หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
News บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

เมื่อ “ต่างจากคนอื่น” ก็พอถูกกล่าวหาเป็นแม่มด

เขียนโดย ผู้แข็งแกร่งไร้เทียมทาน

คดีล่าแม่มดในอดีตไม่ได้เกิดจากหลักฐานแบบที่เราคุ้นเคยในวันนี้ หลายครั้งเริ่มจากอคติ ข่าวลือ คำให้การที่ถูกกดดัน และความกลัวของสังคมที่หาคำอธิบายไม่ได้


การถูกกล่าวหาว่าเป็น “แม่มด” ในอดีต บางครั้งไม่ได้ต้องการหลักฐานซับซ้อนเลย แค่เป็นผู้หญิงที่ถูกมองว่าแตกต่าง ไม่เข้ากับชุมชน หรืออยู่ผิดจังหวะในช่วงที่ผู้คนกำลังหวาดกลัว ก็อาจถูกลากเข้าสู่กระบวนการลงโทษที่รุนแรงได้

เรื่องเหล่านี้ฟังดูไกลตัว แต่แก่นของมันยังน่าคิดมาก เพราะหลายคดีไม่ได้เริ่มจากเวทมนตร์ หากเริ่มจากอคติ ความเชื่อ และอำนาจของคำกล่าวหา

ซาราห์ ออสบอร์น หนึ่งในผู้ถูกกล่าวหาในคดีแม่มดเซเลม เป็นตัวอย่างที่ชัดเจน เธอเป็นหญิงป่วยที่ไม่ได้ไปโบสถ์เป็นเวลานาน และมีปัญหาขัดแย้งเรื่องครอบครัวกับมรดกอยู่ก่อนแล้ว เมื่อมีเด็กหญิงกล่าวหาว่าเธอเกี่ยวข้องกับเวทมนตร์ ชุมชนที่มองเธอไม่ดีอยู่แล้วจึงพร้อมเชื่อได้ง่ายขึ้น แหล่งข้อมูลจาก Salem Witch Museum ระบุว่าออสบอร์นเป็นหนึ่งในสามคนแรกที่ถูกกล่าวหาและถูกสอบสวนในช่วงเริ่มต้นของคดีเซเลม ก่อนจะเสียชีวิตในคุกโดยยังไม่ได้รับการพิจารณาคดีเต็มรูปแบบ

กรณีนี้ทำให้เห็นว่า “พฤติกรรมที่ต่างจากมาตรฐานสังคม” สามารถกลายเป็นข้อสงสัยได้อย่างรวดเร็ว ในสังคมที่ศาสนา ชื่อเสียง และการยอมรับจากชุมชนมีน้ำหนักสูง การไม่ไปโบสถ์ แม้เกิดจากอาการป่วย ก็อาจถูกตีความเป็นสัญญาณอันตราย

อีกคดีหนึ่งเกิดขึ้นในอังกฤษช่วงศตวรรษที่ 16 เกี่ยวกับ เอลิซาเบธ ฟรานซิส และ แอกเนส วอเตอร์เฮาส์ เรื่องเล่าที่ถูกใช้ในกระบวนการกล่าวหาคือแมวชื่อ “ซาตาน” หรือ Sathan ซึ่งถูกเชื่อว่าเป็นสัตว์รับใช้ของปีศาจ เอกสารประวัติศาสตร์เกี่ยวกับคดี Chelmsford ระบุว่าเรื่องแมว สัตว์รับใช้ และคำสารภาพเกี่ยวกับเวทมนตร์ถูกนำมาใช้ประกอบคดีอย่างจริงจังในยุคนั้น

ในสายตาคนปัจจุบัน เรื่องแมวพูดได้อาจดูเหมือนนิทานมากกว่าหลักฐาน แต่ในยุคที่ความเชื่อเรื่องปีศาจยังฝังแน่น คำสารภาพหรือคำกล่าวหาแบบนี้มีอำนาจมากพอจะทำให้ชีวิตคนหนึ่งจบลงได้ แอกเนส วอเตอร์เฮาส์ถูกประหารในปี 1566 และมักถูกกล่าวถึงว่าเป็นหนึ่งในผู้หญิงกลุ่มแรก ๆ ของอังกฤษที่ถูกประหารด้วยข้อหาแม่มด

