5 แฟรนไชส์หนังดังที่ปัญหาเดิมย้อนกลับมาทำร้ายตัวเอง
หนังภาคต่อไม่ได้พังเพราะแฟรนไชส์หมดเสน่ห์เสมอไป หลายครั้งปัญหาอยู่ที่ผู้สร้างเห็นเสียงวิจารณ์แล้ว แต่ยังเลือกเดินทางเดิมจนคนดูเริ่มเหนื่อย
หนังแฟรนไชส์ที่คนดูรัก ไม่ได้แปลว่าจะไม่มีจุดอ่อน ตรงกันข้าม ยิ่งชื่อใหญ่ ฐานแฟนยิ่งแน่น ความคาดหวังก็ยิ่งสูงขึ้นตามไปด้วย ปัญหาคือบางแฟรนไชส์ไม่ได้สะดุดเพราะไอเดียหมด แต่สะดุดเพราะ “ทำผิดเรื่องเดิมซ้ำ ๆ” ทั้งที่เคยถูกวิจารณ์มาก่อนแล้ว
นี่คือกรณีของหลายแฟรนไชส์ดังในฮอลลีวูด ที่มีทั้งฐานแฟนเหนียวแน่น ตัวละครจำง่าย และวัตถุดิบดีพอจะเล่าได้อีกยาว แต่เมื่อภาคต่อเลือกเพิ่มทุกอย่างให้ใหญ่ขึ้น เร็วขึ้น หรือซับซ้อนขึ้น โดยไม่แก้แก่นปัญหาเดิม หนังจึงเริ่มเสียจุดโฟกัส และทำให้คนดูรู้สึกว่าผู้สร้างไม่ได้ฟังเสียงวิจารณ์จริง ๆ
หนึ่งในตัวอย่างที่ถูกพูดถึงบ่อยคือ Spider-Man โดยเฉพาะปัญหา “ใส่ตัวละครและเส้นเรื่องมากเกินไป” ใน Spider-Man 3 หนังต้องแบ่งพื้นที่ให้แซนด์แมน เวนอม นิวก็อบลิน รวมถึงปมส่วนตัวของปีเตอร์ ปาร์คเกอร์ ทำให้เรื่องราวดูแน่นจนบางประเด็นไม่มีเวลาหายใจ ฝั่ง Rotten Tomatoes ยังสรุปในเชิงเดียวกันว่า หนังมีตัวละครและพล็อตมากขึ้น แต่ไม่กลมเท่าสองภาคแรก
บทเรียนนี้ดูเหมือนควรชัดเจนมากพอ แต่ The Amazing Spider-Man 2 ก็ยังเจอเสียงวิจารณ์คล้ายกัน หนังมีอิเล็กโทร กรีนก็อบลิน ไรโน เส้นรัก เส้นครอบครัว และการปูทางสู่จักรวาลในอนาคตพร้อมกัน จนเสียงวิจารณ์จำนวนหนึ่งมองว่าเรื่องเล่าขาดโฟกัส และมีตัวละครมากเกินไป ปัญหานี้ทำให้คนดูจำนวนไม่น้อยรู้สึกว่า Spider-Man จะดีที่สุดเมื่อเรื่องยังจับอยู่กับการเติบโตของปีเตอร์ ไม่ใช่การเร่งเปิดจักรวาลให้ใหญ่ที่สุด
Transformers ก็มีปัญหาอีกแบบ ทั้งที่ชื่อแฟรนไชส์ขายภาพสงครามของหุ่นยนต์ต่างดาว แต่หลายภาคกลับให้พื้นที่กับมนุษย์ มุกตลก และดราม่ารอบข้างมากกว่าตัวหุ่นยนต์ที่คนดูจำนวนมากตั้งใจเข้าไปดู ตั้งแต่ ออพติมัส ไพรม์ เมกาทรอน ไปจนถึงเหล่าออโตบอทและดีเซปติคอน
สิ่งที่น่าสนใจคือ Bumblebee กลับได้รับเสียงตอบรับดีกว่าในภาพรวม เพราะลดความวุ่นวายลง และทำให้เรื่องมีหัวใจชัดขึ้น Rotten Tomatoes เคยระบุว่า Bumblebee กลายเป็นภาคที่ช่วยให้แฟรนไชส์ดูสดใหม่ขึ้น หลังจากหนังชุดหลักก่อนหน้านั้นถูกวิจารณ์หนักหลายภาค จุดนี้ทำให้เห็นว่าปัญหาของ Transformers อาจไม่ใช่ตัวคอนเซ็ปต์ แต่เป็นวิธีเล่าที่หลุดจากสิ่งที่แฟนหนังอยากเห็น
