ไทย–จีนขาดดุลหนัก ไทยเร่งเปิดตลาดใหม่กับ EU แล้ว CPTPP อยู่ตรงไหน
การค้าระหว่างไทยกับจีนกำลังเป็นโจทย์ใหญ่ของเศรษฐกิจไทย เพราะไทยนำเข้าสินค้าจากจีนมากกว่าส่งออกอย่างชัดเจน ขณะเดียวกันรัฐบาลกำลังเร่งหาตลาดใหม่ผ่านการเจรจา FTA กับสหภาพยุโรป เพื่อไม่ให้เศรษฐกิจไทยพึ่งตลาดใดตลาดหนึ่งมากเกินไป
เรื่องนี้ไม่ใช่แค่ข่าวของนักลงทุนหรือกระทรวงพาณิชย์ แต่เกี่ยวกับผู้ประกอบการไทย เกษตรกร โรงงานส่งออก ร้านค้าออนไลน์ และคนทำงานทั่วไป เพราะทิศทางการค้าใหม่อาจส่งผลต่อราคาสินค้า ต้นทุนการผลิต โอกาสส่งออก และมาตรฐานสินค้าที่ไทยต้องปรับตัว
ประเด็นแรกที่ต้องดูให้ชัดคือ ไทยกับจีนยังเป็นคู่ค้าสำคัญมาก แต่ความสัมพันธ์นี้ไม่ได้มีแต่ด้านบวก สื่อเศรษฐกิจรายงานว่าไทยขาดดุลการค้ากับจีนในปี 2025 ราว 2.2 ล้านล้านบาท หรือประมาณ 67.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยสินค้านำเข้าหลักเกี่ยวข้องกับเครื่องจักร อุปกรณ์ไฟฟ้า และสินค้าอุตสาหกรรมจำนวนมาก
ตัวเลขนี้สะท้อนว่าไทยได้ประโยชน์จากวัตถุดิบ เครื่องจักร และสินค้าต้นทุนต่ำจากจีน แต่ในอีกด้านหนึ่ง ผู้ผลิตไทยจำนวนไม่น้อยต้องแข่งขันกับสินค้านำเข้าราคาถูกกว่า โดยเฉพาะกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค เครื่องใช้ไฟฟ้า ชิ้นส่วน และสินค้าที่ขายผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์
อีกด้านหนึ่ง จีนไม่ได้เป็นเพียง “โรงงานโลก” แบบเดิมอีกต่อไป แต่กำลังขยับไปสู่สินค้าที่มีเทคโนโลยีสูงขึ้น เช่น อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ชิ้นส่วนที่เกี่ยวกับ AI และสินค้าอุตสาหกรรมขั้นสูง Reuters รายงานว่าการส่งออกจีนเดือนพฤษภาคม 2026 โตแรงกว่าคาด โดยได้แรงหนุนจากสินค้าเทคโนโลยีสูงและความต้องการด้าน AI แม้ยังมีแรงกดดันจากภูมิรัฐศาสตร์และความเสี่ยงเรื่องอุปสงค์ในประเทศ
นั่นหมายความว่า การแข่งขันของไทยในอนาคตอาจไม่ใช่แค่แข่งกับสินค้าราคาถูก แต่ต้องแข่งกับห่วงโซ่อุตสาหกรรมที่จีนพัฒนาเร็วขึ้นเรื่อย ๆ
ในจังหวะเดียวกัน ไทยกำลังเดินหน้าเจรจา FTA กับสหภาพยุโรป ซึ่งเป็นประเด็นที่มีความคืบหน้าชัดกว่า CPTPP ในตอนนี้ กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศระบุว่า การเจรจา FTA ไทย–EU รอบที่ 8 ระหว่างวันที่ 2–6 กุมภาพันธ์ 2569 มีความคืบหน้า โดยสรุปข้อบทได้แล้ว 11 จาก 24 บท และตั้งเป้าสรุปผลการเจรจาภายในปี 2569
ฝั่งสหภาพยุโรปเองระบุว่า EU และไทยตกลงกลับมาเจรจา FTA อีกครั้งตั้งแต่มีนาคม 2023 โดยตั้งเป้าเป็นความตกลงที่ทันสมัย สมดุล และมีความยั่งยืนเป็นแกนสำคัญ
จุดที่คนไทยควรสนใจคือ FTA กับ EU ไม่ได้หมายถึงการลดภาษีสินค้าอย่างเดียว แต่ยังเกี่ยวกับมาตรฐานแรงงาน สิ่งแวดล้อม ความปลอดภัยสินค้า การจัดซื้อจัดจ้าง และกฎระเบียบที่ผู้ประกอบการไทยอาจต้องปรับตัว หากทำได้ดี ไทยอาจมีโอกาสส่งออกสินค้าเกษตรแปรรูป อาหาร ชิ้นส่วนอุตสาหกรรม สินค้าไลฟ์สไตล์ และบริการที่มีมูลค่าสูงขึ้น
ส่วน CPTPP ต้องพูดอย่างระมัดระวัง เพราะแม้ไทยเคยมีการถกเถียงเรื่องการเข้าร่วมมาหลายปี แต่จากข้อมูลที่ตรวจสอบได้ในขณะนี้ ยังไม่พบแหล่งทางการล่าสุดที่ยืนยันว่าไทยได้ตัดสินใจเดินหน้าเข้าร่วม CPTPP ในเดือนมิถุนายน 2569 อย่างเป็นรูปธรรม จึงควรวาง CPTPP เป็น “ประเด็นที่ต้องติดตาม” ไม่ใช่ข้อสรุปว่าไทยกำลังจะเข้าร่วมแล้ว
ทำไมเรื่องนี้ถึงสำคัญกับคนทั่วไป?
