3 ชื่อโรคจากตำนาน ที่วิทยาศาสตร์อธิบายได้แล้ว
บางโรคมีชื่อฟังเหมือนหลุดมาจากตำนาน ทั้งนักบุญ ยักษ์ตาเดียว และคำสาปนางพรายน้ำ แต่เบื้องหลังชื่อเหล่านี้คือโรคจริงที่แพทย์อธิบายได้ด้วยระบบประสาท พันธุกรรม และความผิดปกติของพัฒนาการตั้งแต่ในครรภ์
ชื่อโรคแบบนี้สะท้อนประวัติศาสตร์อย่างหนึ่ง คือในยุคที่มนุษย์ยังไม่เข้าใจกลไกของร่างกาย อาการที่ดูแปลกหรือควบคุมไม่ได้มักถูกโยงเข้ากับเทพเจ้า คำสาป ปีศาจ หรือสิ่งเหนือธรรมชาติ
แต่ปัจจุบัน หลายชื่อที่เคยฟังน่ากลัวยังถูกใช้ต่อในวงการแพทย์หรือในภาษาเล่าทั่วไป เพียงแต่ความหมายเปลี่ยนไปแล้ว จาก “เรื่องลี้ลับ” เป็น “เบาะแสทางประวัติศาสตร์ของการแพทย์”
1. St. Vitus’ Dance โรคที่เคยถูกมองเหมือนการเต้นต้องคำสาป
St. Vitus’ Dance หรือชื่อทางการแพทย์ว่า Sydenham chorea เป็นความผิดปกติของระบบประสาทที่ทำให้เกิดการเคลื่อนไหวแบบกระตุก ควบคุมไม่ได้ มักเห็นได้ที่ใบหน้า แขน มือ และขา
โรคนี้เกี่ยวข้องกับ ไข้รูมาติก ซึ่งเป็นภาวะแทรกซ้อนหลังการติดเชื้อแบคทีเรียกลุ่มสเตรปโตคอคคัสบางชนิด เช่น คออักเสบจากเชื้อสเตรป ผู้ป่วยจำนวนมากเป็นเด็กหรือวัยรุ่น และอาจมีอาการร่วม เช่น กล้ามเนื้ออ่อนแรง อารมณ์แปรปรวน หรือทำงานละเอียดด้วยมือได้ยาก
ชื่อ Sydenham chorea มาจากแพทย์อังกฤษ Thomas Sydenham ผู้บรรยายโรคนี้อย่างเป็นระบบ ส่วนชื่อ St. Vitus’ Dance มาจากความเชื่อยุโรปยุคกลางที่เชื่อมโยงอาการเคลื่อนไหวผิดปกติกับนักบุญไวตัส
ในอดีต คนที่มีอาการกระตุกหรือเคลื่อนไหวซ้ำ ๆ อาจถูกมองว่า “เต้นอย่างควบคุมไม่ได้” และบางพื้นที่เชื่อว่าเกี่ยวกับคำสาปหรือพลังเหนือธรรมชาติ ผู้คนจึงไปขอพรจากนักบุญเพื่อให้หายจากอาการ
วันนี้เรารู้แล้วว่าอาการแบบนี้ไม่ได้มาจากคำสาป แต่เกี่ยวข้องกับการตอบสนองของร่างกายหลังการติดเชื้อ และเป็นหนึ่งในภาวะที่แพทย์ต้องประเมินอย่างจริงจัง
2. Cyclopia โรคหายากที่ชื่อมาจากยักษ์ตาเดียว
Cyclopia เป็นความผิดปกติแต่กำเนิดที่รุนแรงมาก ชื่อมาจาก Cyclops หรือยักษ์ตาเดียวในตำนานกรีก
ในทางการแพทย์ Cyclopia เป็นรูปแบบรุนแรงของ holoprosencephaly ซึ่งเกิดจากสมองส่วนหน้าของตัวอ่อนไม่แบ่งเป็นสองซีกตามปกติ ความผิดปกตินี้ส่งผลต่อสมองและใบหน้า ทำให้ดวงตาอาจรวมอยู่ตรงกลาง หรือมีเบ้าตาผิดรูปอย่างมาก
