ชายปริศนาแห่งซอมเมอร์ตัน คดีเก่า 70 ปีที่ยังมีคำถามค้างคา
4 เบาะแสลึกลับในคดีชายปริศนาแห่งซอมเมอร์ตัน
คดี “ชายปริศนาแห่งซอมเมอร์ตัน” เป็นหนึ่งในคดีลึกลับที่ถูกพูดถึงมากที่สุดในประวัติศาสตร์อาชญากรรมของออสเตรเลีย เพราะเริ่มจากศพชายคนหนึ่งที่ถูกพบบนชายหาด แต่กลับโยงไปถึงกระดาษปริศนา เสื้อผ้าที่ถูกตัดป้ายออก กระเป๋าเดินทางไร้เจ้าของ และข้อสงสัยเรื่องการวางยาพิษ
เหตุการณ์เกิดขึ้นที่ชายหาดซอมเมอร์ตัน เมืองแอดิเลด ประเทศออสเตรเลีย เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม ค.ศ. 1948 แม้เวลาจะผ่านมากว่า 70 ปีแล้ว คดีนี้ก็ยังมีคำถามสำคัญที่ไม่เคยได้รับคำตอบอย่างชัดเจนว่า ชายคนนี้เป็นใคร เขาเสียชีวิตเพราะอะไร และเหตุใดจึงไปอยู่ที่ชายหาดแห่งนั้น
คดีนี้มักถูกเรียกว่า “คดีทามัม ชูด” เพราะตำรวจพบกระดาษชิ้นเล็ก ๆ ที่มีคำว่า “ทามัม ชูด” ซึ่งแปลได้ประมาณว่า “จบสิ้น” หรือ “สิ้นสุดแล้ว” ซ่อนอยู่ในกระเป๋าเล็ก ๆ ภายในกางเกงของผู้เสียชีวิต กระดาษดังกล่าวถูกฉีกออกมาจากหนังสือบทกวีเปอร์เซียโบราณ “รูไบยัตของโอมาร์ คัยยัม” และกลายเป็นหนึ่งในหลักฐานที่โด่งดังที่สุดของคดี
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา มีนักวิจัยบางกลุ่มใช้เทคโนโลยีตรวจดีเอ็นเอและเสนอว่า ชายคนนี้อาจมีชื่อว่า “คาร์ล เวบบ์” หรือ Carl “Charles” Webb ซึ่งเป็นวิศวกรและช่างเครื่องมือไฟฟ้าจากเมลเบิร์น อย่างไรก็ตาม ข้อเสนอนี้ควรอธิบายอย่างระมัดระวัง เพราะเป็นผลจากการวิเคราะห์ของนักวิจัย ไม่ใช่คำตอบที่ทำให้ทุกปริศนาของคดีจบลงทันที
ต่อให้สามารถระบุตัวตนของเขาได้จริง คำถามใหญ่ก็ยังอยู่เหมือนเดิม นั่นคือเขาเสียชีวิตเพราะอะไร มีใครเกี่ยวข้องหรือไม่ และเหตุใดช่วงท้ายชีวิตของเขาจึงเต็มไปด้วยเบาะแสแปลกประหลาดมากขนาดนี้
1. มีคนอาจเห็นช่วงเวลาสุดท้ายของเขาโดยไม่รู้ตัว
สิ่งที่น่าสนใจคือ ในช่วงเย็นของวันที่ 30 พฤศจิกายน ค.ศ. 1948 ซึ่งเป็นคืนก่อนพบศพ มีพยานหลายคนเห็นชายคนหนึ่งนั่งหรือนอนอยู่บนชายหาด ในบริเวณเดียวกับที่พบศพในวันรุ่งขึ้น
ชายคนนั้นสวมชุดสูทคล้ายกับผู้เสียชีวิต พยานส่วนใหญ่คิดว่าเขาเพียงแค่เมาเหล้าหรือนอนพัก จึงไม่มีใครเข้าไปช่วยหรือแจ้งเจ้าหน้าที่ในเวลานั้น
บางคนให้ข้อมูลว่า ชายคนนั้นเคยขยับแขนเหมือนกำลังพยายามลุกขึ้น ขณะที่พยานอีกคู่หนึ่งสังเกตว่าเขาเปลี่ยนท่าทางอยู่หลายครั้ง แม้ไม่มีหลักฐานยืนยันร้อยเปอร์เซ็นต์ว่า ชายที่พยานเห็นคือคนเดียวกับผู้เสียชีวิตหรือไม่ แต่จากตำแหน่ง เวลา และลักษณะการแต่งกาย ตำรวจจึงมองว่ามีความเป็นไปได้สูง
