ต่างชาติมองไทยติดโผ "ดาวรุ่งดวงใหม่" ของห่วงโซ่อุปทานโลก
ไทยถูกจับตามองในฐานะหนึ่งในประเทศที่มีศักยภาพรองรับการเปลี่ยนแปลงของห่วงโซ่อุปทานโลก
ช่วงหลายปีที่ผ่านมา หากพูดถึงประเทศที่ถูกมองว่าเป็นฐานการผลิตแห่งใหม่ของโลก หลายคนอาจนึกถึงเวียดนาม อินเดีย หรือเม็กซิโกมากกว่าไทย แต่ล่าสุดประเทศไทยกลับถูกพูดถึงมากขึ้นในฐานะหนึ่งในประเทศที่มีโอกาสได้รับประโยชน์จากการปรับตัวของห่วงโซ่อุปทานโลก
Bloomberg อ้างอิงรายงานของ Verisk Maplecroft บริษัทวิเคราะห์ความเสี่ยงจากสหราชอาณาจักร ซึ่งระบุว่า ไทย ฟิลิปปินส์ และอาร์เจนตินา เป็นกลุ่มประเทศที่ถูกจับตาว่าอาจมีบทบาทมากขึ้นในระบบห่วงโซ่อุปทานโลก หรือ Global Supply Chain ในช่วงต่อจากนี้
หนึ่งในเหตุผลสำคัญคือหลายบริษัทเริ่มกระจายฐานการผลิตเพื่อลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาประเทศใดประเทศหนึ่งมากเกินไป ทำให้ประเทศที่มีโครงสร้างพื้นฐานพร้อม ระบบโลจิสติกส์รองรับ และมีฐานอุตสาหกรรมเดิมอยู่แล้ว กลายเป็นตัวเลือกที่ได้รับความสนใจเพิ่มขึ้น

ปัจจัยที่ทำให้ไทยถูกจัดอยู่ในกลุ่มประเทศดาวรุ่งด้านห่วงโซ่อุปทานโลก
| จุดแข็งของไทย | รายละเอียด |
| อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ | ได้รับแรงหนุนจากการลงทุนด้าน AI และเทคโนโลยีขั้นสูง |
| โครงสร้างพื้นฐาน | มีระบบโลจิสติกส์ ท่าเรือ และนิคมอุตสาหกรรมรองรับ |
| ฐานการผลิตเดิมแข็งแรง | มีความเชี่ยวชาญด้านยานยนต์ ชิ้นส่วน และอุตสาหกรรมส่งออก |
| ความเสี่ยงลดลง | รายงานประเมินว่าความเสี่ยงบางด้านของไทยปรับตัวดีขึ้นเมื่อเทียบกับหลายประเทศ |
| รองรับการผลิตมูลค่าสูง | มีศักยภาพในการรองรับอุตสาหกรรมที่ใช้เทคโนโลยีและมูลค่าเพิ่มสูงขึ้น |
รายงานยังชี้ว่าไทยมีจุดแข็งจากฐานการผลิตที่ค่อนข้างครบวงจร โดยเฉพาะอุตสาหกรรมยานยนต์ อิเล็กทรอนิกส์ และชิ้นส่วนต่าง ๆ ซึ่งเป็นภาคการผลิตที่มีบทบาทสำคัญต่อเศรษฐกิจมานาน
อย่างไรก็ตาม ไทยยังเผชิญความท้าทายหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นการเข้าสู่สังคมสูงวัย ต้นทุนแรงงานที่สูงกว่าบางประเทศในภูมิภาค รวมถึงการแข่งขันจากประเทศเพื่อนบ้านที่กำลังเร่งดึงดูดการลงทุนจากต่างชาติอย่างต่อเนื่อง
การถูกจัดให้อยู่ในกลุ่ม "Supply Chain Rising Star" จึงอาจมองได้ว่าเป็นสัญญาณเชิงบวกมากกว่าการการันตีความสำเร็จ เพราะท้ายที่สุดแล้ว ความสามารถในการดึงดูดการลงทุนและรักษาความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว ยังขึ้นอยู่กับนโยบายภาครัฐ การพัฒนาทักษะแรงงาน และความต่อเนื่องของการลงทุนภายในประเทศด้วย
หากมองในอีกมุมหนึ่ง ข่าวลักษณะนี้สะท้อนว่าไทยยังคงอยู่ในสายตาของนักลงทุนต่างชาติ แม้เศรษฐกิจจะเผชิญแรงกดดันจากหลายด้านในช่วงที่ผ่านมา ส่วนโอกาสดังกล่าวจะเปลี่ยนเป็นเม็ดเงินลงทุนและการจ้างงานได้มากน้อยเพียงใด คงต้องติดตามกันต่อในระยะยาว
สรุป
Bloomberg อ้างอิงรายงานของ Verisk Maplecroft ที่จัดให้ประเทศไทยอยู่ในกลุ่มประเทศ "Supply Chain Rising Star" จากความพร้อมด้านอุตสาหกรรม โครงสร้างพื้นฐาน และศักยภาพในการรองรับการลงทุนใหม่ ๆ ขณะเดียวกัน ไทยก็ยังมีโจทย์สำคัญหลายด้านที่ต้องเร่งพัฒนา หากต้องการเปลี่ยนโอกาสนี้ให้กลายเป็นความได้เปรียบทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน
คุณคิดว่าไทยมีจุดแข็งมากพอที่จะดึงการลงทุนระยะยาวได้หรือไม่ หรือยังมีปัจจัยใดที่ควรเร่งแก้ไขก่อนคู่แข่งในภูมิภาคจะทิ้งห่างไปมากกว่านี้?
เขียนโดย พีรพัฒน์ พีพี
| นักเขียนสาระรอบตัว•วิทยาศาสตร์ใกล้ตัว•เรื่องที่คนมองข้าม
| 900+ บทความ | 400+ Hot Topic
| เจาะลึก อ่านง่าย ใช้ได้จริง
เปิดตำนาน 7 ห้างสรรพสินค้าในอดีตที่เคยรุ่งเรือง
เสนอชุดไทยขึ้นทะเบียน UNESCO
รูเล็ก ๆ บนหัวซิป มีไว้ทำอะไร?
10 โรงแรมในตำนานของไทย ที่เคยโด่งดังแต่ปัจจุบันเหลือเพียงความทรงจำ
ทำไมเสาไม้ใต้เวนิสยังไม่ผุ
มาแล้ว! เลขเด็ด "เจ้าแม่ตะเคียน" งวด 1 ส.ค. 69 คอหวยห้ามพลาด!
7-11 สาขาแรกในประเทศไทย
ถังขยะควรวางตรงไหน? 3 จุดในบ้านที่สายฮวงจุ้ยแนะนำให้เลี่ยง
ใส่มาตั้งนาน เพิ่งรู้! ทำไมรองเท้า Converse ถึงต้องมี "รูเล็ก ๆ 2 รู" อยู่ข้างเท้า?
เปิดแนวทางเลขเด็ด "อาจารย์หนู" งวดวันเสาร์ที่ 1 สิงหาคม 2569
รู้หรือไม่? ไม่ใช่แค่ไทยที่กินข้าวเหนียว! เปิดรายชื่อ9ประเทศที่นิยมกิน "ข้าวเหนียว"
108 ท่าบนเตียง มีอะไรบ้าง Sex position ท่าเด็ดบนเตียง

