4 ภาพยนตร์โฆษณาชวนเชื่อของเกาหลีเหนือ ที่สะท้อนวิธีสร้างภาพลักษณ์รัฐ
ภาพยนตร์ของเกาหลีเหนือไม่ได้ถูกมองเป็นแค่ความบันเทิงเท่านั้น แต่ในหลายกรณีถูกใช้เป็นเครื่องมือทางความคิด เพื่อเล่าให้ประชาชนและชาวต่างชาติเห็นว่า ประเทศ ผู้นำ และระบบการเมืองของรัฐเป็นสิ่งที่ถูกต้อง ดีงาม และควรเชื่อฟัง
โดยเฉพาะในช่วงที่ คิม จอง อิล ปกครองเกาหลีเหนือ เขาให้ความสำคัญกับภาพยนตร์อย่างมาก และเชื่อว่า “ภาพยนตร์เป็นอาวุธสำคัญในการควบคุมความคิดของประชาชน” เขาไม่ได้มองว่าหนังมีไว้เพื่อความบันเทิงเพียงอย่างเดียว แต่เห็นว่ามันเป็นเครื่องมือในการสอนให้ประชาชนรักผู้นำ เชื่อฟังรัฐบาล และยอมรับระบบสังคมนิยมของประเทศ
คิม จอง อิล ยังเคยเขียนหนังสือชื่อ “ว่าด้วยศิลปะแห่งภาพยนตร์” เพื่ออธิบายว่า ภาพยนตร์ที่ดีควรสร้างอย่างไร และควรสอดแทรกอุดมการณ์ของรัฐเข้าไปในทุกฉากอย่างไร
ภาพยนตร์โฆษณาชวนเชื่อของเกาหลีเหนือจึงมีหลายรูปแบบ บางเรื่องเป็นหนังรัก บางเรื่องเป็นสารคดี บางเรื่องเป็นวิดีโอท่องเที่ยว แต่เป้าหมายมักคล้ายกัน คือทำให้ผู้ชมเชื่อว่า ประเทศของตนดีที่สุด ผู้นำเป็นผู้เสียสละ และระบบสังคมนิยมเหนือกว่าระบบอื่น
สิ่งที่น่าสนใจคือ หนังเหล่านี้ไม่ได้พูดเรื่องการเมืองตรง ๆ เสมอไป หลายเรื่องใช้ชีวิตประจำวัน ความรัก ครอบครัว อาชีพ หรือภาพเมืองสวยงาม เป็นทางผ่านในการส่งสารทางความคิด
1. The Favorite Young Man หนังรักที่สอนเรื่อง “อาชีพที่รัฐมอบหมาย”
ภาพยนตร์เรื่อง The Favorite Young Man เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของหนังที่ดูเหมือนหนังรักทั่วไป แต่แฝงสารทางอุดมการณ์ไว้แทบทั้งเรื่อง
เรื่องราวพูดถึงชายหนุ่มชื่อ คิม ยงแบ เขาเป็นคนหน้าตาดี ฉลาด มีความสามารถ และเคยเป็นทหาร แต่กลับเลือกทำงานเป็นช่างประปา แม้หลายคนจะมองว่าเป็นอาชีพต่ำต้อย เขากลับภูมิใจในงานของตัวเอง และตั้งใจทำงานอย่างเต็มที่
คิม ยงแบ ตกหลุมรักหญิงสาวชื่อ ซอนแอ แต่ครอบครัวของฝ่ายหญิงไม่เห็นด้วย เพราะคิดว่าเธอควรแต่งงานกับคนที่มีหน้าที่การงานดีกว่านี้ อย่างไรก็ตาม ซอนแอยืนยันว่า
“ฉันรักเขาเพราะความเป็นคนดี ไม่ใช่เพราะอาชีพของเขา”
เมื่อเวลาผ่านไป ทุกคนก็ยอมรับคิม ยงแบ โดยเฉพาะหลังจากที่เขาช่วยชีวิตคนทั้งเมือง ด้วยการซ่อมระบบประปาที่เสียหาย
