หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
News บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

4 เมืองใหญ่ที่กำลังทรุดตัว ทำไม “น้ำบาดาล” อาจน่ากลัวกว่าน้ำทะเล

เขียนโดย ผู้แข็งแกร่งไร้เทียมทาน

เมืองจมไม่จำเป็นต้องเริ่มจากคลื่นยักษ์หรือแผ่นดินไหวใหญ่เสมอไป หลายแห่งกำลังต่ำลงทีละน้อยจาก “แผ่นดินทรุด” ซึ่งเกิดจากหลายปัจจัยรวมกัน ทั้งน้ำหนักเมือง การสูบน้ำบาดาล และระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้น

สิ่งที่น่ากังวลคือ การทรุดตัวมักเกิดช้า จนคนทั่วไปไม่รู้สึกในแต่ละวัน แต่เมื่อสะสมเป็นสิบปี ผลลัพธ์กลับกระทบจริง ทั้งถนนแตกร้าว อาคารเอียง ระบบท่อเสียหาย น้ำท่วมง่ายขึ้น และต้นทุนดูแลเมืองสูงขึ้นเรื่อย ๆ

ตัวอย่างที่เห็นชัดมากคือ เม็กซิโกซิตี้ เมืองหลวงของเม็กซิโก ซึ่งตั้งอยู่บนพื้นที่อดีตทะเลสาบ ข้อมูลจาก NASA/JPL ระบุว่า ดาวเทียม NISAR ตรวจพบพื้นที่บางส่วนของเม็กซิโกซิตี้ทรุดตัวได้ถึงระดับ “หลายเซนติเมตรต่อเดือน” ระหว่างปลายปี 2025 ถึงต้นปี 2026 โดยสาเหตุสำคัญเกี่ยวข้องกับการสูบน้ำบาดาลและชั้นดินอ่อนใต้เมือง

ปัญหาของเม็กซิโกซิตี้จึงไม่ใช่แค่เมืองใหญ่มีตึกเยอะ แต่เป็นการสร้างมหานครบนดินที่อ่อนไหวต่อการยุบตัว เมื่อสูบน้ำใต้ดินขึ้นมาใช้มากเกินไป ชั้นดินที่เคยมีน้ำช่วยพยุงก็อัดตัวแน่นลง บางจุดจึงเกิดความเสียหายกับถนน อาคาร และระบบน้ำอย่างต่อเนื่อง

อีกเมืองที่คนทั่วโลกรู้จักคือ เวนิส ประเทศอิตาลี เมืองประวัติศาสตร์ที่อยู่กับน้ำมานานหลายศตวรรษ เวนิสไม่ได้เผชิญแค่แผ่นดินทรุด แต่ยังต้องรับมือกับระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้น ทำให้ระบบป้องกันน้ำท่วมอย่าง MOSE กลายเป็นแนวป้องกันสำคัญของเมือง อย่างไรก็ตาม งานศึกษาและรายงานล่าสุดยังชี้ว่า เวนิสอาจต้องคิดถึงทางเลือกระยะยาวมากกว่าการพึ่งประตูกั้นน้ำเพียงอย่างเดียว

จุดที่ทำให้เวนิสต่างจากเมืองอื่นคือ เมืองนี้เป็นทั้งพื้นที่อยู่อาศัย แหล่งท่องเที่ยว และมรดกทางวัฒนธรรมของโลก การป้องกันน้ำท่วมจึงไม่ใช่แค่เรื่องวิศวกรรม แต่เกี่ยวข้องกับชีวิตคนท้องถิ่น เศรษฐกิจการท่องเที่ยว ระบบนิเวศในลากูน และการรักษาคุณค่าทางประวัติศาสตร์

ส่วน เตหะราน เมืองหลวงของอิหร่าน เป็นอีกกรณีที่สะท้อนปัญหาน้ำบาดาลอย่างชัดเจน งานศึกษาที่อ้างอิงข้อมูลดาวเทียมพบว่า บางพื้นที่ในภูมิภาคเตหะรานเคยทรุดตัวมากกว่า 25 เซนติเมตรต่อปีในช่วงปี 2003–2017 ขณะที่ปัญหาน้ำใต้ดินของอิหร่านยังถูกมองว่าเป็นหนึ่งในความเสี่ยงใหญ่ด้านทรัพยากรน้ำของประเทศ

กรณีเตหะรานทำให้เห็นว่า แผ่นดินทรุดไม่จำเป็นต้องเกิดเฉพาะเมืองชายทะเล เมืองที่อยู่ลึกเข้าไปในแผ่นดินก็เสี่ยงได้ หากพึ่งพาน้ำบาดาลมากเกินกว่าธรรมชาติจะเติมกลับทัน เมื่อดินยุบแล้ว หลายพื้นที่ไม่สามารถ “เด้งกลับ” ได้ง่าย แม้จะหยุดสูบน้ำในภายหลัง