หากเป็นคนเดียวกันจริง นั่นหมายความว่า ผู้คนจำนวนหนึ่งอาจเคยเห็นช่วงเวลาสุดท้ายของชีวิตเขาโดยไม่รู้ตัว
2. สภาพศพทำให้เกิดข้อสงสัยเรื่องการวางยาพิษ
เช้าวันที่ 1 ธันวาคม เวลาประมาณ 06.30 น. ชายชื่อ “จอห์น ไลออนส์” ซึ่งกำลังเดินทางไปทำงาน ได้พบร่างของชายคนนี้นอนเสียชีวิตบนชายหาดและรีบแจ้งตำรวจ
เมื่อเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ พบว่าผู้เสียชีวิตนอนหงาย ศีรษะพิงกำแพงกันคลื่น ขาทั้งสองเหยียดออกและไขว้กันอย่างผิดธรรมชาติ ภายในกระเป๋าเสื้อยังพบบุหรี่ที่ยังไม่ได้จุดอยู่หนึ่งมวน
ลักษณะของศพทำให้แพทย์สงสัยว่า ก่อนเสียชีวิตชายคนนี้อาจมีอาการเจ็บปวดหรือผิดปกติอย่างรุนแรง แม้ผลชันสูตรจะไม่พบสารพิษโดยตรง แต่มีรายงานถึงความผิดปกติในกระเพาะอาหาร หลอดอาหาร และไต ซึ่งไม่ใช่ลักษณะที่อธิบายได้ง่ายว่าเป็นการเสียชีวิตตามธรรมชาติ
ด้วยเหตุนี้ ทฤษฎีเรื่องการวางยาพิษจึงถูกพูดถึงมาอย่างยาวนาน โดยเฉพาะสารพิษหรือยาบางชนิดที่อาจสลายตัวจนตรวจไม่พบหลังเสียชีวิต แพทย์ในยุคนั้นยังตั้งข้อสังเกตว่า สารพิษอาจเกี่ยวข้องกับบุหรี่ที่ชายคนนี้สูบ แม้จะไม่มีหลักฐานยืนยันอย่างเด็ดขาดก็ตาม
ประเด็นนี้จึงควรใช้คำว่า “อาจ” หรือ “เป็นไปได้” มากกว่าฟันธงว่าเขาถูกฆาตกรรมแน่นอน เพราะคดีนี้ยังขาดหลักฐานชี้ชัดในส่วนสำคัญที่สุด
3. เสื้อผ้าถูกตัดป้ายออก และกระเป๋าเดินทางยิ่งทำให้คดีซับซ้อน
อีกประเด็นที่ทำให้คดีนี้ลึกลับยิ่งขึ้น คือเสื้อผ้าของผู้เสียชีวิต หลายชิ้นถูกตัดป้ายยี่ห้อและป้ายระบุชื่อออก ราวกับมีใครบางคนต้องการปกปิดตัวตนของเขา
บางคนเชื่อว่า ผู้เสียชีวิตอาจเป็นผู้ตัดป้ายเหล่านี้ด้วยตัวเองก่อนเสียชีวิต ขณะที่อีกฝ่ายเชื่อว่าอาจเป็นฝีมือของผู้ที่เกี่ยวข้องกับการตายของเขา ไม่ว่าจะเป็นกรณีใด การกระทำเช่นนี้ทำให้ตำรวจสืบหาตัวตนของเขาได้ยากมาก
หลายสัปดาห์หลังพบศพ ตำรวจพบกระเป๋าเดินทางสีน้ำตาลใบหนึ่งที่สถานีรถไฟแอดิเลด ซึ่งเชื่อว่าเป็นของชายปริศนา น่าแปลกที่ป้ายชื่อภายในกระเป๋าก็ถูกตัดออกเช่นกัน เหมือนกับเสื้อผ้าที่เขาสวมอยู่
ภายในกระเป๋ามีของใช้ส่วนตัวหลายอย่าง เช่น เสื้อคลุมอาบน้ำ รองเท้าแตะ อุปกรณ์โกนหนวด และเสื้อผ้าหลายชุด สิ่งที่สร้างความสนใจคือด้ายฝ้ายสีส้มยี่ห้อ “บาร์บัวร์” ซึ่งเป็นสินค้าที่ผลิตและจำหน่ายในอังกฤษ และแทบไม่มีขายในออสเตรเลียในเวลานั้น
ด้ายชนิดเดียวกันนี้ยังถูกพบในรอยเย็บซ่อมเล็ก ๆ บนกางเกงของผู้เสียชีวิต ทำให้ตำรวจเชื่อว่า กระเป๋าเดินทางใบนี้น่าจะเป็นของเขาจริง
อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่เสื้อผ้าทุกชิ้นในกระเป๋าจะถูกตัดป้ายออก ตำรวจพบชื่อ “คีน” หรือ “ที. คีน” ปรากฏอยู่บนเนกไท เสื้อกั๊ก และถุงใส่เสื้อผ้าหลายชิ้น พวกเขาพยายามติดตามบุคคลที่ใช้ชื่อนี้ แต่ไม่พบผู้ใดที่เชื่อมโยงกับคดีได้อย่างชัดเจน
จึงยังไม่แน่ใจว่า ชื่อนี้เป็นชื่อจริงของผู้เสียชีวิต เป็นเจ้าของเสื้อผ้าคนก่อน หรือเป็นเพียงเบาะแสที่ไม่มีความหมาย
4. เรื่องของครอบครัวแมงโนสัน ทำให้คดีถูกโยงไปถึงทฤษฎีสายลับ
นอกจากหลักฐานทั้งหมดแล้ว ยังมีเรื่องราวของครอบครัว “แมงโนสัน” ที่หลายคนเชื่อว่าอาจเกี่ยวข้องกับคดีนี้
เหตุการณ์เกิดขึ้นในเดือนมิถุนายน ค.ศ. 1949 เมื่อ “คีธ แมงโนสัน” ถูกพบในสภาพหมดสติและสับสน ส่วน “ไคลฟ์” ลูกชายวัย 2 ขวบของเขาเสียชีวิตอยู่ใกล้ ๆ ทั้งสองคนถูกพบห่างจากหาดซอมเมอร์ตันประมาณ 10 ไมล์
เจ้าหน้าที่ไม่สามารถระบุสาเหตุการเสียชีวิตของเด็กได้อย่างชัดเจน แต่ยืนยันว่าไม่น่าจะเป็นการเสียชีวิตตามธรรมชาติ หลังถูกสอบปากคำ คีธ แมงโนสันถูกส่งตัวเข้าสถานพยาบาลจิตเวชอย่างรวดเร็ว ทำให้หลายคนตั้งข้อสงสัยว่าอาจมีบางอย่างมากกว่าที่ปรากฏในรายงานทั่วไป
ต่อมา “โรมา” ภรรยาของคีธ แมงโนสัน เข้าแจ้งตำรวจว่า มีรถยนต์ปริศนาพยายามขับชนเธอหลายครั้ง และมีคนเตือนให้เธออยู่ห่างจากตำรวจ
เธอยังอ้างว่า สามีของเธอรู้ตัวตนที่แท้จริงของชายแห่งซอมเมอร์ตัน และตั้งใจจะเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวกับเจ้าหน้าที่ก่อนเกิดเหตุ โรมาเคยระบุด้วยว่า ชายปริศนาคนนี้มีชื่อว่า “คาร์ล ทอมป์สัน” และเป็นสายลับที่เคยทำงานร่วมกับสามีของเธอเมื่อประมาณสิบปีก่อน
อย่างไรก็ตาม คำให้การนี้ไม่เคยได้รับการพิสูจน์อย่างชัดเจน จึงควรมองว่าเป็นอีกหนึ่งทฤษฎีของคดี มากกว่าจะเป็นข้อสรุปแน่นอน
ทำไมคดีนี้ยังถูกพูดถึงจนถึงปัจจุบัน
เหตุผลที่คดีชายปริศนาแห่งซอมเมอร์ตันยังดึงดูดความสนใจ ไม่ใช่เพียงเพราะมีศพไร้ชื่อบนชายหาด แต่เพราะแทบทุกเบาะแสในคดีนี้ดูเหมือนจะพาคนอ่านไปสู่คำถามใหม่เสมอ
กระดาษ “ทามัม ชูด” ทำให้คดีดูเหมือนมีรหัสลับ
เสื้อผ้าที่ถูกตัดป้ายออก ทำให้เหมือนมีการปกปิดตัวตน
กระเป๋าเดินทางที่สถานีรถไฟ ทำให้เห็นว่าเขาอาจเพิ่งเดินทางมาถึง
ส่วนข้อสงสัยเรื่องสารพิษ ทำให้สาเหตุการตายยังเป็นปริศนา
แม้ปัจจุบันจะมีข้อเสนอว่าเขาอาจคือ “คาร์ล เวบบ์” แต่คดีนี้ยังไม่ใช่เรื่องที่ปิดฉากอย่างสมบูรณ์ เพราะการรู้ชื่ออาจตอบได้เพียงว่า “เขาเป็นใคร” แต่ยังไม่สามารถตอบได้ทั้งหมดว่า “เกิดอะไรขึ้นกับเขาในคืนสุดท้ายของชีวิต”