แม้เนื้อเรื่องจะดูเหมือนหนังรักธรรมดา แต่สิ่งที่หนังต้องการสื่อจริง ๆ คือ การสอนให้ประชาชนเชื่อว่า ทุกอาชีพที่รัฐมอบหมายมีเกียรติเท่าเทียมกัน ไม่ควรใฝ่หาความร่ำรวยหรือสถานะทางสังคม และควรทำงานหนักเพื่อส่วนรวม
ในหลายฉาก ตัวละครยังพูดกับกล้องโดยตรงเกี่ยวกับความสำคัญของแรงงาน ราวกับกำลังสั่งสอนผู้ชมให้เปลี่ยนความคิด ไม่ใช่แค่ดูหนังเพื่อความบันเทิง
2. My Socialist Country สารคดีที่เล่าภาพประเทศในอุดมคติ
ภาพยนตร์อีกเรื่องคือ My Socialist Country ซึ่งเป็นสารคดีที่สร้างขึ้นเพื่อเผยแพร่ให้ชาวต่างชาติชม โดยมีผู้บรรยายเป็นภาษาอังกฤษ
เนื้อหาพยายามอธิบายว่า เกาหลีเหนือเป็นประเทศที่ประชาชนมีชีวิตสมบูรณ์แบบ ทุกคนมีบ้าน มีอาหาร มีเสื้อผ้า มีงานทำ ได้รับการรักษาพยาบาลฟรี เรียนหนังสือฟรีจนถึงระดับมหาวิทยาลัย และยังได้รับสวัสดิการต่าง ๆ เช่น การลาคลอดเป็นเวลาหลายเดือน
รัฐบาลยังอ้างว่าทั้งหมดนี้สามารถทำได้โดยไม่ต้องเก็บภาษีจากประชาชน
สารคดีนำเสนอภาพของประเทศในฐานะสังคมในอุดมคติ ไม่มีความยากจน ไม่มีปัญหา และประชาชนทุกคนมีความสุข หากผู้ชมไม่รู้ข้อมูลจากแหล่งอื่น หรือไม่ได้ตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติม ก็อาจเชื่อได้ว่า เกาหลีเหนือเป็นประเทศที่สมบูรณ์แบบที่สุดแห่งหนึ่งของโลก
ซึ่งนั่นคือจุดประสงค์สำคัญของสารคดีลักษณะนี้ คือการเลือกนำเสนอเฉพาะภาพที่รัฐต้องการให้ผู้ชมเห็น
จุดที่ควรสังเกตคือ สารคดีแนวโฆษณาชวนเชื่อมักไม่โกหกด้วยประโยคเดียวแบบตรง ๆ เสมอไป แต่อาจใช้วิธี “เลือกให้เห็นบางด้าน” และ “ไม่พูดถึงอีกหลายด้าน” เพื่อทำให้ภาพรวมดูดีเกินจริง
3. Welcome of North Korea วิดีโอท่องเที่ยวที่เลือกให้เห็นเฉพาะภาพสวย
ส่วน Welcome of North Korea เป็นวิดีโอประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวที่สร้างขึ้นในช่วงทศวรรษ 1980 เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติ
ภาพในวิดีโอแสดงให้เห็นเมืองที่สะอาด อาคารขนาดใหญ่ ผู้คนแต่งตัวดี ร้านค้ามีสินค้ามากมาย อาหารดูอุดมสมบูรณ์ รวมทั้งยังมีการแสดงกายกรรม สถานที่ประวัติศาสตร์ ชายหาด และแหล่งท่องเที่ยวต่าง ๆ
ทุกอย่างถูกนำเสนอให้ดูสวยงามและทันสมัย เพื่อสร้างภาพลักษณ์ว่า ประเทศนี้ปลอดภัย เป็นระเบียบ และน่าเดินทางมาเยือน
