กัมพูชาได้นั่งกรรมการยูเนสโก 5 ปี เรื่องมรดกวัฒนธรรมไทยต้องจับตาอะไร
กัมพูชาได้รับเลือกเป็นสมาชิกคณะกรรมการด้านมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของยูเนสโก วาระ 2569-2573 ทำให้หลายฝ่ายในไทยจับตาว่า ประเด็นวัฒนธรรมร่วมภูมิภาคจะถูกพูดถึงเข้มขึ้นหรือไม่
กัมพูชาได้รับเลือกเข้าเป็นสมาชิกคณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการปกป้องมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของยูเนสโก วาระปี 2569-2573 เรื่องนี้ไม่ใช่แค่ข่าวการทูตวัฒนธรรมของประเทศเพื่อนบ้าน แต่ยังเป็นประเด็นที่คนไทยจำนวนมากจับตา เพราะเกี่ยวข้องกับเวทีที่ใช้พิจารณา “มรดกวัฒนธรรมที่ยังมีชีวิต” ของแต่ละประเทศ
ตามรายงานของ The Phnom Penh Post กัมพูชาได้รับเลือกในการประชุมสมัยที่ 11 ของรัฐภาคีอนุสัญญาปี 2003 ว่าด้วยการสงวนรักษามรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ ซึ่งจัดขึ้นที่สำนักงานใหญ่ยูเนสโก กรุงปารีส ระหว่างวันที่ 17-18 มิถุนายน 2569 โดยมีรัฐภาคีเข้าร่วม 185 ประเทศ
คณะกรรมการชุดนี้มีบทบาทสำคัญในระบบมรดกวัฒนธรรมของยูเนสโก เพราะเกี่ยวข้องกับการขับเคลื่อนอนุสัญญา ให้คำแนะนำด้านแนวปฏิบัติที่ดี และพิจารณาเรื่องที่เกี่ยวกับการขึ้นทะเบียนหรือการสนับสนุนด้านการอนุรักษ์มรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้
พูดให้ง่ายขึ้น นี่คือหนึ่งในเวทีที่ประเทศต่าง ๆ ใช้อธิบายว่า วัฒนธรรมของตนควรถูกเข้าใจ ปกป้อง และส่งต่ออย่างไรในระดับนานาชาติ
ประเด็นที่ไทยจับตาอยู่ตรงไหน
เหตุผลที่ข่าวนี้ถูกพูดถึงในไทย ไม่ได้อยู่ที่กัมพูชาได้รับเลือกเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่บริบทของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งหลายวัฒนธรรมมีความใกล้เคียง เชื่อมโยง หรือมีรากประวัติศาสตร์ทับซ้อนกัน
ต้นฉบับข่าวระบุว่า ฝ่ายกัมพูชามีท่าทีต้องการใช้บทบาทในคณะกรรมการเพื่อปกป้องมรดกทางวัฒนธรรมของตนเอง และคัดค้านข้อเสนอที่เห็นว่ายังมีข้อถกเถียงเรื่องที่มาทางประวัติศาสตร์ หรือมีลักษณะใกล้เคียงกับวัฒนธรรมของประเทศอื่น
จุดนี้ทำให้สังคมไทยจับตาว่า หากไทยผลักดันรายการทางวัฒนธรรมใหม่ในอนาคต เช่น มวยไทย ชุดไทย หรือองค์ประกอบทางวัฒนธรรมอื่น ๆ อาจมีการตั้งคำถามหรืออภิปรายจากบางประเทศสมาชิกมากขึ้น
แต่สิ่งที่ต้องแยกให้ชัดคือ การได้เป็นกรรมการไม่ได้แปลว่าประเทศใดประเทศหนึ่งสามารถตัดสินผลได้ตามลำพัง กระบวนการของยูเนสโกต้องพิจารณาจากคณะกรรมการทั้งชุด เอกสารประกอบ หลักฐานทางประวัติศาสตร์ ข้อมูลจากชุมชนผู้สืบทอด และกรอบของอนุสัญญา ไม่ใช่การตัดสินด้วยกระแสสังคมหรือความเห็นของชาติใดชาติหนึ่งเท่านั้น
ยูเนสโกไม่ได้ขึ้นทะเบียนเพื่อบอกว่า “ใครเป็นเจ้าของแต่เพียงผู้เดียว” เสมอไป
หนึ่งในความเข้าใจผิดที่มักเกิดขึ้นเวลามีข่าววัฒนธรรมไทย-กัมพูชา คือการมองการขึ้นทะเบียนของยูเนสโกเหมือนการประกาศกรรมสิทธิ์เด็ดขาด
ในความเป็นจริง มรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้หมายถึงสิ่งที่ยังมีการปฏิบัติ ถ่ายทอด และมีความหมายต่อชุมชน เช่น ศิลปะการแสดง พิธีกรรม เทศกาล งานช่างฝีมือ อาหาร หรือองค์ความรู้ท้องถิ่น บางรายการอาจเป็นของประเทศใดประเทศหนึ่งเสนอเดี่ยว บางรายการอาจเป็นมรดกร่วมหลายประเทศได้ ขึ้นอยู่กับลักษณะของวัฒนธรรมนั้นและแฟ้มเสนอชื่อ
ประเทศไทยมีรายการมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ซึ่งอยู่ในรายชื่อของยูเนสโกแล้วหลายรายการ เช่น โขน นวดไทย โนรา สงกรานต์ และต้มยำกุ้ง โดยหน้าอย่างเป็นทางการของยูเนสโกระบุรายการของไทยรวมถึง Songkran in Thailand และ Tomyum Kung ด้วย
สำหรับคนอ่านไทย ข่าวนี้จึงควรถูกมองเป็น “สัญญาณให้ติดตาม” มากกว่าจะสรุปทันทีว่าไทยจะเสียเปรียบหรือถูกขวางแน่นอน เพราะการเสนอวัฒนธรรมขึ้นทะเบียนต้องอาศัยการทำงานเชิงเอกสาร การทูตวัฒนธรรม และการอธิบายคุณค่าของชุมชนอย่างรอบด้าน
บทบาทใหม่ของกัมพูชาบอกอะไรกับภูมิภาค
การที่กัมพูชาได้ที่นั่งในคณะกรรมการช่วงปี 2569-2573 สะท้อนว่าเวทีวัฒนธรรมระหว่างประเทศกำลังมีน้ำหนักมากขึ้นสำหรับประเทศในอาเซียน ไม่ใช่แค่เรื่องภาพลักษณ์ แต่เกี่ยวกับอัตลักษณ์ การท่องเที่ยว เศรษฐกิจสร้างสรรค์ และความรู้สึกของประชาชน
ในมุมของไทย สิ่งที่ควรจับตาต่อคือ ไทยจะเตรียมแฟ้มข้อมูลทางวัฒนธรรมอย่างไร จะสื่อสารกับประชาคมโลกแบบไหน และจะอธิบายความหลากหลายทางวัฒนธรรมในภูมิภาคโดยไม่ทำให้กลายเป็นความขัดแย้งเกินจำเป็นได้อย่างไร
ข่าวนี้จึงไม่ควรถูกอ่านด้วยอารมณ์แข่งขันเพียงอย่างเดียว แต่ควรอ่านในฐานะบททดสอบสำคัญของการทูตวัฒนธรรมยุคใหม่ ว่าประเทศในภูมิภาคเดียวกันจะปกป้องมรดกของตน พร้อมกับยอมรับความซับซ้อนของประวัติศาสตร์ร่วมกันได้มากแค่ไหน
- กัมพูชาได้รับเลือกเป็นสมาชิกคณะกรรมการมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของยูเนสโก วาระ 2569-2573
- ประเด็นที่ไทยจับตา คือความเป็นไปได้ที่มวยไทย ชุดไทย หรือวัฒนธรรมอื่นอาจถูกอภิปรายมากขึ้นในเวทีนานาชาติ
- การได้เป็นกรรมการไม่ได้หมายความว่าประเทศใดประเทศหนึ่งตัดสินผลได้ลำพัง
- กระบวนการยูเนสโกให้ความสำคัญกับเอกสาร หลักฐาน ชุมชนผู้สืบทอด และการพิจารณาของคณะกรรมการ
- ข่าวนี้ควรถูกมองเป็นประเด็นการทูตวัฒนธรรม มากกว่าการสรุปว่าเกิดผลกระทบแน่นอนแล้ว
แหล่งที่มา:
The Phnom Penh Post, UNESCO Intangible Cultural Heritage, Indico UN
อ้างอิง:
https://phnompenhpost.com/national/protecting-culture-cambodia-elected-to-unesco-committee/
https://ich.unesco.org/en/11ga
https://indico.un.org/event/1022434/
รุ้งกินน้ำเกิดขึ้นได้ยังไง ทำไมต้องเห็นหลังฝนตกและมีแดด
ทำไมบอลโลก 2026 ต้องจริงจังกับ “หญ้าสนาม” มากกว่าที่แฟนบอลคิด
กู้ภัยได้เงินเดือนเท่าไหร่? เปิดรายได้อาสากู้ภัยและเจ้าหน้าที่กู้ภัยในประเทศไทย
หลอดไฟแบรนด์ไทยที่โด่งดังที่สุด เป็นที่รู้จักทั่วประเทศมากที่สุด
5 มหาวิทยาลัยที่อยู่ติดภูเขาและมีวิวสวยที่สุดในประเทศไทย
ฝนหนักไม่ต้องอยู่ใกล้แม่น้ำก็ท่วมได้ สิ่งที่ควรรู้ก่อนน้ำมาเร็ว
ปล่อยพังพอนปราบงูพิษ แต่จบด้วยหายนะ! บทเรียนราคาแพงเกือบ 50 ปีของญี่ปุ่น
กลับบ้านหลังปิดห้อง 6 เดือน เจอไข่งูเต็มเตียง เรื่องนี้ควรเชื่อแค่ไหน
5 เรือรบไทยที่ควรรู้ ทำไม “แสนยานุภาพ” ไม่ได้วัดแค่อาวุธ
จงอางสีทองที่ใหญ่ที่สุด
มอเตอร์ไซค์สงครามโลกครั้งที่ 2 ทำไมรถสองล้อเหล่านี้ถึงกลายเป็นตำนานสนามรบ
สฟิงซ์แห่งบาลูจิสถาน หินธรรมชาติที่ทำให้หลายคนมองเหมือนรูปสฟิงซ์กลางปากีสถาน
จังหวัดที่มีห้องว่างในโรงแรมมากที่สุด มีจำนวนผู้เข้าพักน้อยที่สุดในไทย
ปลานิลกับปลาทับทิม ต่างกันตรงไหน ทำไมเลี้ยงแล้วคุ้มไม่เหมือนกัน
รุ้งกินน้ำเกิดขึ้นได้ยังไง ทำไมต้องเห็นหลังฝนตกและมีแดด
ทำไมบอลโลก 2026 ต้องจริงจังกับ “หญ้าสนาม” มากกว่าที่แฟนบอลคิด



