ขึ้นรถไฟถูกลง ไทยช่วยไทยพลัสช่วยจ่าย 60% เริ่มใช้สิทธิ 1 กรกฎาคมนี้
ข่าวดีสำหรับคนที่กำลังวางแผนเดินทางท่องเที่ยว กลับภูมิลำเนา หรือเดินทางไปทำธุระต่างจังหวัด เพราะตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2569 เป็นต้นไป ผู้ได้รับสิทธิในโครงการ ไทยช่วยไทยพลัส สามารถใช้สิทธิซื้อตั๋วรถไฟของ การรถไฟแห่งประเทศไทย หรือ รฟท. ได้แล้ว
ภายใต้โครงการนี้ รัฐบาลช่วยสนับสนุนค่าโดยสาร 60% ส่วนผู้โดยสารจ่ายเองเพียง 40% ตามเงื่อนไขที่กำหนด ถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับคนที่อยากลดค่าเดินทาง โดยเฉพาะช่วงที่มีแผนเดินทางไกลหลายจังหวัด

ไทยช่วยไทยพลัส ใช้ซื้อตั๋วรถไฟได้เมื่อไร
การรถไฟแห่งประเทศไทยเปิดให้ประชาชนใช้สิทธิซื้อตั๋วรถไฟผ่านโครงการ ไทยช่วยไทยพลัส ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม ถึง 30 กันยายน 2569
ผู้ที่ได้รับสิทธิสามารถใช้ส่วนลดค่าโดยสารได้ที่สถานีรถไฟที่เข้าร่วมโครงการทั่วประเทศ รวม 117 สถานี โดยต้องชำระเงินผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” ตามขั้นตอนที่กำหนด
มาตรการนี้ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทาง เหมาะกับทั้งคนที่เดินทางกลับบ้าน ไปท่องเที่ยว หรือเดินทางไปทำธุระในจังหวัดต่าง ๆ โดยเฉพาะผู้ที่ต้องเดินทางด้วยรถไฟเป็นประจำในช่วงเวลาของโครงการ
รัฐช่วยจ่าย 60% ประชาชนจ่าย 40%
ภายใต้โครงการไทยช่วยไทยพลัส รัฐบาลจะช่วยสนับสนุนค่าโดยสารรถไฟ 60% ของราคาตั๋ว ส่วนประชาชนชำระเอง 40%
วงเงินสนับสนุนมีเงื่อนไขสำคัญดังนี้
-
รัฐช่วยจ่ายไม่เกิน 200 บาทต่อคนต่อวัน
-
รวมแล้วไม่เกิน 1,000 บาทต่อคนต่อเดือน
-
ใช้สิทธิได้ในช่วงวันที่ 1 กรกฎาคม – 30 กันยายน 2569
-
ต้องเป็นผู้ได้รับสิทธิในโครงการ และชำระเงินผ่านแอป เป๋าตัง
ตัวอย่างเช่น หากค่าตั๋วรถไฟราคา 300 บาท ผู้โดยสารจะจ่ายเอง 120 บาท ส่วนอีก 180 บาท รัฐบาลเป็นผู้สนับสนุน ทั้งนี้ต้องไม่เกินวงเงินที่โครงการกำหนด
จุดที่ควรจำคือ ส่วนลดไม่ได้แปลว่าจะลดได้ไม่จำกัดทุกครั้ง เพราะยังมีเพดานวงเงินต่อวันและต่อเดือน ผู้ที่เดินทางหลายเที่ยวควรเช็กยอดสิทธิคงเหลือในแอปก่อนซื้อตั๋ว
ใช้ได้ที่สถานีรถไฟ 117 แห่งทั่วประเทศ
รฟท. เปิดให้ใช้สิทธิที่สถานีรถไฟที่เข้าร่วมโครงการจำนวน 117 สถานี ครอบคลุมสถานีสำคัญในหลายภูมิภาค เช่น