โรคนี้พบได้น้อยมาก และมักมีพยากรณ์โรครุนแรง ทารกจำนวนมากเสียชีวิตตั้งแต่อยู่ในครรภ์หรือไม่นานหลังคลอด จึงไม่ควรนำเสนอด้วยภาพหวือหวาหรือทำให้เป็นเรื่องประหลาดเพื่อความบันเทิง
สิ่งที่คนมักเข้าใจผิดคือ Cyclopia ไม่ใช่ “สัตว์ประหลาด” และไม่ใช่ลางร้าย แต่เป็นความผิดปกติของพัฒนาการช่วงต้นของตัวอ่อน ซึ่งอาจสัมพันธ์กับความผิดปกติทางพันธุกรรมหรือโครโมโซมบางแบบ
ปัจจุบัน แพทย์อาจตรวจพบความผิดปกติบางลักษณะได้ตั้งแต่อยู่ในครรภ์ด้วยการฝากครรภ์และการตรวจอัลตราซาวนด์ตามข้อบ่งชี้ทางการแพทย์
3. Ondine’s Curse คำสาปในนิทานที่คล้ายโรคหยุดหายใจขณะหลับ
Ondine’s Curse เป็นชื่อเก่าที่ใช้เรียกภาวะ Congenital Central Hypoventilation Syndrome หรือ CCHS ซึ่งเป็นโรคหายากที่กระทบระบบประสาทอัตโนมัติ โดยเฉพาะการควบคุมการหายใจ
คนทั่วไปไม่ต้องคิดตลอดเวลาว่าต้องหายใจ เพราะสมองและระบบประสาทอัตโนมัติช่วยควบคุมให้ แต่ผู้ที่มี CCHS อาจหายใจช้าหรือตื้นเกินไป โดยเฉพาะตอนหลับ ทำให้ระดับออกซิเจนลดลงและคาร์บอนไดออกไซด์ในเลือดสูงขึ้น
โรคนี้มักเกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงของยีน PHOX2B ซึ่งมีบทบาทต่อการพัฒนาระบบประสาทอัตโนมัติ ผู้ป่วยบางรายต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ โดยเฉพาะช่วงนอนหลับ และต้องติดตามกับทีมแพทย์เฉพาะทางอย่างต่อเนื่อง
ชื่อ Ondine’s Curse มาจากตำนานยุโรปเกี่ยวกับนางพรายน้ำชื่อออนดีน ที่สาปคนรักให้ต้อง “จำการหายใจของตัวเอง” หากหลับเมื่อไรจะหยุดหายใจ ชื่อนี้จึงติดหู เพราะคล้ายภาพของโรคที่ร่างกายควบคุมการหายใจอัตโนมัติได้ผิดปกติ
อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันชื่อที่เหมาะสมกว่าในทางการแพทย์คือ CCHS เพราะอธิบายตัวโรคได้ตรงกว่า และลดภาพจำแบบคำสาปหรือเรื่องเหนือธรรมชาติ

ทำไมชื่อโรคเหล่านี้ยังน่าสนใจ
ชื่อโรคที่มาจากตำนานไม่ได้มีไว้เพื่อทำให้โรคดูน่ากลัวกว่าเดิม แต่ช่วยให้เห็นว่า การแพทย์เคยเดินทางผ่านยุคที่มนุษย์ยังไม่เข้าใจร่างกายตัวเองมาก่อน
สิ่งที่ควรจำคือ ชื่อโรคอาจฟังเหมือนนิทาน แต่ผู้ป่วยและครอบครัวเจอสถานการณ์จริง หลายโรคเป็นภาวะรุนแรงและต้องได้รับการดูแลจากแพทย์ ไม่ควรใช้ชื่อเหล่านี้เพื่อหยอกล้อ ตีตรา หรือทำให้คนป่วยดูแปลกประหลาด
อ่านในมุมความรู้ โรคเหล่านี้ทำให้เราเห็นทั้งสองด้านพร้อมกัน ด้านหนึ่งคือจินตนาการและความกลัวของมนุษย์ในอดีต อีกด้านคือความก้าวหน้าของวิทยาศาสตร์ที่ค่อย ๆ เปลี่ยน “คำสาป” ให้กลายเป็นคำอธิบายที่ตรวจสอบได้