กรณีของ Alien น่าสนใจในอีกมุม เพราะจุดแข็งของภาคแรกคือ “ความไม่รู้” คนดูไม่รู้ว่าซีนอมอร์ฟคืออะไร มาจากไหน และจะรับมืออย่างไร ความลึกลับนี้เองที่ทำให้ความกลัวทำงาน แต่เมื่อแฟรนไชส์ขยายต่อไป หนังหลายภาคพยายามอธิบายต้นกำเนิด วงจรชีวิต และเบื้องหลังของสิ่งมีชีวิตนี้มากขึ้นเรื่อย ๆ
เมื่อสัตว์ประหลาดถูกอธิบายมากเกินไป ความน่ากลัวบางส่วนก็หายไปด้วย เพราะสิ่งที่เคยเป็นเงามืด กลายเป็นข้อมูลที่คนดูเริ่มจับทางได้ ปัญหาอีกชั้นคือหลายภาคต้องพึ่งการตัดสินใจที่ไม่น่าเชื่อของตัวละครเพื่อให้เรื่องเดินต่อ ทำให้คนดูบางส่วนรู้สึกหงุดหงิด มากกว่าจะลุ้นไปกับสถานการณ์
Resident Evil เป็นตัวอย่างของแฟรนไชส์ที่ค่อย ๆ เดินออกจากรากเดิม ต้นทางของเกมมีเสน่ห์จากความกดดัน ความสยอง และการเอาชีวิตรอด แต่เวอร์ชันภาพยนตร์ค่อย ๆ กลายเป็นหนังแอ็กชันมากขึ้น โดยมี “อลิซ” เป็นศูนย์กลางของเรื่อง
ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ตัวละครอลิซเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่เมื่อเธอแข็งแกร่งขึ้นเรื่อย ๆ ความรู้สึกว่าใครก็อาจพลาด ใครก็อาจไม่รอด ซึ่งเป็นหัวใจของ survival horror ก็ลดลงตามไปด้วย ขณะเดียวกัน ตัวละครสำคัญจากเกมอย่าง ลีออน จิล แคลร์ และคริส กลับไม่ได้ถูกใช้ในแบบที่แฟนเกมจำนวนมากคาดหวัง หนังจึงยิ่งห่างจากสิ่งที่ทำให้ชื่อ Resident Evil เป็นที่จดจำตั้งแต่แรก
ส่วนจักรวาลภาพยนตร์ DC หรือ DCEU ถูกพูดถึงในฐานะตัวอย่างของการขาดทิศทางรวม แม้จะมีตัวละครระดับตำนานอย่างซูเปอร์แมน แบทแมน และวันเดอร์วูแมน แต่หลายช่วงของแฟรนไชส์ดูเหมือนพยายามเร่งไปสู่เหตุการณ์ใหญ่ ก่อนที่ฐานของตัวละครจะถูกปูให้แน่นพอ
Batman v Superman: Dawn of Justice คือกรณีที่เห็นชัด หนังต้องแบกรับทั้งความขัดแย้งของสองฮีโร่ เล็กซ์ ลูเธอร์ การเปิดตัววันเดอร์วูแมน และการปูทางสู่ Justice League ภายในเรื่องเดียว เสียงวิจารณ์จำนวนหนึ่งจึงมองว่าหนังมีไอเดียใหญ่หลายอย่าง แต่จัดวางไม่สมดุลพอ