อย่างไรก็ตาม นักท่องเที่ยวที่เดินทางไปเกาหลีเหนือในความเป็นจริงมักถูกควบคุมอย่างใกล้ชิด ไม่สามารถเดินทางเองได้ตามอิสระ ต้องมีเจ้าหน้าที่ประกบ และมักถูกพาไปเฉพาะสถานที่ที่รัฐบาลต้องการให้เห็นเท่านั้น
จึงทำให้หลายคนมองว่าสิ่งที่นักท่องเที่ยวได้เห็น อาจเป็นเพียงภาพที่รัฐคัดเลือกไว้แล้ว ไม่ใช่ชีวิตจริงทั้งหมดของผู้คนในประเทศ
สำหรับคนดูทั่วไป วิดีโอลักษณะนี้จึงไม่ควรดูเพียงว่า “ประเทศสวยไหม” แต่ควรถามต่อว่า ภาพเหล่านี้ถูกเลือกมาอย่างไร ใครเป็นคนกำหนดมุมกล้อง และมีอะไรที่ไม่ได้ถูกนำเสนอหรือไม่
4. Under the Sun สารคดีที่กลายเป็นหลักฐานเบื้องหลังการจัดฉาก
เรื่องสุดท้ายคือ Under the Sun ซึ่งแตกต่างจาก 3 เรื่องแรก เพราะไม่ได้เป็นภาพยนตร์โฆษณาชวนเชื่อของรัฐบาลโดยตรง แต่เป็นสารคดีของผู้กำกับชาวรัสเซียชื่อ วิทาลี มันสกี
เขาได้รับอนุญาตให้เข้าไปถ่ายทำในเกาหลีเหนือ โดยรัฐบาลกำหนดเงื่อนไขว่า ทุกอย่างต้องเป็นไปตามที่เจ้าหน้าที่สั่ง เนื่องจากฝ่ายเกาหลีเหนือต้องการใช้ภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นเครื่องมือสร้างภาพลักษณ์ที่ดีของประเทศ
แต่ระหว่างการถ่ายทำ ผู้กำกับปล่อยให้กล้องบันทึกภาพต่อเนื่องในช่วงที่เจ้าหน้าที่คิดว่าหยุดถ่ายแล้ว ทำให้เขาได้ภาพเบื้องหลังจำนวนมาก
ภาพเหล่านั้นเผยให้เห็นว่าหลายฉากถูกจัดฉากขึ้น เช่น คนงานในโรงงานที่แท้จริงเป็นนักแสดงที่ถูกเรียกมารับบทเป็นพนักงาน โรงงานหลายแห่งดูเหมือนไม่มีการทำงานจริง และผู้คนต้องท่องบทพูดตามที่เจ้าหน้าที่กำหนด
แม้แต่รายละเอียดเล็ก ๆ อย่างการที่คนงานต้องสวมเสื้อกันหนาวอยู่ในโรงงาน ก็สะท้อนให้เห็นว่า อาคารอาจไม่มีเครื่องทำความร้อน ทั้งที่รัฐบาลพยายามนำเสนอว่าประเทศมีความเจริญ และประชาชนมีคุณภาพชีวิตดี
หลังจากภาพยนตร์ออกฉาย รัฐบาลเกาหลีเหนือสั่งห้ามเผยแพร่ในประเทศทันที เพราะมองว่าทำลายภาพลักษณ์ของรัฐ แต่ในต่างประเทศ สารคดีเรื่องนี้ได้รับคำชื่นชมและรางวัลจากหลายเทศกาลภาพยนตร์ เนื่องจากทำให้ผู้ชมเห็นเบื้องหลังของการสร้างภาพลักษณ์โดยรัฐได้อย่างชัดเจน
ทำไมหนังเหล่านี้จึงควรดูอย่างระมัดระวัง
สิ่งที่ทำให้ภาพยนตร์โฆษณาชวนเชื่อน่าสนใจ ไม่ใช่แค่เนื้อเรื่องหรือภาพที่ปรากฏบนจอ แต่คือวิธีที่มันพยายามจัดระเบียบความคิดของผู้ชม
บางเรื่องทำให้แรงงานดูสูงส่ง