แหล่งที่มา: NCBI Bookshelf / MedlinePlus Genetics / PubMed Central
อ้างอิง:
https://www.ncbi.nlm.nih.gov/books/NBK430838/
https://medlineplus.gov/genetics/condition/congenital-central-hypoventilation-syndrome/
https://pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC8581486/
เขียนโดย ผู้แข็งแกร่งไร้เทียมทาน
นักวิจัยสวิสเปิดตัว “มือหุ่นยนต์” เดินได้...หลายคนขยี้ตารัวๆ
10 เรื่องแปลกเมืองไทย ที่แม้แต่คนไทยเองก็อาจไม่เคยรู้ว่ามีอยู่จริง
เจาะแนวทางเลขเด็ดปฏิทินจีน 2 ฉบับ งวดประจำวันที่ 16 พฤศจิกายน 2569
5 จังหวัดในไทยที่ชาวต่างชาติชอบมากที่สุด และนิยมย้ายมาใช้ชีวิตหลังเกษียณ
เปิด 10 อำเภอที่ดินถูกที่สุดในไทย บางพื้นที่ราคาประเมินเริ่มเพียง 10,000 บาทต่อไร่
เลขเด็ดปฏิทิน "หลวงปู่สรวง" งวดวันที่ 16 พฤศจิกายน 69 ชอบเลขไหน จัดได้เลย!
ส้มยักษ์บนตู้รถไฟ: โปสการ์ดปี 1909 เล่าความอุดมสมบูรณ์ของแคลิฟอร์เนีย
รู้จัก “ปลาหวานโรยงา” อาหารแปรรูปยอดฮิต แท้จริงแล้วทำจากปลาอะไร?
Holywell Street กลายเป็นแหล่งค้าหนังสืออีโรติกได้อย่างไร ก่อนถูกแทนที่ด้วย Aldwych?
ทำไมชาวโรมันสร้างลูกโลหะ 12 ด้านมีรู แต่ไม่มีใครรู้แน่ชัดว่าใช้ทำอะไร?
รวมสุดยอดเลขเด่น-เลขดัง มหาชน "แม่ทำเนียบ" งวด 16 พ.ย. 2569 เจาะลึก 10 เลขฮิตและรหัสเลขมงคลทั่วไทย
ไม้กลายเป็นหินเมืองตาก ยาว 69.70 เมตร เปิดตำนานฟอสซิลยักษ์ที่ทำสถิติโลก
เลขเด็ดปฏิทิน "หลวงปู่สรวง" งวดวันที่ 16 พฤศจิกายน 69 ชอบเลขไหน จัดได้เลย!
10 เรื่องแปลกเมืองไทย ที่แม้แต่คนไทยเองก็อาจไม่เคยรู้ว่ามีอยู่จริง
ทำไมชาวโรมันสร้างลูกโลหะ 12 ด้านมีรู แต่ไม่มีใครรู้แน่ชัดว่าใช้ทำอะไร?
ส้มยักษ์บนตู้รถไฟ: โปสการ์ดปี 1909 เล่าความอุดมสมบูรณ์ของแคลิฟอร์เนีย
หวยซองคําชะโนด งวด 16 พฤศจิกายน 69 เปิดเลขเด่น 3 ตัว พร้อมเลขชุด 2 ตัว
จดโน้ตแบบ Cornell: วิธีจดที่ทำให้โน้ตกลายเป็นแบบทดสอบตัวเอง
นักวิจัยสวิสเปิดตัว “มือหุ่นยนต์” เดินได้...หลายคนขยี้ตารัวๆ
“ช่างเอ็ม” อ้างเงินมูลนิธิฯ เกือบ 12 ล.โอนเข้าบัญชี ก่อนถอนเงินสดคืน “ก็อต”
ก็อตรับหลอกบุ๋ม อึ้งเงินมูลนิธิฯ หมันพันล้าน คุ้ยต่อใช้เงินบุญซื้อที่?
แม่มาแล้ว! “บุ๋ม ปนัดดา” แจ้งความ สามี “ก็อต อธิป” พร้อมเคลียร์คดี “ออยศรี”
