หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
News บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

4 โรคทางการแพทย์ ที่เคยเป็นแรงบันดาลใจให้ตัวละครหนังสยองขวัญ

เขียนโดย ผู้แข็งแกร่งไร้เทียมทาน

 

ภาพยนตร์สยองขวัญ มักหยิบสิ่งที่ผู้คนไม่คุ้นเคย ไม่เข้าใจ หรือไม่ค่อยพบเห็นในชีวิตประจำวัน มาใช้สร้างบรรยากาศของความกลัว และหนึ่งในสิ่งที่ถูกนำมาใช้บ่อยก็คือ “โรคหรือความผิดปกติทางร่างกายที่พบได้ไม่บ่อย”

เมื่อผู้ชมเห็นรูปลักษณ์ที่แตกต่างจากคนทั่วไป ก็อาจรู้สึกตกใจ หวาดกลัว หรือสงสัยว่าบุคคลนั้นเป็นใคร ซึ่งในอดีต ผู้สร้างภาพยนตร์จำนวนไม่น้อยเคยนำลักษณะเหล่านี้ไปใช้สร้างตัวละครที่ดูน่ากลัว น่าเกรงขาม หรือเป็นตัวร้าย

แต่สิ่งสำคัญที่ควรแยกให้ออกคือ โรคทางการแพทย์ไม่ใช่ความชั่วร้าย และรูปลักษณ์ภายนอกไม่ได้บอกนิสัยหรือคุณค่าของคน ๆ หนึ่ง ผู้ที่มีภาวะเหล่านี้ก็คือคนธรรมดา ที่กำลังใช้ชีวิตร่วมกับภาวะทางร่างกายที่ตนไม่ได้เลือกให้เกิดขึ้น...

1. โรคอะโครเมกาลี กับภาพจำของตัวละคร “เดอะครีปเปอร์”

ตัวอย่างแรก คือ โรคอะโครเมกาลี ซึ่งเป็นโรคที่เกิดจากต่อมใต้สมองสร้างฮอร์โมนการเจริญเติบโตมากเกินไปในช่วงวัยผู้ใหญ่ ส่งผลให้กระดูกบางส่วนของร่างกาย โดยเฉพาะใบหน้า มือ และเท้า มีขนาดใหญ่ขึ้นอย่างผิดปกติ

โรคนี้ปรากฏในภาพยนตร์สยองขวัญเรื่อง The Brute Man ปี 1946 ผ่านตัวละคร ฮาล มอฟแฟต หรือที่รู้จักกันในชื่อ เดอะครีปเปอร์ ซึ่งรับบทโดย รอนโด แฮตตัน นักแสดงที่ป่วยเป็นโรคนี้จริง ๆ

ในเรื่อง ตัวละครของเขามีใบหน้าผิดรูปและออกตามล้างแค้นผู้ที่เขาเชื่อว่าเป็นต้นเหตุของความทุกข์ทรมานที่ตนได้รับ ภาพยนตร์จึงใช้ลักษณะทางกายภาพที่เกิดจากโรคจริง มาสร้างภาพลักษณ์ของตัวละครที่น่าหวาดกลัว...

อย่างไรก็ตาม ในความเป็นจริง โรคอะโครเมกาลีไม่ได้ทำให้ผู้ป่วยเป็นคนอันตราย หรือมีนิสัยรุนแรงแต่อย่างใด โรคนี้เป็นภาวะทางฮอร์โมนที่ควรได้รับการวินิจฉัยและดูแลโดยแพทย์ ปัจจุบันมีแนวทางรักษาหลายแบบ เช่น การผ่าตัด การใช้ยา หรือการฉายรังสี เพื่อช่วยควบคุมอาการและลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อน

2. เครูบิสซึม กับใบหน้าที่ถูกใช้สร้างความน่าเกรงขาม

อีกโรคหนึ่ง คือ เครูบิสซึม หรือความผิดปกติที่ส่งผลให้กระดูกขากรรไกรและคางมีขนาดใหญ่ผิดปกติ ภาวะนี้เกี่ยวข้องกับการเจริญผิดปกติของกระดูกบริเวณขากรรไกร ทำให้ใบหน้ามีลักษณะเด่นกว่าคนทั่วไป

ผู้ที่มีชื่อเสียงจากภาวะนี้ คือ โรเบิร์ต ซีดาร์ นักแสดงร่างใหญ่ที่มีใบหน้าโดดเด่น จนได้รับบทตัวร้ายในภาพยนตร์หลายเรื่อง หนึ่งในนั้นคือภาพยนตร์สยองขวัญเรื่อง Soultaker ปี 1990 ซึ่งเขารับบทเป็นเทพแห่งความตาย ที่คอยควบคุมวิญญาณของผู้เสียชีวิต