-
สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์
-
สถานีกรุงเทพ หรือหัวลำโพง
-
สถานีอยุธยา
-
สถานีนครราชสีมา
-
สถานีขอนแก่น
-
สถานีอุดรธานี
-
สถานีอุบลราชธานี
-
สถานีพิษณุโลก
-
สถานีเชียงใหม่
-
สถานีสุราษฎร์ธานี
-
สถานีชุมพร
-
สถานีหาดใหญ่
อย่างไรก็ตาม ก่อนเดินทางควรตรวจสอบรายชื่อสถานีที่เข้าร่วมโครงการอีกครั้ง เพราะการใช้สิทธิจะทำได้เฉพาะสถานีที่เปิดให้บริการตามเงื่อนไขของโครงการเท่านั้น
ใช้ได้กับรถไฟประเภทใดบ้าง
อีกหนึ่งจุดเด่นของโครงการนี้ คือ ผู้ได้รับสิทธิสามารถใช้ส่วนลดกับรถไฟได้ ทุกขบวนและทุกชั้นโดยสาร ที่อยู่ภายใต้เงื่อนไขของการรถไฟแห่งประเทศไทย
ไม่ว่าจะเป็นรถธรรมดา รถเร็ว รถด่วน รถด่วนพิเศษ หรือรถนอน หากเป็นขบวนที่อยู่ในเงื่อนไข ก็สามารถใช้สิทธิได้
แต่มีข้อยกเว้นที่ควรรู้ คือ โครงการนี้ ไม่สามารถใช้กับตั๋วหมู่คณะ ตั๋วรายเดือน และตั๋วนำเที่ยว ได้
ดังนั้น หากจะเดินทางเป็นกลุ่มใหญ่ หรือใช้บริการตั๋วลักษณะพิเศษ ควรสอบถามเจ้าหน้าที่ก่อนชำระเงิน เพื่อป้องกันความเข้าใจผิด
วิธีใช้สิทธิซื้อตั๋วรถไฟ
ผู้ที่ได้รับสิทธิในโครงการไทยช่วยไทยพลัส สามารถใช้สิทธิได้ตามขั้นตอนดังนี้
-
ลงทะเบียนและได้รับสิทธิในโครงการไทยช่วยไทยพลัส
-
เปิดใช้งาน G-Wallet ในแอปพลิเคชัน เป๋าตัง
-
เดินทางไปยังสถานีรถไฟที่เข้าร่วมโครงการ
-
แจ้งเจ้าหน้าที่ว่าต้องการใช้สิทธิไทยช่วยไทยพลัส
-
ชำระเงินผ่านแอป เป๋าตัง
-
รับตั๋วโดยสารและเดินทางได้ตามปกติ
สำหรับคนที่ไม่ค่อยได้ใช้แอปเป๋าตัง ควรตรวจสอบให้พร้อมก่อนถึงวันเดินทาง เช่น อินเทอร์เน็ตในโทรศัพท์ ยอดเงินใน G-Wallet และสถานะสิทธิของตัวเอง เพราะหากไปถึงสถานีแล้วแอปใช้งานไม่ได้ อาจทำให้ซื้อตั๋วล่าช้า หรือไม่ได้ใช้ส่วนลดตามที่ตั้งใจไว้
เงื่อนไขที่ควรรู้ก่อนใช้สิทธิ
ก่อนใช้สิทธิซื้อตั๋วรถไฟ ผู้โดยสารควรอ่านเงื่อนไขให้ครบถ้วน โดยเฉพาะเรื่องวันเดินทาง วิธีชำระเงิน และการคืนตั๋ว
เงื่อนไขสำคัญที่ควรรู้ ได้แก่
-
ต้องเป็นผู้ได้รับสิทธิในโครงการไทยช่วยไทยพลัส
-
ต้องชำระเงินผ่านแอป เป๋าตัง
-
ใช้ได้เฉพาะสถานีรถไฟที่เข้าร่วมโครงการ
-
วงเงินสนับสนุนเป็นไปตามที่รัฐบาลกำหนด
-
การซื้อตั๋วและการคืนเงินต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ของโครงการและ รฟท.
