หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
News บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

5 โครงการแพงที่สุดในประวัติศาสตร์ แพงเพราะอะไร และคุ้มค่าจริงไหม

เขียนโดย ผู้แข็งแกร่งไร้เทียมทาน

 

โครงการยักษ์ระดับโลกไม่ได้แพงเพราะขนาดอย่างเดียว แต่แพงเพราะเทคโนโลยี ความเสี่ยง เวลา และผลกระทบที่ตามมา บางโครงการกลายเป็นสัญลักษณ์ความสำเร็จ ขณะที่บางโครงการยังถูกตั้งคำถามเรื่องความคุ้มค่า


คำว่า “โครงการแพงที่สุดในประวัติศาสตร์” ฟังเหมือนเป็นเรื่องของตัวเลข แต่เบื้องหลังจริง ๆ คือคำถามที่ใหญ่กว่านั้นมาก: มนุษย์ยอมจ่ายแพงแค่ไหนเพื่อสร้างสิ่งที่เปลี่ยนการเดินทาง พลังงาน เมือง หรือแม้แต่การใช้ชีวิตนอกโลก

จากข้อมูลต้นฉบับ บทความนี้หยิบ 5 โครงการขนาดใหญ่ที่มักถูกพูดถึงในกลุ่มโครงการใช้งบมหาศาล ได้แก่ หอนาฬิกาเมกกะ, อุโมงค์ช่องแคบอังกฤษ, เขื่อนสามหุบเขา, แอร์บัส เอ380 และ สถานีอวกาศนานาชาติ โดยจุดร่วมของทั้งหมดไม่ใช่แค่ “แพง” แต่คือการเป็นโครงการที่สะท้อนความทะเยอทะยานทางวิศวกรรมของแต่ละยุค

หอนาฬิกาเมกกะ หรือ Abraj Al Bait / Makkah Royal Clock Tower เป็นหนึ่งในโครงการอาคารขนาดใหญ่ที่โดดเด่นที่สุดของซาอุดีอาระเบีย ตั้งอยู่ใกล้มัสยิดอัลฮะรอม เมืองเมกกะ ซึ่งเป็นศูนย์กลางสำคัญของชาวมุสลิมทั่วโลก โครงการนี้ประกอบด้วยอาคารหลายหลัง มีทั้งโรงแรม ศูนย์การค้า พื้นที่พักอาศัย และสิ่งอำนวยความสะดวกเพื่อรองรับผู้เดินทางจำนวนมหาศาลในฤดูกาลฮัจญ์และอุมเราะห์

จุดที่ทำให้โครงการนี้ถูกพูดถึงมากคือหอคอยนาฬิกาสูงประมาณ 601 เมตร Guinness World Records ระบุว่า Makkah Clock Royal Tower เป็นหอนาฬิกาที่สูงที่สุดในโลก และเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มอาคาร Abraj Al Bait ที่มีต้นทุนประเมินราว 16,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แต่ความยิ่งใหญ่นี้ก็มาพร้อมข้อถกเถียง เพราะพื้นที่ก่อสร้างเกี่ยวข้องกับการรื้อป้อม Ajyad Fortress ซึ่งเป็นป้อมยุคออตโตมันที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์

โครงการที่สองคือ อุโมงค์ช่องแคบอังกฤษ หรือ Channel Tunnel ที่เชื่อมอังกฤษกับฝรั่งเศสผ่านทางรถไฟใต้ทะเล โครงการนี้เปลี่ยนภาพการเดินทางระหว่างเกาะอังกฤษกับยุโรปแผ่นดินใหญ่ จากเดิมที่ต้องพึ่งเรือหรือเครื่องบิน มาเป็นการเดินทางด้วยรถไฟที่ต่อเนื่องกว่าเดิม

ความยากของอุโมงค์นี้ไม่ใช่แค่ระยะทางราว 50 กิโลเมตร แต่คือการเจาะอุโมงค์ใต้ทะเลพร้อมระบบความปลอดภัย การระบายอากาศ และอุโมงค์บริการสำหรับเหตุฉุกเฉิน รายงานกรณีศึกษาของ Global Infrastructure Hub ระบุว่าโครงการ Channel Tunnel มีต้นทุนสูงกว่าที่คาดมาก โดยอยู่ที่ราว 9.5 พันล้านปอนด์เมื่อก่อสร้างเสร็จ หรือประมาณ 14.5 พันล้านดอลลาร์ตามมูลค่าในช่วงนั้น จุดนี้ทำให้บทเรียนของยูโรทันเนลไม่ได้มีแค่เรื่องวิศวกรรม แต่ยังรวมถึงความเสี่ยงของการประเมินงบต่ำเกินจริงในโครงการขนาดใหญ่

