6 ภาพยนตร์กังฟูสุดประหลาด ที่เต็มไปด้วยอาวุธและฉากต่อสู้เหนือจินตนาการ
6 หนังกังฟูสุดเพี้ยน ตั้งแต่ร่มบินได้ พิณสังหาร ไปจนถึงกังฟูทำอาหาร
ภาพยนตร์กังฟูส่วนใหญ่เป็นที่รู้จักจากฉากต่อสู้ที่ตื่นเต้น ท่วงท่าที่สวยงาม และเรื่องราวของยอดฝีมือที่ต้องต่อสู้เพื่อความยุติธรรม แต่ก็มีภาพยนตร์อีกหลายเรื่องที่เลือกเดินไปในเส้นทางแตกต่าง จนกลายเป็นหนังที่ทั้งแปลก ประหลาด และเต็มไปด้วยไอเดียที่คาดไม่ถึง...
หนังบางเรื่องให้จอมยุทธ์บินด้วยร่ม บางเรื่องเปลี่ยนเสียงดนตรีให้กลายเป็นอาวุธ ส่วนบางเรื่องนำกังฟูไปผสมกับการทำอาหาร ซอมบี้จีน หรือภารกิจสงครามที่แทบไม่มีอะไรเป็นไปตามเหตุผล
และนี่คือภาพยนตร์กังฟู 6 เรื่อง ที่อาจทำให้หลายคนสงสัยว่า ผู้สร้างคิดฉากเหล่านี้ขึ้นมาได้อย่างไร
1. Swordsman With an Umbrella — จอมยุทธ์กับร่มสารพัดประโยชน์
เรื่องแรกคือ “Swordsman With an Umbrella” หนังที่เล่าเรื่องของนักดาบผู้เดินทางออกล้างแค้น พร้อมถือร่มคู่กายที่ดูเหมือนร่มธรรมดา
แต่ร่มของเขาไม่ได้มีไว้ใช้กันฝนเท่านั้น เพราะมันยังสามารถใช้เป็นอาวุธ ขว้างใส่ศัตรูคล้ายจานร่อน และพาเจ้าของลอยขึ้นไปบนฟ้าได้ราวกับตัวละครในตำนาน
ฉากแอ็กชันบางช่วงยังใส่เสียงประกอบคล้ายการ์ตูน ทำให้หลายฉากดูตลก แม้ว่าตัวหนังจะเล่าเรื่องด้วยความจริงจังก็ตาม
เมื่อเรื่องราวการล้างแค้นมาเจอกับอาวุธเหนือจินตนาการ ความแตกต่างนี้จึงกลายเป็นเสน่ห์แปลก ๆ ที่หาได้ยากจากหนังกังฟูทั่วไป โดยภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นผลงานแนวศิลปะการต่อสู้ที่ออกฉายในปี 1970
2. Deadful Melody — เมื่อเสียงพิณกลายเป็นอาวุธสังหาร
อีกเรื่องที่โดดเด่นคือ “Deadful Melody” ซึ่งนำแสดงโดย หยวนเปียว และ บริดเจ็ตต์ หลิน โดยมีเรื่องราวเกี่ยวกับพิณวิเศษที่สามารถเปลี่ยนเสียงดนตรีให้กลายเป็นพลังทำลายล้างได้
เมื่อบรรเลงโน้ตที่ถูกต้อง พลังจากเสียงพิณจะกลายเป็นอาวุธร้ายแรง โดยเฉพาะฉากต่อสู้ช่วงท้าย ซึ่งนางเอกใช้พิณรับมือกับศัตรูจำนวนมาก
คลื่นพลังจากเสียงดนตรีพุ่งออกไปราวกับกระสุนวิเศษ จนศัตรูบางคนเหลือเพียงเสื้อผ้า เป็นฉากที่ทั้งอลังการ แปลกประหลาด และเต็มไปด้วยจินตนาการในแบบภาพยนตร์กำลังภายในยุคเก่า
