ทำไมจีน อาจกำลังเปลี่ยน เศรษฐกิจโลกครั้ง ใหญ่อีกครั้ง
ทำไมจีน อาจกำลังเปลี่ยน เศรษฐกิจโลกครั้ง ใหญ่อีกครั้ง
เรากำลังอยู่ในยุคที่จีนอาจกำลังเปลี่ยนแปลงเศรษฐกิจ โลกอีกครั้ง
และครั้งนี้มันพลิกจากหน้ามือเป็นหลังมือยิ่งกว่ายุคที่จีน ขึ้นมาเป็นโรงงานโลกในช่วงสองทศวรรษที่ผ่านมาเสีย อีก
หุ่นยนต์ของจีนพลิกโมเดลการพัฒนาเศรษฐกิจไปอย่าง สิ้นเชิง
แต่ก่อนประเทศในเอเชีย ที่อยากไล่กวดประเทศร่ำรวย ฝั่งตะวันตกให้ทัน โมเดลการพัฒนาเศรษฐกิจยอดฮิต คือ การใช้แรงงานราคาถูกในประเทศเป็นจุดแข็ง
แรงงานราคาถูกและมีจำนวนมหาศาล ทำให้ต้นทุนการ ผลิตต่ำ และจะยิ่งต่ำลงไปอีกหากผลิตในปริมาณเยอะ มาก ๆ
จีนก้าวขึ้นมาเป็นโรงงานของโลกได้ก็ด้วยโมเดลนี้ ทำให้ ประเทศอื่น ๆ เองก็อาจเลียนแบบตาม
จึงไม่แปลก ที่ปัจจุบันนี้ถ้าเราพลิกดูแท็กเสื้อหรือรองเท้า ก็จะเห็นคำว่า Made in India หรือ Made in Vietnam จากเดิมที่เคยมีแต่ Made in China
แต่พอมาในยุคหุ่นยนต์ โมเดลที่แข่งขันด้วยคนงานค่า จ้างต่ำ อาจจะไม่ใช่ข้อได้เปรียบอีกต่อไป
คนไม่ใช่หุ่นยนต์ แม้ค่าแรงจะถูกแค่ไหน ก็ต้องมีวันหยุด พัก มีเจ็บป่วย และรอบทำงานปกติในแต่ละวันก็อยู่ที่ 8-10 ชั่วโมง เกินจากนี้ก็ต้องจ่ายค่าโอที
กลับกัน การที่หุ่นยนต์ไม่ใช่คน จึงสามารถทำงานได้ ตลอด 24 ชั่วโมงแบบไม่มีวันหยุด ไม่อิดออด ไม่เรียกร้อง ขอเพียงแค่มีเงินจ่ายค่าพลังงาน ดูแลรักษาอุปกรณ์ให้ดี และมีออร์เดอร์เข้ามาให้ผลิตอย่างต่อเนื่อง
แต่สิ่งที่แตกต่างคือ ครั้งนี้ไม่ใช่แรงงานมหาศาลที่ผลักให้ จีนเปลี่ยนเศรษฐกิจโลก
แต่คือหุ่นยนต์ ที่กลายเป็นหมากครั้งใหม่ของจีนในเกมนี้ แทน
ทำไมหุ่นยนต์ ถึงกลายเป็นหมากครั้งใหญ่ของจีน ที่อาจ พลิกเศรษฐกิจโลก ?
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
จึงไม่แปลก ที่สุดท้ายแล้วหลาย ๆ โรงงานที่เคยพึ่งพา แรงงานคน และมีเงินทุนมากพอ จะเริ่มนำหุ่นยนต์ เข้ามา แทนที่แรงงานแบบเดิม ๆ ในโรงงาน
ซึ่งในปี 2025 โรงงานในจีนมีการติดตั้งหุ่นยนต์ อุตสาหกรรมใหม่มากกว่า 276,000 ตัว
ตัวเลขนี้ทิ้งห่างประเทศอื่น ๆ อย่างมาก เช่น เบอร์สอง ที่ติดตั้งหุ่นยนต์อุตสาหกรรมใหม่ คือ ญี่ปุ่น 46,000 ตัว ตามมาด้วยสหรัฐฯ ที่ติดตั้งใหม่แค่ 35,000 ตัว
การติดตั้งหุ่นยนต์อุตสาหกรรมใหม่มากขนาดนี้ เป็นตัว บอกว่าจีน กำลังเร่งเปลี่ยนภาพลักษณ์ของตัวเอง
จากเดิมที่เต็มไปด้วยแรงงานคน ก็จะหันมาแทนด้วย แรงงานหุ่นยนต์มากขึ้น
และทำให้จีนกลายเป็นโรงงานของโลกที่ทิ้งห่างประเทศ อื่นไปเรื่อย ๆ
และไม่ใช่แค่การทิ้งห่างเท่านั้น แต่ยังเป็นการทำลาย โมเดลการพัฒนาอุตสาหกรรมของประเทศกำลังพัฒนา ด้วยแรงงานราคาถูกที่เลียนแบบจีนสมัยก่อนไปด้วย