คดีล่าแม่มดหลายครั้งยังมีเด็กเข้ามาเกี่ยวข้อง ไม่ใช่ในฐานะผู้ก่อเหตุ แต่ในฐานะผู้ให้การหรือผู้ชี้ตัว ซึ่งเป็นจุดที่ต้องอ่านด้วยความระมัดระวัง เพราะเด็กอาจถูกชักจูง กดดัน หรือพูดตามความคาดหวังของผู้ใหญ่ได้

กรณีในสวีเดนช่วงทศวรรษ 1670 มีการกล่าวถึงบทบาทของเด็กที่ถูกใช้ให้ชี้ตัวผู้ต้องสงสัยว่าเป็นแม่มด โดยมีบาทหลวงและผู้ใหญ่ในชุมชนเป็นผู้กำหนดทิศทางของความเชื่อ เมื่อคำพูดของเด็กถูกยกให้เป็นหลักฐานในสังคมที่กำลังตื่นกลัว ผลลัพธ์คือผู้หญิงจำนวนมากถูกจับ ทรมาน และลงโทษ ทั้งที่มาตรฐานการพิสูจน์ไม่ใกล้เคียงกับระบบยุติธรรมสมัยใหม่

ภัยธรรมชาติก็เคยถูกโยงเข้ากับเวทมนตร์เช่นกัน ในปี 1617 พายุรุนแรงบริเวณชายฝั่งทางเหนือของนอร์เวย์ทำให้ชาวประมงเสียชีวิตจำนวนมาก ต่อมาความสูญเสียนี้ถูกอธิบายผ่านความเชื่อว่าแม่มดสร้างพายุขึ้นมา รายงานของ The Guardian ระบุว่าคดีในแถบ Vardø กลายเป็นหนึ่งในเหตุการณ์ล่าแม่มดครั้งใหญ่ของสแกนดิเนเวีย และมีผู้ถูกประหารจำนวนมาก โดยส่วนใหญ่เป็นผู้หญิง

จุดน่าคิดคือ เมื่อผู้คนยังไม่มีคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์ที่ชัดเจนต่อภัยพิบัติ ความกลัวอาจผลักให้สังคมหา “คนรับผิด” แทนการหาสาเหตุจริง ผู้หญิงที่สูญเสียสามี อยู่ลำพัง หรือมีสถานะเปราะบาง จึงอาจกลายเป็นเป้าของข้อกล่าวหาได้ง่าย

อีกกรณีที่สะท้อนความไร้เหตุผลของยุคสมัยคือ มาร์กาเร็ต ไอท์เคน ในสกอตแลนด์ เธอถูกกล่าวหาว่าเป็นแม่มด ก่อนจะอ้างว่าสามารถดูดวงตาหรือเครื่องหมายบางอย่างเพื่อบอกได้ว่าใครเป็นแม่มด เจ้าหน้าที่นำเธอไปใช้ชี้ตัวผู้ต้องสงสัยตามเมืองต่าง ๆ ทำให้คนจำนวนมากถูกจับและถูกสอบสวนอย่างรุนแรง ก่อนที่ภายหลังเธอจะถูกเปิดโปงว่าไม่น่าเชื่อถือ และถูกประหารเช่นกัน

เมื่อมองรวมกัน ทั้ง 5 เรื่องไม่ได้บอกแค่ว่าอดีตเคยมีความเชื่อแปลกเพียงใด แต่บอกว่าระบบสังคมที่ปล่อยให้อคติ ข่าวลือ และความกลัวมีน้ำหนักเท่ากับหลักฐาน สามารถทำร้ายคนธรรมดาได้มากแค่ไหน