บางเรื่องทำให้รัฐดูเป็นผู้ให้ทุกอย่าง
บางเรื่องทำให้ประเทศดูสมบูรณ์แบบ
บางเรื่องทำให้ชีวิตผู้คนดูเป็นระเบียบและมีความสุขตลอดเวลา
ทั้งหมดนี้อาจไม่ได้ผิดในฐานะงานภาพยนตร์ แต่ผู้ชมควรเข้าใจว่า ภาพที่เห็นอาจไม่ใช่ภาพทั้งหมดของความจริง
โดยเฉพาะเมื่อผู้ผลิตเป็นรัฐที่ควบคุมข้อมูลอย่างเข้มงวด การตั้งคำถามว่า “ใครเป็นคนเล่าเรื่องนี้” และ “เขาอยากให้เราเชื่ออะไร” จึงเป็นสิ่งสำคัญมาก
ภาพยนตร์ทั้ง 4 เรื่องนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงหนังหรือสารคดีเกี่ยวกับเกาหลีเหนือเท่านั้น แต่ยังเป็นตัวอย่างของการใช้สื่อเพื่อสร้างภาพลักษณ์ ควบคุมความคิด และกำหนดความเข้าใจของผู้ชม
สุดท้ายแล้ว สิ่งที่คนดูควรจำไว้คือ หนังทุกเรื่องมีมุมมองของผู้สร้างเสมอ ยิ่งเป็นหนังที่เกี่ยวข้องกับรัฐ การเมือง หรืออุดมการณ์ ยิ่งควรดูด้วยความเข้าใจ ไม่เชื่อทั้งหมดทันที และควรตรวจสอบจากหลายแหล่งก่อนสรุปว่า สิ่งที่เห็นบนจอคือความจริงทั้งหมด
เขียนโดย ผู้แข็งแกร่งไร้เทียมทาน
เปิด 3 ประเทศยอดฮิตที่เด็ก สปป.ลาว นิยมไปเรียนต่อต่างประเทศ
3 เห็ดหายากของไทย ที่อาจค่อย ๆ หายไปจากผืนป่า
แพรรีสโมค ดอกไม้ป่าอเมริกาเหนือที่งดงามเหมือนควันสีชมพู
AI วิเคราะห์สถิติ 20 ปีหวยงวด 16 ก.ค.69 ให้เลขท้าย 2 ตัวเน้นๆ!
10 เลขขายดี "สลากพารวย" งวดวันที่ 16 กรกฎาคม 69..อยากรวย ซื้อหวยด่วน!!
จังหวัดอันดับหนึ่งของไทย ที่โดดเด่นเรื่องนางงามมากที่สุด
ชายสิงคโปร์ผวา เห็นเงาคล้ายคนผมยาวหลังต้นไม้กลางดึก
7 ไอเทมที่คนรวยจริง "ไม่คิดจะซื้อ" แต่อวดรวยชอบมี
เขตของกรุงเทพมหานคร ที่มีสภาพเป็นพื้นที่ชนบทมากที่สุด
สิวขึ้นหน้าผาก คาง หลัง หรือหน้าอก อาจเกี่ยวกับอะไรได้บ้าง
เปิดเลขมงคล "จอมขมังเวทย์" 16 ก.ค. 69
แนวทางเลข "ม้าวิ่ง" 16 กรกฏาคม 2569
5 รถมอเตอร์ไซค์ที่ทำตลาดในไทยได้ ไม่ดี และมียอดขายไม่สูง
จังหวัดในประเทศไทย ที่ไม่มีห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ตั้งอยู่เลย
3 เห็ดหายากของไทย ที่อาจค่อย ๆ หายไปจากผืนป่า
ชายสิงคโปร์ผวา เห็นเงาคล้ายคนผมยาวหลังต้นไม้กลางดึก
10 เลขขายดี "สลากพารวย" งวดวันที่ 16 กรกฎาคม 69..อยากรวย ซื้อหวยด่วน!!
รู้จัก Body Dysmorphia ภาวะมองรูปลักษณ์ตัวเองบิดเบือน และวิธีสังเกตเบื้องต้น