รูปลักษณ์อันเป็นเอกลักษณ์ของเขา ทำให้ผู้ชมจดจำได้ง่าย และช่วยเสริมภาพลักษณ์ของตัวละครที่น่าเกรงขาม

ถึงแม้ในภาพยนตร์จะใช้รูปลักษณ์แบบนี้เพื่อสร้างความรู้สึกน่ากลัว แต่ในชีวิตจริง เครูบิสซึมเป็นเพียงความผิดปกติของกระดูกใบหน้า ไม่ได้เกี่ยวข้องกับนิสัย ความคิด หรือความเป็นคนดีคนร้ายของผู้ป่วยแต่อย่างใด

นี่เป็นตัวอย่างที่ทำให้เห็นว่า ภาพยนตร์อาจสร้าง “ภาพจำ” ให้คนดูได้แรงมาก แต่ภาพจำเหล่านั้นไม่ควรถูกนำไปตัดสินมนุษย์จริง ๆ

3. ภาวะเนื้อเยื่อชั้นนอกผิดปกติ และตัวละครจาก The Hills Have Eyes

โรคต่อมา คือ ภาวะความผิดปกติของเนื้อเยื่อชั้นนอก ที่ทำให้เกิดภาวะเหงื่อออกน้อย ซึ่งเป็นโรคทางพันธุกรรมที่พบได้ยาก ผู้ป่วยมักไม่มีต่อมเหงื่อ หรือมีต่อมเหงื่อน้อยกว่าปกติ ทำให้ร่างกายระบายความร้อนได้ยาก

นอกจากนี้ ยังอาจมีผมบาง ฟันผิดรูป ผิวหนังบาง หรือโครงสร้างใบหน้าที่แตกต่างจากคนทั่วไป ภาวะนี้จึงส่งผลต่อชีวิตประจำวันมากกว่าที่หลายคนคิด เพราะการระบายความร้อนของร่างกายเป็นเรื่องสำคัญ โดยเฉพาะในประเทศอากาศร้อน

นักแสดง ไมเคิล เบอร์รีแมน ซึ่งเป็นผู้ป่วยโรคนี้ ได้รับบท พลูโต หนึ่งในกลุ่มมนุษย์กินคนในภาพยนตร์สยองขวัญชื่อดังเรื่อง The Hills Have Eyes ปี 1977

รูปลักษณ์ของเขาช่วยเพิ่มความน่ากลัวให้กับตัวละครอย่างมาก จนกลายเป็นภาพจำของแฟนหนังสยองขวัญทั่วโลก!!

แต่ในชีวิตจริง ไมเคิล เบอร์รีแมน เป็นนักแสดงที่ประสบความสำเร็จ และได้รับความเคารพในวงการภาพยนตร์ ซึ่งแสดงให้เห็นว่า ความแตกต่างทางร่างกายไม่ได้เป็นตัวกำหนดคุณค่าของคน ๆ หนึ่ง

สิ่งที่ควรจำคือ ผู้ที่มีภาวะเหงื่อออกน้อยหรือระบายความร้อนได้ยาก อาจต้องระวังเรื่องอากาศร้อน การออกแดดนาน ๆ และภาวะร่างกายร้อนเกินไปมากกว่าคนทั่วไป

4. ภาวะไวต่อแสง กับบ้านมืดใน The Others

โรคสุดท้าย คือ ภาวะไวต่อแสง ซึ่งเป็นภาวะที่ผิวหนังมีปฏิกิริยาต่อแสงแดดมากกว่าปกติ ผู้ป่วยอาจเกิดผื่นแดง แสบร้อน คัน หรือมีตุ่มพองเมื่อโดนแสงแดด ในบางกรณี อาการอาจรุนแรงจนต้องหลีกเลี่ยงแสงแดดแทบทั้งหมด

ภาวะนี้ถูกนำมาใช้เป็นส่วนสำคัญของเนื้อเรื่อง ในภาพยนตร์สยองขวัญเรื่อง The Others ปี 2001 โดยลูก ๆ ของตัวละคร เกรซ สจ๊วต มีอาการแพ้แสงแดดอย่างรุนแรง ทำให้ต้องอาศัยอยู่ในบ้านที่ปิดม่านทึบตลอดเวลา

บรรยากาศที่มืด เงียบ และอึดอัดนี้ ช่วยสร้างความลึกลับให้กับเรื่องได้เป็นอย่างดี เพราะคนดูจะรู้สึกเหมือนทุกอย่างถูกปิดบังอยู่หลังประตูและผ้าม่านตลอดเวลา...