สำหรับผู้อ่านไทย เรื่องนี้อาจอ่านได้ในฐานะประวัติศาสตร์ แต่ก็เป็นบทเรียนเรื่องการรับข้อมูลด้วย การกล่าวหาใครสักคนโดยไม่มีหลักฐาน การเชื่อคำบอกเล่าที่ถูกส่งต่อ และการตัดสินคนจากภาพจำของสังคม ล้วนเป็นสิ่งที่ไม่ได้หายไปจากโลก เพียงแต่เปลี่ยนรูปแบบไปตามยุคสมัย

คดีล่าแม่มดจึงไม่ใช่แค่เรื่องของแม่มด แต่เป็นเรื่องของมนุษย์ในวันที่ความกลัวดังเกินกว่าเหตุผล

 

 



เนื้อหาโดย: ผู้แข็งแกร่งไร้เทียมทาน
แหล่งที่มา:
Salem Witch Museum, Hanover Historical Texts Project, The Guardian, Scottish Legal News, วิกิพีเดีย, ข้อมูลต้นฉบับจากไฟล์ผู้ใช้

อ้างอิง:
https://salemwitchmuseum.com/salem-witch-trials-chronology/
https://history.hanover.edu/courses/excerpts/260chelm.html
https://www.theguardian.com/news/2021/apr/27/norways-witch-trials-the-woman-killed-for-a-fatal-storm
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
ผู้แข็งแกร่งไร้เทียมทาน's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 94 ครั้ง
เขียนโดย ผู้แข็งแกร่งไร้เทียมทาน
นักข่าวสายไวรัล [เน้นข่าวต่างประเทศ] และ คนดูหนังแห่งชาติ
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
อย่าตบ "แมลงหวี่ขน" ซ่อนอันตรายที่คาดไม่ถึง หมอยกเคสเตือผู้ป่วยต้องควักลูกตา!เปิด 9 อาชีพในตำนานที่ปัจจุบันเริ่มไม่ค่อยเห็นแล้วในไทย จากอาชีพยอดฮิตในอดีต สู่ความทรงจำของใครหลายคนเลขท้าวเวสสุวรรณ งวด 1 สิงหาคม 25696 อำเภอที่ธรรมชาติสวยที่สุดใน ประเทศไทย สัมผัสเสน่ห์ป่าเขา ทะเล และสายหมอกที่งดงามระดับโลกปฏิทินคำชะโนด งวด 1 สิงหาคม 2569 เปิดเลขเด่นในปฏิทินสิบเลขขายดี สลากตัวเลขสามหลัก N3 งวด 1/8/696 ชุมชนที่อนุรักบ้านเก่าได้ดีที่สุดในประเทศไทย เสน่ห์แห่งอดีตที่ยังมีชีวิตทำไมเวลาเรา ส่องกระจก ถึงรู้สึกว่าตัวเองดูดีกว่าใน รูปถ่าย"การจัดการศพ" และพิธีกรรมสมัยเก่าที่วันนี้แทบไม่มีใครได้เห็นชาติที่นิยมกินข้าวเหนียวของไทยมากเป็นอันดับหนึ่งของโลก7 จังหวัดที่คนมัก "ขับผ่าน" แต่ถ้าแวะ...อาจหลงรักจนอยากกลับไปอีกเทคนิคการซื้อหวย ลอตเตอรี่ให้ถูกบ่อยขึ้น "ไม่ได้อยู่ที่ดวงอย่างเดียว"
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
ชาติที่นิยมกินข้าวเหนียวของไทยมากเป็นอันดับหนึ่งของโลก
กระทู้อื่นๆในบอร์ด ข่าววันนี้
ระวัง แอป Clipboard ปลอมบน macOS ใช้แล้วติดมัลแวร์ขโมยพาสเวิร์ดเกิดเหตุระเบิดภายใน AEON Mall Kumamoto เมืองคาชิมะ จังหวัดคุมาโมโตะ ประเทศญี่ปุ่น5 ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับ "เบอร์มิวดา" ที่แปลกประหลาดกว่า "สามเหลี่ยมเบอร์มิวดา"รวม 3 ฆาตกร ที่มีอนุสาวรีย์เป็นของตัวเอง
ตั้งกระทู้ใหม่