แนวคิดเรื่องเสียงดนตรีที่กลายเป็นพลังต่อสู้ อาจดูเกินจริง แต่กลับเข้ากับโลกของจอมยุทธ์ที่เต็มไปด้วยพลังลมปราณ วิชาลับ และอาวุธเหนือธรรมชาติได้อย่างน่าจดจำ
3. They Call Me Phat Dragon — ฝึกกังฟูด้วยพลังแห่งความหิว
“They Call Me Phat Dragon” เป็นอีกชื่อหนึ่งที่ใช้เผยแพร่ภาพยนตร์เรื่อง “The Incredible Kung Fu Master” ซึ่งมี แซมโม ฮุง นักแสดงและนักออกแบบคิวบู๊ชื่อดังของฮ่องกงร่วมแสดง
ตัวหนังเล่าเรื่องยอดฝีมือกังฟูรูปร่างท้วม พร้อมวิธีฝึกที่ไม่เหมือนใคร โดยให้นำความหิวมาใช้เป็นแรงผลักดันในการฝึกฝน
ฉากที่หลายคนอาจจดจำได้ คือการที่ตัวละครต้องพยายามเดินข้ามพื้นลื่นอย่างระมัดระวัง เพื่อไปให้ถึงอาหารก่อนที่อาจารย์จะกินจนหมด
เหตุการณ์เรียบง่ายกลับกลายเป็นฉากที่ทั้งสนุกและตลก พร้อมแสดงให้เห็นสไตล์การต่อสู้ที่คล่องแคล่ว รวมถึงอารมณ์ขันซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของ แซมโม ฮุง
แทนที่จะฝึกด้วยการยกหินหรือเดินบนเสา หนังกลับใช้เรื่องใกล้ตัวอย่าง “ความหิว” มาสร้างเป็นบททดสอบ จนกลายเป็นฉากฝึกกังฟูที่แตกต่างจากหนังจอมยุทธ์ทั่วไป
4. God of Cookery — เมื่อกังฟูเข้าไปอยู่ในห้องครัว
สำหรับ “God of Cookery” ของ สตีเวน โจว หรือ โจวซิงฉือ ถือเป็นหนังที่ผสมเรื่องการทำอาหาร กังฟู มุกตลก และความแฟนตาซีเข้าด้วยกันอย่างสร้างสรรค์
เรื่องราวเริ่มจากเชฟชื่อดังที่ชีวิตตกต่ำ และต้องกลับมาพิสูจน์ฝีมืออีกครั้งในการแข่งขันทำอาหาร แต่เหตุการณ์กลับค่อย ๆ หลุดออกจากโลกแห่งความเป็นจริงมากขึ้นเรื่อย ๆ
ตั้งแต่อุปกรณ์ทำครัวที่กลายเป็นอาวุธ ตัวละครที่แปลงร่างเป็นสุนัข ไปจนถึงการเปิดเผยว่า พระเอกคือ “เทพแห่งการทำอาหารที่ถูกส่งลงมายังโลกมนุษย์”
หนังยังเต็มไปด้วยฉากต่อสู้ที่นำสิ่งของในครัวมาใช้แทนอาวุธ รวมถึงการโจมตีด้วยเกี๊ยวไฟ ซึ่งกลายเป็นหนึ่งในภาพจำของแฟนหนัง
เสน่ห์ของเรื่องจึงไม่ได้อยู่เพียงมุกตลกเท่านั้น แต่ยังอยู่ที่การเปลี่ยนเรื่องธรรมดาอย่างการทำอาหาร ให้กลายเป็นโลกของจอมยุทธ์ที่มีทั้งวิชาลับ การแข่งขัน และพลังเหนือธรรมชาติ
5. Five Venoms vs. Wu Tang — ชื่อเหมือนหนังสำนักกังฟู แต่กลับเต็มไปด้วยซอมบี้จีน
แม้ชื่อ “Five Venoms vs. Wu Tang” จะทำให้หลายคนคิดว่าเป็นหนังต่อสู้ระหว่างสองสำนักกังฟู แต่เนื้อหาที่ถูกพูดถึงกลับเป็นภาพยนตร์ซอมบี้จีนที่เต็มไปด้วยความเพี้ยนและจินตนาการ