เมืองที่มักถูกยกเป็นตัวอย่างบ่อยที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้คือ จาการ์ตา อินโดนีเซีย หลายพื้นที่ของเมืองเผชิญทั้งแผ่นดินทรุด น้ำทะเลสูง และการขยายตัวของเมืองอย่างรวดเร็ว รายงานเกี่ยวกับจาการ์ตาชี้ว่า การสูบน้ำบาดาลเป็นหนึ่งในสาเหตุหลักที่ทำให้พื้นที่บางส่วน โดยเฉพาะตอนเหนือของเมือง มีความเสี่ยงน้ำท่วมสูงขึ้นอย่างมาก

จาการ์ตาจึงไม่ได้แก้ปัญหาได้ด้วยกำแพงกันทะเลอย่างเดียว หากเมืองยังขาดระบบน้ำประปาที่ครอบคลุม และประชาชนหรือธุรกิจยังต้องพึ่งบ่อบาดาลจำนวนมาก พื้นดินก็มีโอกาสทรุดต่อไป นี่คือเหตุผลที่ผู้เชี่ยวชาญจำนวนมากมองว่า การจัดการน้ำต้องมาก่อนหรือเดินคู่กับโครงสร้างป้องกันน้ำท่วม

บทเรียนจากทั้ง 4 เมืองคือ “เมืองจม” ไม่ได้มีสาเหตุเดียว และไม่ใช่เรื่องไกลตัวของคนไทย ไทยเองมีเมืองใหญ่ พื้นที่ลุ่มต่ำ และชุมชนชายฝั่งที่ต้องรับมือทั้งน้ำทะเลหนุน น้ำท่วมเมือง และการใช้ทรัพยากรใต้ดิน การอ่านเรื่องนี้จึงไม่ใช่เพื่อกลัว แต่เพื่อเข้าใจว่าเมืองสมัยใหม่ต้องวางแผนระยะยาวมากกว่าการซ่อมถนนหรือสร้างกำแพงหลังเกิดปัญหา

สิ่งที่ควรจับตาต่อจากนี้คือ เมืองใหญ่จะลดการพึ่งพาน้ำบาดาลได้จริงแค่ไหน ระบบประปาจะครอบคลุมมากขึ้นหรือไม่ และแผนรับมือน้ำทะเลสูงจะมองไกลพอสำหรับอีกหลายสิบปีหรือเปล่า เพราะเมื่อพื้นดินทรุดลงแล้ว การแก้กลับมักยากกว่าการป้องกันตั้งแต่แรก


ส่วนในตะวันออกกลาง "เตหะราน" เมืองหลวงของอิหร่าน ก็กำลังเจอกับปัญหาเดียวกัน เมืองนี้มีประชากรจำนวนมหาศาล และต้องใช้น้ำจำนวนมากทุกวัน ทั้งน้ำดื่ม น้ำใช้ และ น้ำสำหรับเกษตรกรรม ส่งผลให้มีการสูบน้ำบาดาลใต้ดินอย่างหนัก พื้นดินในบางพื้นที่ของเตหะรานจึงทรุดตัวลงอย่างรวดเร็ว จนเกิดรอยแตกร้าวบนถนนและกำแพงบ้าน บางแห่งพื้นดินแยกออกจากกัน จนเหมือนแผ่นดินกำลังฉีกตัว ปัญหาคือเมืองนี้มีคนอาศัยอยู่หนาแน่นมาก การจะแก้ไขระบบน้ำหรือปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานจึงไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะต้องใช้ทั้งเงิน เวลา และการวางแผนมหาศาล ที่สำคัญ ต่อให้ซ่อมถนนหรืออาคารได้ แต่ถ้ายังสูบน้ำบาดาลแบบเดิม พื้นดินก็จะยังคงทรุดตัวต่อไปอยู่ดี นี่จึงเป็นปัญหาที่ไม่สามารถแก้ได้ด้วยการซ่อมแซมเพียงอย่างเดียว แต่ต้องเปลี่ยนวิธีบริหารทรัพยากรน้ำทั้งระบบ