แต่สิ่งที่น่าสนใจกว่านั้น อนาคตหุ่นยนต์ไม่ใช่แค่แขนกล ที่ไว้ประกอบของในโรงงาน แต่ยังเป็นหุ่นยนต์เหมือน มนุษย์ ที่เรียกกันว่า Humanoid
Humanoid เลียนแบบกลไกที่จำเป็นทุกอย่างของมนุษย์
หัวใจของมนุษย์มีก้อนเนื้อที่บีบและคลาย 4 ห้อง หัวใจของหุ่นยนต์นี้ ก็มีแบตเตอรี่ไว้คอยหล่อเลี้ยง ร่างกาย
มนุษย์มีร่างกาย กล้ามเนื้อ และข้อต่อ
หุ่นยนต์นี้ก็มีร่างกายและกล้ามเนื้อที่แปลงพลังงานไฟฟ้า เป็นพลังงานกลไม่ต่างกัน
มนุษย์มีหู มีตา ไว้รับข้อมูล
หุ่นยนต์ก็มีไมค์ มีกล้อง ไว้รับทั้งภาพและเสียง
แถมยังส่งข้อมูลนั้น เหมือนที่เกิดขึ้นกับสมองของคนเราจริง ๆ
ซึ่งปัจจุบัน จีนกำลังทำเรื่องนี้อย่างจริงจังเช่นกัน โดย เฉพาะที่เมืองเซินเจิ้น ตอนนี้กำลังได้ฉายาว่าซิลิคอนแวล ลีย์แห่งหุ่นยนต์ไปแล้ว
X
แล้วการที่จีนกำลังทำเรื่องนี้จริงจัง มันจะกระเทือนกับ เศรษฐกิจโลกอย่างไร ?
เราลองนึกภาพตลอดประวัติศาสตร์หลายพันปีของ มนุษย์ที่ผ่านมา การที่เมืองหรือประเทศจะเติบโตขึ้นได้ เมืองนั้นต้องมีความโดดเด่นอะไรบางอย่าง
เราลองนึกภาพตลอดประวัติศาสตร์หลายพันปีของ มนุษย์ที่ผ่านมา การที่เมืองหรือประเทศจะเติบโตขึ้นได้ เมืองนั้นต้องมีความโดดเด่นอะไรบางอย่าง
ความโดดเด่นนี้ดึงดูดให้แรงงานหลั่งไหลเข้ามาทำให้ พื้นที่นั้นพัฒนามากขึ้น
แรงงานคนเหล่านี้ ไม่ได้มาแค่ตัวเปล่า แต่ยังเอาทักษะ และความรู้ติดตัวเข้ามาด้วย สร้างเทคโนโลยีและ นวัตกรรมใหม่ ๆ ให้กับเมืองอย่างไม่รู้จบ
ลิสบอน ดึงดูดเหล่านักเดินเรือ จนทำให้โปรตุเกสสำรวจ ทะเลได้ในศตวรรษที่ 15
อัมสเตอร์ดัม ดึงดูดพ่อค้าและนักการเงิน จนทำให้ เนเธอร์แลนด์มีตลาดหุ้นครั้งแรกของโลกตั้งแต่สมัย สมเด็จพระนเรศวรมหาราช
ซิลิคอนแวลลีย์ ดึงดูดนักลงทุนและนักธุรกิจ จนทำให้ เป็นศูนย์กลางนวัตกรรมที่สำคัญของโลก
การมาของ Humanoid อาจเปลี่ยนประวัติศาสตร์การ พัฒนาเมืองของมนุษย์ไปตลอดกาล
ตลอดหลายพันปีที่ผ่านมา เมืองต่าง ๆ เติบโตจากการ ดึงดูดผู้คนให้ย้ายเข้ามาทำงาน สร้างโรงงาน สร้างธุรกิจ และสร้างเศรษฐกิจอยู่เบื้องหลัง
แต่ในอนาคต งานจำนวนมากที่เคยต้องพึ่งแรงงานมนุษย์ อาจถูกแทนที่ด้วยกองทัพหุ่นยนต์ Humanoid
แต่ในอนาคต งานจำนวนมากที่เคยต้องพึ่งแรงงานมนุษย์ อาจถูกแทนที่ด้วยกองทัพหุ่นยนต์ Humanoid
1
ถ้าเป็นแบบนี้จริง เมืองอาจไม่จำเป็นต้องแข่งขันกันเพื่อแย่งชิงแรงงานจำนวนมากเหมือนในอดีต
ยิ่งในยุคปัจจุบันที่จำนวนคนเกิดน้อยลง แรงงานจำนวน มากที่ดึงดูดเข้ามาพัฒนาเมืองก็อาจไม่ใช่โมเดลการ พัฒนาประเทศที่ใช้ได้อีกต่อไป
เมืองในประเทศต่าง ๆ จะหันมาแข่งขันกันดึงดูดคน เพียงกลุ่มเล็ก ๆ ที่สามารถสร้าง ควบคุม และพัฒนา เทคโนโลยีเหล่านี้ได้
ทำให้จริง ๆ แล้วก็ไม่ได้หมายความว่า สงครามแย่งชิง แรงงานจะหายไป