หนังนำเสนอซอมบี้กระโดด หรือ “ผีจีน” ตามภาพจำจากความเชื่อและภาพยนตร์พื้นบ้านจีน พร้อมเหล่าจอมเวทที่ใช้กระดาษยันต์และคาถาควบคุมพวกมัน
ฉากเปิดเรื่องแสดงให้เห็นจอมเวทใช้ยันต์บังคับกลุ่มซอมบี้ให้เต้นรำคล้ายการแสดงดนตรี ก่อนที่เรื่องราวจะค่อย ๆ เพิ่มความแปลกมากขึ้นเรื่อย ๆ
ต่อมายังมีเด็ก ๆ ที่พยายามช่วยซอมบี้ตัวน้อยให้กลับไปหาพ่อแม่ รวมถึงฉากต่อสู้ของเหล่าจอมเวทที่ส่งซอมบี้เข้าปะทะกัน พร้อมปล่อยกบและผีเสื้อวิเศษออกจากปลายดาบ
ทั้งหมดทำให้หนังเต็มไปด้วยเหตุการณ์เหนือจินตนาการ จนผู้ชมแทบคาดเดาไม่ได้ว่า ฉากต่อไปจะมีอะไรปรากฏขึ้นมาอีก
6. Fantasy Mission Force — ภารกิจสงครามที่รวมทุกความแปลกไว้ในเรื่องเดียว
เรื่องสุดท้ายคือ “Fantasy Mission Force” หรือ “Dragon Attack” หนังที่รวมนักแสดงชื่อดังหลายคน เช่น แจ็กกี้ ชาน, บริดเจ็ตต์ หลิน, จิมมี่ หวังหยู และอดัม เฉิง
แม้จะมีนักแสดงดังมากมาย แต่หนังกลับถูกจดจำในฐานะภาพยนตร์แอ็กชันที่มีความแปลกและคาดเดาได้ยากเรื่องหนึ่ง
เนื้อเรื่องเล่าถึงภารกิจช่วยเหลือเชลยศึก โดยรวบรวมคนหลากหลายบุคลิกมาเป็นทีมปฏิบัติการ ทั้งคนจรจัด นักมายากล และหญิงสาวที่ถือบาซูก้า
ระหว่างทาง หนังเต็มไปด้วยเหตุการณ์เหนือความคาดหมาย ตัวละครประหลาด และฉากแอ็กชันที่ดูคล้ายความฝันซึ่งไม่มีข้อจำกัดเรื่องยุคสมัยหรือความสมเหตุสมผล
ช่วงท้ายเรื่องยิ่งเหนือความคาดหมาย เมื่อกองกำลังศัตรูแต่งตัวในรูปแบบแปลกตา และขับรถยนต์ที่ประดับด้วยสัญลักษณ์นาซี ทั้งที่หนังวางฉากหลังไว้ในบรรยากาศสงครามโลก
องค์ประกอบเหล่านี้ทำให้หนังดูเหมือนนำทุกไอเดียที่ผู้สร้างนึกออกมารวมไว้ในเรื่องเดียว จนเกิดเป็นภาพยนตร์แอ็กชัน กังฟู ตลก สงคราม และแฟนตาซีที่ยากจะจัดให้อยู่ในประเภทใดประเภทหนึ่ง
ความแปลกที่กลายเป็นเสน่ห์ของหนังกังฟู
แม้ภาพยนตร์ทั้ง 6 เรื่องจะแตกต่างกัน แต่สิ่งหนึ่งที่คล้ายกันคือ การไม่จำกัดจินตนาการไว้กับรูปแบบของหนังกังฟูทั่วไป
ตั้งแต่ร่มที่พาจอมยุทธ์บินได้ พิณที่ยิงคลื่นพลัง การฝึกวิชาด้วยความหิว กังฟูในห้องครัว ไปจนถึงซอมบี้เต้นรำและกองกำลังประหลาดในสนามรบ ทุกเรื่องต่างนำศิลปะการต่อสู้ไปผสมกับแนวคิดที่แทบไม่มีใครคาดถึง