โครงการที่สามคือ เขื่อนสามหุบเขา บนแม่น้ำแยงซี ประเทศจีน ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการพลังงานน้ำที่ใหญ่ที่สุดของโลก เขื่อนนี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อผลิตไฟฟ้า ควบคุมน้ำท่วม และช่วยการเดินเรือในพื้นที่ตอนในของจีน

แต่ผลกระทบของเขื่อนสามหุบเขาก็ใหญ่ไม่แพ้ตัวเขื่อน แหล่งข้อมูลหลายแห่งประเมินว่าการก่อสร้างทำให้ประชาชนต้องย้ายถิ่นฐานมากกว่า 1 ล้านคน โดยบางประมาณการอยู่ระหว่าง 1.13–1.4 ล้านคน นี่คือเหตุผลที่โครงการนี้มักถูกยกเป็นตัวอย่างของ “โครงสร้างพื้นฐานที่ทั้งสร้างประโยชน์และสร้างคำถาม” เพราะแม้ช่วยผลิตพลังงานจำนวนมาก แต่ก็แลกกับชุมชนเดิม พื้นที่ประวัติศาสตร์ และระบบนิเวศของแม่น้ำ

โครงการที่สี่คือ Airbus A380 เครื่องบินโดยสารสองชั้นขนาดใหญ่ที่เคยถูกมองว่าเป็นอนาคตของการบินระยะไกล แนวคิดของ A380 คือการขนผู้โดยสารจำนวนมากระหว่างสนามบินศูนย์กลางขนาดใหญ่ ทำให้สายการบินสามารถใช้เครื่องบินหนึ่งลำรองรับผู้โดยสารได้มากขึ้น

อย่างไรก็ตาม ตลาดการบินเปลี่ยนเร็วกว่าแผนเดิม สายการบินจำนวนมากเริ่มหันไปใช้เครื่องบินขนาดเล็กกว่า ประหยัดเชื้อเพลิงกว่า และบินตรงได้ยืดหยุ่นกว่า ข้อมูลเกี่ยวกับต้นทุนพัฒนา A380 มีหลายชุด แต่โดยรวมมักถูกประเมินในระดับหลายหมื่นล้านดอลลาร์ โดย Aviation Week ระบุว่าต้นทุนวิจัยและพัฒนาอยู่ราว 25,000 ล้านยูโร หรือประมาณ 30,000 ล้านดอลลาร์ Reuters รายงานว่า Airbus ส่งมอบ A380 ลำสุดท้ายให้ Emirates ในเดือนธันวาคม 2021 ปิดฉากการผลิตเครื่องบินรุ่นนี้หลังดำเนินโครงการมานานหลายปี

โครงการสุดท้ายคือ สถานีอวกาศนานาชาติ หรือ ISS ซึ่งอาจเป็นตัวอย่างชัดที่สุดของคำว่า “แพงเพราะซับซ้อน” สถานีนี้ไม่ได้สร้างโดยประเทศเดียว แต่เป็นความร่วมมือของหลายหน่วยงานและหลายประเทศ ทั้ง NASA, Roscosmos, ESA, JAXA และ CSA เพื่อสร้างห้องทดลองในวงโคจรโลก

NASA ระบุว่าสถานีอวกาศนานาชาติมีความยาวประมาณ 109 เมตร ใกล้เคียงสนามอเมริกันฟุตบอล และชิ้นส่วนหลักถูกส่งขึ้นไปประกอบด้วยเที่ยวบินประกอบจำนวนมาก ส่วน ESA ระบุว่าต้นทุนของ ISS รวมการพัฒนา การประกอบ และการดำเนินงานในช่วง 10 ปี อยู่ที่ประมาณ 100,000 ล้านยูโร ตัวเลขนี้ทำให้ ISS มักถูกจัดอยู่ในกลุ่มโครงการที่แพงที่สุดเท่าที่มนุษย์เคยสร้าง

สิ่งที่คนอ่านไทยควรมองจากเรื่องนี้ ไม่ใช่แค่ “โครงการไหนแพงที่สุด” แต่คือการเข้าใจว่าโครงการยักษ์มักมีต้นทุนหลายชั้น ทั้งค่าก่อสร้าง ค่าบำรุงรักษา ความล่าช้า ผลกระทบต่อคนในพื้นที่ และค่าเสียโอกาสที่มองไม่เห็นทันที