-
ควรตรวจสอบรายละเอียดกับเจ้าหน้าที่ก่อนชำระเงิน โดยเฉพาะกรณีเปลี่ยนแผนเดินทาง
ข้อควรระวังคือ หากซื้อตั๋วภายใต้โครงการแล้ว อาจมีเงื่อนไขเฉพาะเรื่องการเปลี่ยนแปลงหรือขอคืนเงิน ผู้โดยสารจึงควรแน่ใจเรื่องวัน เวลา และสถานีปลายทางก่อนชำระเงิน
สรุป
ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2569 เป็นต้นไป ผู้ได้รับสิทธิในโครงการ ไทยช่วยไทยพลัส สามารถใช้สิทธิซื้อตั๋วรถไฟของการรถไฟแห่งประเทศไทยได้แล้ว โดยรัฐบาลช่วยจ่ายค่าโดยสาร 60% ส่วนประชาชนจ่ายเอง 40%
โครงการนี้ใช้ได้ภายใต้วงเงินสนับสนุนสูงสุด 200 บาทต่อวัน และไม่เกิน 1,000 บาทต่อเดือน ใช้ได้ที่สถานีรถไฟที่เข้าร่วมโครงการ 117 สถานีทั่วประเทศ จนถึงวันที่ 30 กันยายน 2569
สำหรับผู้ที่มีแผนเดินทางในช่วงนี้ ควรตรวจสอบสิทธิของตนเอง เตรียมแอป เป๋าตัง ให้พร้อม และเช็กรายชื่อสถานีที่เข้าร่วมโครงการก่อนเดินทาง เพื่อให้ใช้สิทธิได้ครบถ้วนและคุ้มค่าที่สุด
ก่อนซื้อบ้านต้องดูอะไรบ้าง? เช็กให้รอบคอบก่อนเป็นหนี้ระยะยาว
ต้อง Restart มือถือทุกวันไหม? คำตอบที่ผู้ใช้สมาร์ทโฟนควรรู้
กัมพูชาขึ้นอันดับ 1 โลก ด้านความยั่งยืนที่ดินและทรัพยากรธรรมชาติ ปี 2026
เปิดค่าตอบแทนแอร์โฮสเตสไทย
จังหวัดในประเทศไทย ที่ไม่มีห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ตั้งอยู่เลย
จังหวัดในไทยที่ชวนเข้าใจว่าติดทะเล
3 คณะที่โดนรีไทร์มากที่สุดในประเทศไทย
5 มือถือสเปกดีแต่ไม่ค่อยได้รับความนิยมในประเทศไทย
เจ้าของห้องเช่าพบกลิ่นเหม็นผิดปกติ ก่อนเจอศพหญิงซ่อนในกระเป๋าเดินทาง
ในยุค AI การเรียนมหาวิทยาลัยยังจำเป็นอยู่ไหม?
อาหารที่คนไทยอาจรู้สึกเฉยๆ แต่มักเป็นที่ชื่นชอบของชาวต่างชาติ
10 สมาร์ทวอทช์ที่นิยมที่สุดในปี 2026
กัมพูชาขึ้นอันดับ 1 โลก ด้านความยั่งยืนที่ดินและทรัพยากรธรรมชาติ ปี 2026
ก่อนซื้อบ้านต้องดูอะไรบ้าง? เช็กให้รอบคอบก่อนเป็นหนี้ระยะยาว
เปิดค่าตอบแทนแอร์โฮสเตสไทย
สายการบินหรูที่สุดในโลก ตั๋วบางเส้นทางราคาแตะหลักล้าน
เจ้าของห้องเช่าพบกลิ่นเหม็นผิดปกติ ก่อนเจอศพหญิงซ่อนในกระเป๋าเดินทาง
4 จุดสะสมเชื้อโรคในบ้านที่คนมักมองข้าม ใช้ทุกวันแต่ไม่ค่อยได้เช็ด