บางฉากอาจดูเกินจริง หรือชวนให้สงสัยว่าผู้สร้างคิดขึ้นมาได้อย่างไร แต่ความกล้าที่จะทดลองเหล่านี้เอง กลับทำให้หนังหลายเรื่องมีเอกลักษณ์ และยังถูกพูดถึงในหมู่ผู้ชื่นชอบภาพยนตร์กังฟูมาจนถึงทุกวันนี้
หมายเหตุ: ภาพยนตร์เก่าหลายเรื่องอาจมีชื่อภาษาอังกฤษแตกต่างกันตามประเทศ ผู้จัดจำหน่าย หรือฉบับวิดีโอ จึงควรตรวจสอบชื่อเรื่อง ชื่อดั้งเดิม และปีที่ฉายเพิ่มเติมเมื่อต้องการค้นหาภาพยนตร์
เขียนโดย ผู้แข็งแกร่งไร้เทียมทาน
อนุมัติแน่นอน!! งบกลางป้องกันน้ำท่วมหาดใหญ่ นายกฯ อนุทิน ลุยเองมาให้เห็นกับตา ตรวจสอบคันคลอง ร.1 ที่ถูกน้ำเซาะเสียหาย
ทำไมเพลงที่เราไม่ชอบถึงติดอยู่ในหัว? รู้จักอาการ “Earworm”
เลข 67 คืออะไร ทำไมเด็กเจนใหม่พูดกันทุกวัน
ศัพท์ไวรัล “สลิ้งแตก” คืออะไร? เปิดความหมายและที่มาของคำฮิตบนโซเชียล
10 จังหวัดที่ราคาประเมินที่ดินสูงที่สุดนอกกรุงเทพฯ แพงสุดตารางวาละเท่าไร
5 ประเทศอาเซียนที่มีน้ำมันดิบสำรองมากที่สุด ประเทศไหนอยู่อันดับ 1
10 อันดับคณะหมอลำที่ดังที่สุดในประเทศไทย พร้อมค่าจ้างโดยประมาณ
เจาะลึกเลขอัญเชิญ "ท้าวเวสสุวรรณ" และศาสตร์เกณฑ์เลขมหาเทพผู้พิทักษ์ขุมทรัพย์ งวดวันที่ 16 กรกฎาคม 2569
ย้อนยุคทองตลกคาเฟ่ไทย 5 คณะดังที่คนรุ่นก่อนยังจดจำ
เจาะลึกเลขอัญเชิญ "หวยไทยรัฐ-เดลินิวส์" งวดวันที่ 16 กรกฎาคม 2569
10 รถจักรยานยนต์ยอดนิยมยุค 90 ที่คนไทยยังจำได้
ปานแดง–ปานดำ ดูคล้ายแต่เกิดต่างกัน แบบไหนควรพบแพทย์?
ไม่มีเงินจ่ายหนี้ กยศ. จะติดคุกหรือไม่? เรื่องสำคัญที่ผู้กู้ไม่ควรปล่อยผ่าน
7 ตึกสูงระฟ้าในประเทศไทยที่โดดเด่นบนเส้นขอบฟ้ากรุงเทพฯ
อนุมัติแน่นอน!! งบกลางป้องกันน้ำท่วมหาดใหญ่ นายกฯ อนุทิน ลุยเองมาให้เห็นกับตา ตรวจสอบคันคลอง ร.1 ที่ถูกน้ำเซาะเสียหาย
ทำไมเพลงที่เราไม่ชอบถึงติดอยู่ในหัว? รู้จักอาการ “Earworm”
ปานแดง–ปานดำ ดูคล้ายแต่เกิดต่างกัน แบบไหนควรพบแพทย์?
อนุมัติแน่นอน!! งบกลางป้องกันน้ำท่วมหาดใหญ่ นายกฯ อนุทิน ลุยเองมาให้เห็นกับตา ตรวจสอบคันคลอง ร.1 ที่ถูกน้ำเซาะเสียหาย
5 มหาวิทยาลัยชื่อดังทั่วโลก กับตำนานผีที่เล่าต่อกันมาหลายรุ่น
รัฐสภายุโรปผ่านรายงานสนับสนุนไต้หวัน
บ้านชั้นเดียวได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นในญี่ปุ่น เกือบ 1 ใน 4 ของบ้านใหม่