บทเรียนจากทั้ง 5 แฟรนไชส์นี้ไม่ใช่ว่าหนังภาคต่อห้ามใหญ่ขึ้น หรือห้ามขยายจักรวาล แต่การขยายต้องไม่กลืนหัวใจของเรื่อง Spider-Man ต้องไม่ลืมปีเตอร์ Transformers ต้องไม่ลืมหุ่นยนต์ Alien ต้องไม่ลืมความลึกลับ Resident Evil ต้องไม่ลืมความเอาชีวิตรอด และ DC ต้องไม่ลืมการสร้างรากฐานก่อนครอสโอเวอร์
สำหรับคนดูไทยที่ตามหนังแฟรนไชส์ผ่านโรงภาพยนตร์ สตรีมมิง หรือกระแสออนไลน์ ประเด็นนี้ช่วยให้ดูหนังภาคต่อสนุกขึ้นในอีกแบบ เพราะเราไม่ได้ดูแค่ว่า “ภาคนี้มันส์ไหม” แต่ยังเห็นด้วยว่า ผู้สร้างฟังเสียงคนดูจริงหรือไม่ และแฟรนไชส์ยังจำได้หรือเปล่าว่าตัวเองเคยทำให้คนรักเพราะอะไร
- ปัญหาของหลายแฟรนไชส์ไม่ได้อยู่ที่ไอเดียหมด แต่อยู่ที่ทำผิดเรื่องเดิมซ้ำ
- Spider-Man และ DCEU ถูกวิจารณ์เรื่องการใส่ตัวละคร/พล็อตมากเกินไปจนเสียโฟกัส
- Transformers และ Resident Evil ถูกมองว่าห่างจากจุดขายหลักของตัวเอง
- Alien แสดงให้เห็นว่าการอธิบายมากเกินไป อาจทำให้ความลึกลับและความกลัวลดลง
- หนังภาคต่อที่ดีไม่จำเป็นต้องใหญ่ที่สุด แต่ต้องไม่ลืมหัวใจของแฟรนไชส์
Rotten Tomatoes, Vanity Fair, เนื้อหาต้นฉบับจากผู้ใช้
อ้างอิง:
https://www.rottentomatoes.com/m/spiderman_3
https://www.rottentomatoes.com/m/the_amazing_spider_man_2
https://www.vanityfair.com/hollywood/2016/03/batman-v-superman-dawn-of-justice-review
เขียนโดย ผู้แข็งแกร่งไร้เทียมทาน
ช้างนาฬาคีรี วันที่ความโกรธถูกปล่อยกลางเมือง และพระพุทธเจ้าทรงหยุดมันด้วยความเมตตา
4 เมืองร้างในไทย จากยุคเหมืองแร่ถึงเมืองบาดาลใต้เขื่อน
ห้างสรรพสินค้าไทยที่หรูหรามาก จนหลายคนไม่กล้าเข้าไปเพื่อใช้บริการ
ถ้าไม่กินผักเลย จะเกิดอะไรขึ้นกับร่างกาย?
ฮัวกาชีนา โอเอซิสกลางทะเลทรายเปรู ที่สวยเหมือนหลุดจากภาพวาด
5 จังหวัด ที่เจองูกะปะเยอะที่สุดในประเทศไทย
อาหารไทยที่กำลังสูญหาย
รีวิวหนังดัง LEGION สงครามเทวาล้างนรก
เสียบปลั๊กทิ้งไว้กินไฟจริงไหม 4 อุปกรณ์ที่ควรตัดไฟหลังใช้
นักฟุตบอลสัญชาติไทย ที่ทำสถิติค่าตัวแพงที่สุดตลอดกาล
พริกน้ำปลาให้อร่อย ต้องใส่อะไรบ้าง สูตรถ้วยเล็กที่ช่วยชูรสอาหารไทย
ถ้ามนุษย์ทุกคนมีบรรพบุรุษ แล้วมนุษย์คนแรกของโลกมีพ่อแม่เป็นใคร
จังหวัดที่ชาวต่างชาติชอบที่สุด สำหรับการมาใช้ชีวิตหลังวัยเกษียณ