เมืองสุดท้ายคือ "จาการ์ตา" เมืองหลวงของอินโดนีเซีย ซึ่งถือเป็นหนึ่งในเมืองที่จมเร็วที่สุดในโลก ตลอด 30 ปีที่ผ่านมา บางพื้นที่ของจาการ์ตาจมลงไปแล้วกว่า 4 เมตร เมืองนี้สร้างอยู่บนพื้นที่ชุ่มน้ำและอยู่ติดทะเล เมื่อประชากรเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ผู้คนก็สูบน้ำบาดาลขึ้นมาใช้จำนวนมาก ส่งผลให้พื้นดินยุบตัวลงเรื่อยๆ ขณะเดียวกัน น้ำทะเลก็สูงขึ้นทุกปี ทำให้หลายฝ่ายกังวลว่า หากไม่มีการแก้ไขจริงจัง พื้นที่ทางตอนเหนือของจาการ์ตาอาจจมอยู่ใต้น้ำภายในปี 2050 รัฐบาลอินโดนีเซียจึงวางแผนสร้างกำแพงกันคลื่นยักษ์ชื่อ "มหาการูดา" ซึ่งออกแบบให้มีรูปร่างเหมือนนกการูดา สัญลักษณ์ประจำชาติอินโดนีเซีย โครงการนี้ใช้งบประมาณมหาศาลและมีเป้าหมาย เพื่อป้องกันน้ำทะเลไม่ให้ไหลเข้าท่วมเมือง แต่ผู้เชี่ยวชาญจำนวนมากมองว่า "ถึงจะสร้างกำแพงสูงแค่ไหน ถ้ารัฐบาลยังไม่แก้ปัญหาการใช้น้ำบาดาล และ การขยายตัวของเมืองอย่างไร้การควบคุม เมืองก็จะยังคงจมลงต่อไปอยู่ดี!!"

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
ผู้แข็งแกร่งไร้เทียมทาน's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 86 ครั้ง
เขียนโดย ผู้แข็งแกร่งไร้เทียมทาน
นักข่าวสายไวรัล [เน้นข่าวต่างประเทศ] และ คนดูหนังแห่งชาติ
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
มหาวิทยาลัยญี่ปุ่นต้อนรับ “นักศึกษาใหม่” เป็นลูกกวางที่เกิดในแคมปัสอย. เปิดรายชื่อหมูยอ-ลูกชิ้น 20 รายการ ควรเช็กก่อนกิน ไม่ใช่แค่ดูยี่ห้อคุ้นตาปล่อยพังพอนปราบงูพิษ แต่จบด้วยหายนะ! บทเรียนราคาแพงเกือบ 50 ปีของญี่ปุ่นคอมพิวเตอร์แบรนด์ไทย ที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดตลอดกาลPepsi Blue หายไปไหน? น้ำอัดลมสีฟ้าในตำนานที่คนจำได้มากกว่าที่ตลาดยอมรับรวมหวยเด็ด 10 อาจารย์ดัง งวด 16 มิถุนายน 2569 เลขไหนมาแรงที่สุด?จ้างหมอลำหนึ่งงานต้องเตรียมงบเท่าไร เช็กก่อนตกลงคิวทำไมเราถึงใจดีกับคนนอกบ้าน แต่เอาอารมณ์ร้ายไปลงกับคนในครอบครัวจงอางสีทองที่ใหญ่ที่สุดทำไมยิ่งไม่ชอบใคร สมองกลับยิ่งเผลอจับตาดูเขาทำไมเราบอกว่าอยากฟังความจริง แต่พอได้ยินกลับรับไม่ไหวทำไมของแพงถึงดูดีกว่า ทั้งที่บางครั้งคุณภาพอาจไม่ได้ต่างมาก
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
มหาวิทยาลัยญี่ปุ่นต้อนรับ “นักศึกษาใหม่” เป็นลูกกวางที่เกิดในแคมปัสPepsi Blue หายไปไหน? น้ำอัดลมสีฟ้าในตำนานที่คนจำได้มากกว่าที่ตลาดยอมรับรวมหวยเด็ด 10 อาจารย์ดัง งวด 16 มิถุนายน 2569 เลขไหนมาแรงที่สุด?น้ำตาลหวานแค่ปลายลิ้น แต่ร่างกายอาจรับภาระมากกว่าที่คิดทำไมของแพงถึงดูดีกว่า ทั้งที่บางครั้งคุณภาพอาจไม่ได้ต่างมาก
กระทู้อื่นๆในบอร์ด ข่าววันนี้
สายยางขนาด 300 ตัน ลอยมาเกยชายฝั่งญี่ปุ่นบัตรสวัสดิการฯ รายเดิม เช็กให้ชัด ใครบ้างต้องลงทะเบียนค่าน้ำ-ค่าไฟก่อน 19 มิ.ย.มหาวิทยาลัยญี่ปุ่นต้อนรับ “นักศึกษาใหม่” เป็นลูกกวางที่เกิดในแคมปัสทางเลือกที่สมเหตุสมผล
ตั้งกระทู้ใหม่