มันเพียงแค่เปลี่ยนจากการแข่งขันเพื่อแย่งคนโดยวัดผล ที่จำนวนคน ไปสู่การแย่งคนแต่วัดผลด้วยคุณภาพของ คนแทน
ซึ่งภาพแบบนี้กำลังเกิดที่เซินเจิ้น ที่มีธุรกิจหุ่นยนต์กว่า 1,000 แห่ง ที่กำลังสร้างสมอง หัวใจ ร่างกาย ข้อต่อ และ กล้ามเนื้อให้กับหุ่นยนต์ Humanoid
จากในอดีต ที่เมืองแห่งนี้ดึงดูดพ่อค้า นักเดินเรือ นัก ธุรกิจและแรงงานมหาศาลให้เดินทางเข้ามาจนกลายเป็น เมืองท่าที่คึกคักแห่งหนึ่งในแถบทะเลจีนใต้
มาวันนี้ เมืองแห่งนี้ไม่ได้ดึงดูดแรงงานมหาศาลแบบใน อดีตอีกต่อไป แต่กำลังสร้างแรงงานหุ่นยนต์มหาศาลขึ้น มาด้วยตัวเอง
อย่างไรก็ตาม อนาคตก็ยังเป็นสิ่งที่ไม่แน่นอน
แต่สิ่งที่เรารู้แน่ ๆ ก็คือ เมื่อจีนขยับเรื่องอะไรสักอย่าง มัน จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกในฐานะที่เป็นโรงงาน โลกมาอย่างยาวนาน
ซึ่งในช่วงที่ผ่านมา จีนขยับตัวเองไปได้ไวมาก ๆ ทั้งการ เติบโตของธุรกิจในประเทศ ผสมกับเงินทุนมหาศาลที่ รัฐบาลอัดลงมาอย่างต่อเนื่อง
จึงน่าติดตามต่อว่า ผลกระทบที่จีนขยับเรื่องหุ่นยนต์ อย่างจริงจัง จะพลิกเกมเศรษฐกิจโลกครั้งใหม่มากแค่ ไหน
และจะมีอะไรเกิดขึ้นบ้าง ในวันที่ Made in China ถูก เปลี่ยนจากแรงงานราคาถูกของมนุษย์ มาเป็นแรงงานจักรกลที่ไม่มีวันเหนื่อย และทำงานได้ ตลอด 24 ชั่วโมง..
5 จังหวัดที่มีงูเยอะที่สุดในประเทศไทย
ส้มตำที่ใส่ขนมจีน ทำไมจึงเรียก "ตำซั่ว"
คุณอยู่ Generation ไหน? เช็กช่วงปีเกิด Baby Boomer, Gen X, Y, Z และ Alpha
บ้านล่องหน Mirrorcube Treehotel ในสวีเดน ไอเดียเจ๋งเลยนะเนี่ย
108 ท่าบนเตียง มีอะไรบ้าง Sex position ท่าเด็ดบนเตียง
อาหารที่คนไทยอาจรู้สึกเฉยๆ แต่มักเป็นที่ชื่นชอบของชาวต่างชาติ
ชาไทยติดอันดับโลก แล้วร้านไหนคือเบอร์ 1 ของประเทศไทย?
ห้างสรรพสินค้าในประเทศไทย ที่มีขนาดใหญ่มากจนคนมักจะหลงทาง
แบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้าญี่ปุ่นหายไปไหนใน 20 ปีที่ผ่านมา
มะเร็งเต้านมอาการเป็นไง สัญญาณเตือนที่ไม่ควรรอให้เป็นก้อนก่อนค่อยไปตรวจ
นายกของไทยเพียงหนึ่งเดียว ที่อยู่ในตำแหน่งยาวนานเกิน 10 ปี
ร้านข้าวเปียกที่อร่อยสุดๆในไทย
จังหวัดที่ชาวต่างชาติชอบที่สุด สำหรับการมาใช้ชีวิตหลังวัยเกษียณ
ุ6 เมนูอาหารเย็นจานด่วน
17 ปี ที่ ไมเคิล แจ็กสัน(Michael Jackson) จากเราไป!
เปิดความเปราะบางครัวเรือนไทยจากผล สำรวจครัวเรือนทั่วประเทศล่าสุด : รายได้ หด ลดรายจ่าย พึ่งพาเงินช่วยเหลือและหนี้ ยังสูงแม้จะลดลงบ้าง กดดันการบริโภคระยะ ข้างหน้า
ซื้อเก้าอี้ราชการ 8 แสน: ไม่ใช่แค่เรื่อง "โง่" แต่คือ "โคตรโกง" ระดับชาติ
แอปเปิลถอด VK ออกจาก App Store รัสเซียขอคำชี้แจง
มรสุมข้าวไทย