาน
ช่องแคบฮอร์มุซสำคัญแค่ไหน ทำไมน้ำมันไทยต้องแพง
ทำความเข้าใจการทำงานของพัดลมกับอุณหภูมิร่างกายจริง
เปิดแอร์ต่ำกว่า 25 องศาทำให้คอมเพรสเซอร์ทำงานหนักจริงหรือ
ฝนตกไฟดับก็ทำงานต่อได้ เตรียมพร้อม WFH ให้รอดทุกสถานการณ์
10 นามสกุลที่พบเห็นบ่อยในไทย มีทั้งแซ่จีนและนามสกุลไทย
10 ลางบอกเหตุก่อนถูกรางวัล จากประสบการณ์ที่ผู้โชคดีเคยเล่าไว้
4 รถแห่ที่มีค่าจ้างที่แพงที่สุด
เจาะสูตรเลขท้าย 2 ตัว "กำลังวันพฤหัสบดี" สถิติย้อนหลัง 10 ปีเด่นเลขอะไร?
สิบเลขขายดีแม่จำเนียร งวด 16/7/69
เจาะลึกปลาเค็ม ทำไมกลิ่นแรง แล้วเสียหรือไม่ สังเกตอย่างไร
เพิ่งรู้! จุดดำรอบกระจกรถ มีไว้ทำอะไร?
ทำไม "ทรายจากทะเลทราย" ถึงเอามาสร้างตึกสร้างบ้านไม่ได้