บางโครงการประสบความสำเร็จชัดเจนในฐานะโครงสร้างพื้นฐาน เช่น อุโมงค์ช่องแคบอังกฤษที่ยังใช้เดินทางจริงทุกวัน หรือ ISS ที่สร้างองค์ความรู้ด้านอวกาศต่อเนื่อง ขณะที่บางโครงการอย่าง A380 กลับกลายเป็นบทเรียนว่าเทคโนโลยีที่น่าทึ่งอาจไม่ชนะเสมอไป ถ้าพฤติกรรมตลาดและต้นทุนการใช้งานเปลี่ยนไป

ดังนั้น 5 โครงการนี้จึงไม่ได้เล่าแค่ความอลังการของมนุษย์ แต่เล่าว่า “ความยิ่งใหญ่” มักมาพร้อมคำถามเสมอว่า ใครได้ประโยชน์ ใครเป็นผู้จ่าย และสิ่งที่สร้างขึ้นนั้นคุ้มค่ากับโลกในระยะยาวจริงหรือไม่

 



⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
ผู้แข็งแกร่งไร้เทียมทาน's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 43 ครั้ง
เขียนโดย ผู้แข็งแกร่งไร้เทียมทาน
นักข่าวสายไวรัล [เน้นข่าวต่างประเทศ] และ คนดูหนังแห่งชาติ
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
คอมพิวเตอร์แบรนด์ไทย ที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดตลอดกาลมหาวิทยาลัยญี่ปุ่นต้อนรับ “นักศึกษาใหม่” เป็นลูกกวางที่เกิดในแคมปัสจงอางสีทองที่ใหญ่ที่สุดทำไมเราถึงใจดีกับคนนอกบ้าน แต่เอาอารมณ์ร้ายไปลงกับคนในครอบครัวอย. เปิดรายชื่อหมูยอ-ลูกชิ้น 20 รายการ ควรเช็กก่อนกิน ไม่ใช่แค่ดูยี่ห้อคุ้นตารวมหวยเด็ด 10 อาจารย์ดัง งวด 16 มิถุนายน 2569 เลขไหนมาแรงที่สุด?จ้างหมอลำหนึ่งงานต้องเตรียมงบเท่าไร เช็กก่อนตกลงคิวปล่อยพังพอนปราบงูพิษ แต่จบด้วยหายนะ! บทเรียนราคาแพงเกือบ 50 ปีของญี่ปุ่นPepsi Blue หายไปไหน? น้ำอัดลมสีฟ้าในตำนานที่คนจำได้มากกว่าที่ตลาดยอมรับทำไมยิ่งไม่ชอบใคร สมองกลับยิ่งเผลอจับตาดูเขาทำไมเราบอกว่าอยากฟังความจริง แต่พอได้ยินกลับรับไม่ไหว4 เมืองใหญ่ที่กำลังทรุดตัว ทำไม “น้ำบาดาล” อาจน่ากลัวกว่าน้ำทะเล
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
มหาวิทยาลัยญี่ปุ่นต้อนรับ “นักศึกษาใหม่” เป็นลูกกวางที่เกิดในแคมปัสPepsi Blue หายไปไหน? น้ำอัดลมสีฟ้าในตำนานที่คนจำได้มากกว่าที่ตลาดยอมรับรวมหวยเด็ด 10 อาจารย์ดัง งวด 16 มิถุนายน 2569 เลขไหนมาแรงที่สุด?น้ำตาลหวานแค่ปลายลิ้น แต่ร่างกายอาจรับภาระมากกว่าที่คิดทำไมของแพงถึงดูดีกว่า ทั้งที่บางครั้งคุณภาพอาจไม่ได้ต่างมาก
กระทู้อื่นๆในบอร์ด ข่าววันนี้
สายยางขนาด 300 ตัน ลอยมาเกยชายฝั่งญี่ปุ่นบัตรสวัสดิการฯ รายเดิม เช็กให้ชัด ใครบ้างต้องลงทะเบียนค่าน้ำ-ค่าไฟก่อน 19 มิ.ย.มหาวิทยาลัยญี่ปุ่นต้อนรับ “นักศึกษาใหม่” เป็นลูกกวางที่เกิดในแคมปัสทางเลือกที่สมเหตุสมผล
ตั้งกระทู้ใหม่