ถึงแม้ว่าภาวะไวต่อแสงจะดูน่ากลัวในภาพยนตร์ แต่ในความเป็นจริง ผู้ป่วยจำนวนมากสามารถดูแลตัวเองได้ ด้วยการหลีกเลี่ยงแสงแดด สวมเสื้อผ้าป้องกัน ใช้ครีมกันแดด และทำตามคำแนะนำของแพทย์ โดยเฉพาะผู้ที่มีอาการรุนแรงหรือมีผื่นเกิดซ้ำหลังออกแดด

สิ่งที่คนดูหนังควรแยกให้ออก

หนังสยองขวัญสามารถสร้างความบันเทิงได้ และหลายเรื่องก็ใช้รูปลักษณ์ที่แตกต่างเพื่อสร้างบรรยากาศของความกลัว แต่เมื่อกลับมาสู่โลกจริง เราควรแยกให้ออกว่า “ตัวละครในหนัง” กับ “ผู้ป่วยจริง” ไม่ใช่สิ่งเดียวกัน

โรคหรือความผิดปกติทางร่างกาย ไม่ได้ทำให้ใครเป็นตัวร้าย ไม่ได้ทำให้ใครน่ากลัว และไม่ได้ลดคุณค่าความเป็นมนุษย์ของคน ๆ นั้น

สิ่งที่บทความนี้อยากชวนมองคือ เบื้องหลังภาพจำของตัวละครสยองขวัญบางตัว อาจมีภาวะทางการแพทย์จริงซ่อนอยู่ และเมื่อเราเข้าใจมากขึ้น เราก็อาจดูหนังได้สนุกขึ้น พร้อมกับมองผู้คนในชีวิตจริงด้วยความเข้าใจมากขึ้นเช่นกัน

 

 



⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
ผู้แข็งแกร่งไร้เทียมทาน's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 18 ครั้ง
เขียนโดย ผู้แข็งแกร่งไร้เทียมทาน
นักข่าวสายไวรัล [เน้นข่าวต่างประเทศ] และ คนดูหนังแห่งชาติ
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
5 VOTES (5/5 จาก 1 คน)
VOTED: ผู้แข็งแกร่งไร้เทียมทาน
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
ค่าดองสาวลาวปัจจุบัน เรียกกันเท่าไหร่ ต้องเตรียมอะไรบ้างบาร์เลดี้กรุงเทพ TOP 5 ปี 2026 บรรยากาศ ราคา และข้อควรรู้ก่อนเที่ยว5 มือถือสเปกดีแต่ไม่ค่อยได้รับความนิยมในประเทศไทยเปิดถุงขนมแล้วเจอลมเยอะ จริง ๆ แล้วลมนั้นมีไว้ทำอะไร?3 จังหวัด ที่เคยมีเมืองในตำนานจมใต้บาดาลมาก่อนจังหวัดในประเทศไทย ที่ไม่มีห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ตั้งอยู่เลย108 ท่าบนเตียง มีอะไรบ้าง Sex position ท่าเด็ดบนเตียง7 ขั้นตอนเซ็นสำเนาบัตรประชาชนให้ปลอดภัยต้อง Restart มือถือทุกวันไหม? คำตอบที่ผู้ใช้สมาร์ทโฟนควรรู้ประเทศแรกที่ใช้แท็กซี่ไร้คนขับทำไมรีโมททีวีต้องมีปุ่มสีแดง? ที่หลายๆคนไม่เคยกดเลยลูกเรือสายการบินไหนรายได้ดีที่สุด? เปิดอันดับ Top 5 ของโลก
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
บ้านอัจฉริยะในอนาคตจะเป็นแบบไหน?3 จังหวัด ที่เคยมีเมืองในตำนานจมใต้บาดาลมาก่อนเลขจากหางประทัด "บอล เชิญยิ้ม..วัดยางใหญ่ ตาพรานบุญ7 ขั้นตอนเซ็นสำเนาบัตรประชาชนให้ปลอดภัยทำไมรีโมททีวีต้องมีปุ่มสีแดง? ที่หลายๆคนไม่เคยกดเลยโลกโคจรรอบดวงอาทิตย์เร็วแค่ไหน แล้วทำไมยานอวกาศยังเหมือน “ตามโลกทัน”
กระทู้อื่นๆในบอร์ด ข่าววันนี้
คลิปกลางชิบูย่าทำชาวเน็ตกังวล หญิงถูกชายยื้อก่อนพาขึ้นแท็กซี่ทำไมคนถึงเชื่อว่า หนังและซีรีส์บางเรื่องซ่อนคำเตือนอนาคต?สวนสัตว์ไทเปต้อนรับลูกอุรังอุตังแฝดหายาก หลังผ่าคลอดสำเร็จเด็กดับ 14 ราย หลังเกิดเหตุหลังคาศูนย์สอนพิเศษ ในปากีสถานพังถล่ม
ตั้งกระทู้ใหม่