ท้ายที่สุด คดีชายปริศนาแห่งซอมเมอร์ตันจึงยังเป็นตัวอย่างของคดีเก่าที่เต็มไปด้วยช่องว่างระหว่างหลักฐาน ข้อสันนิษฐาน และจินตนาการของผู้คน เป็นคดีที่เตือนให้เห็นว่า บางครั้งเบาะแสเพียงชิ้นเดียวอาจทำให้โลกทั้งใบตั้งคำถามได้นานหลายสิบปี
อ้างอิงเพิ่มเติมที่ตรวจสอบได้:
ABC News รายงานว่า ศาสตราจารย์ Derek Abbott ระบุผลวิเคราะห์ดีเอ็นเอว่าชายปริศนาอาจเป็น Carl “Charles” Webb วิศวกรและช่างเครื่องมือไฟฟ้าจากเมลเบิร์น แต่บทความควรใช้ภาษาระมัดระวังว่าเป็นข้อเสนอจากนักวิจัย ไม่ใช่การปิดคดีทุกประเด็น
https://www.abc.net.au/news/2022-07-26/somerton-man-identified-melbourne-born-engineer-researcher-says/101272182
ABC News อธิบายเพิ่มเติมว่า ดีเอ็นเอที่ทีมของ Abbott ใช้ไม่ได้สกัดจากร่างโดยตรง แต่ได้จากเส้นผมบนแบบจำลองปูนปลาสเตอร์ของใบหน้าผู้เสียชีวิต จึงเป็นจุดที่ควรอธิบายให้ชัดในบทความ
https://www.abc.net.au/news/2022-08-03/somerton-man-breakthrough-dna-ask-the-experts/101287824
The Guardian รายงานบริบทของการระบุตัวตนโดยทีม Abbott และ Colleen Fitzpatrick รวมถึงการลดน้ำหนักของทฤษฎี “สายลับ” หลังมีข้อมูลครอบครัวและดีเอ็นเอเข้ามาเกี่ยวข้อง
https://www.theguardian.com/australia-news/2022/jul/31/solving-the-somerton-man-mystery-south-australia-adelaide-tamam-shud-identified-carl-
เขียนโดย ผู้แข็งแกร่งไร้เทียมทาน
เปิด 3 ประเทศยอดฮิตที่เด็ก สปป.ลาว นิยมไปเรียนต่อต่างประเทศ
ดราม่าดอกไม้ 4 กลีบ! ศาลจีนสั่ง Molly Tea ชดใช้กว่า 55 ล้านบาทให้ Louis Vuitton
รวมอาวุธยุทโธปกรณ์ที่ทันสมัยที่สุดของกองทัพกัมพูชา พร้อมผู้ผลิตและขีดความสามารถ
"แต๋วจ๋าพารวย" วันที่ 16 กรกฎาคม 2569
5 ประเทศที่ขาดแคลนผู้หญิงมากที่สุด
ส่องแนวทางเลขมงคลและเลขดับพารวยต้านกระแส งวดวันที่ 16 กรกฎาคม 2569
จังหวัดอันดับหนึ่งของไทย ที่โดดเด่นเรื่องนางงามมากที่สุด
10 บิ๊กสกู๊ตเตอร์ที่นิยมในไทย ปี 2026 ขี่สบาย เดินทางไกลได้ดี ฟีเจอร์ครบ
108 ท่าบนเตียง มีอะไรบ้าง Sex position ท่าเด็ดบนเตียง
10 อาชีพที่เรียนยากที่สุด พร้อมค่าเล่าเรียนโดยประมาณ
8 ขนมแบรนด์ดังจากยุค 90 ที่ยังวางขายจนถึงปัจจุบัน
5 รถมอเตอร์ไซค์ที่ทำตลาดในไทยได้ ไม่ดี และมียอดขายไม่สูง
17 ปี ที่ ไมเคิล แจ็กสัน(Michael Jackson) จากเราไป!
เขตของกรุงเทพมหานคร ที่มีสภาพเป็นพื้นที่ชนบทมากที่สุด