สำหรับผู้ประกอบการ SME การเปิดตลาดใหม่อาจหมายถึงโอกาสขายสินค้าไปยังตลาดที่มีกำลังซื้อสูงขึ้น แต่ก็ต้องเตรียมเอกสาร มาตรฐานสินค้า แหล่งที่มาวัตถุดิบ และข้อกำหนดด้านสิ่งแวดล้อมให้พร้อมกว่าเดิม
สำหรับเกษตรกรและผู้ผลิตอาหาร ตลาด EU อาจเป็นโอกาสของสินค้าเกษตรคุณภาพสูง อาหารแปรรูป และสินค้าที่มีเรื่องราวชัดเจน แต่ตลาดนี้มักให้ความสำคัญกับความปลอดภัย การตรวจสอบย้อนกลับ และมาตรฐานการผลิต
สำหรับโรงงานและผู้ส่งออก การลดการพึ่งพาจีนอาจช่วยกระจายความเสี่ยง หากเศรษฐกิจจีนชะลอหรือเกิดแรงกดดันทางการค้า แต่การไปตลาดใหม่ก็ต้องลงทุนด้านคุณภาพ เทคโนโลยี และระบบบริหารจัดการมากขึ้น
สำหรับผู้บริโภคในไทย ผลกระทบอาจมาในรูปแบบราคาสินค้า ทางเลือกสินค้าที่มากขึ้น หรือมาตรฐานสินค้าที่เปลี่ยนไป หากไทยเปิดตลาดมากขึ้น สินค้านำเข้าบางประเภทอาจแข่งขันมากขึ้น ขณะที่ผู้ผลิตไทยต้องปรับตัวเพื่อรักษาตลาดในประเทศ
สิ่งที่ควรจับตาต่อจากนี้มี 4 เรื่อง
หนึ่ง ผลการเจรจา FTA ไทย–EU จะสรุปได้ภายในปี 2569 ตามเป้าหมายหรือไม่ และข้อบทที่เหลือจะกระทบภาคธุรกิจไทยมากแค่ไหน
สอง ไทยจะมีมาตรการช่วย SME และเกษตรกรปรับตัวอย่างไร เพราะการเปิดตลาดไม่ควรเป็นโอกาสเฉพาะธุรกิจใหญ่
สาม ไทยจะลดความเสี่ยงจากการขาดดุลการค้ากับจีนได้จริงหรือไม่ หรือจะยังเป็นเพียงการนำเข้าสินค้าต้นทุนต่ำมากขึ้นเรื่อย ๆ
สี่ ประเด็น CPTPP จะกลับมาอยู่บนโต๊ะนโยบายอย่างเป็นทางการหรือไม่ และหากกลับมา รัฐบาลจะอธิบายผลดี ผลเสีย และมาตรการรองรับให้ประชาชนเข้าใจมากพอหรือยัง
สรุปง่าย ๆ คือ เศรษฐกิจไทยกำลังอยู่ระหว่างการ “บาลานซ์” ระหว่างจีน ตลาดเดิมที่สำคัญมาก กับตลาดใหม่อย่าง EU ที่อาจช่วยเพิ่มทางเลือกในระยะยาว ส่วน CPTPP ยังควรติดตามแบบไม่ด่วนสรุป
ถ้าไทยอยากได้ประโยชน์จากการค้าโลกจริง จุดสำคัญไม่ใช่แค่การลงนามในข้อตกลงใหม่ แต่คือการทำให้ผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะรายเล็กและรายกลาง ปรับตัวทันมาตรฐานใหม่ และแข่งขันได้โดยไม่ถูกทิ้งไว้ข้างหลัง
อ้างอิง: https://www.dtn.go.th/th/gallery/article/detail/id/41/iid/1447
เขียนโดย หนึ่งวัน พันกว่าเรื่อง
เปิด 3 ประเทศยอดฮิตที่เด็ก สปป.ลาว นิยมไปเรียนต่อต่างประเทศ
ส่องแนวทางเลขมงคลและเลขดับพารวยต้านกระแส งวดวันที่ 16 กรกฎาคม 2569
เขตของกรุงเทพมหานคร ที่มีสภาพเป็นพื้นที่ชนบทมากที่สุด
ดินโป่ง ซูเปอร์มาร์เก็ตแร่ธาตุ ของพี่ใหญ่แห่งป่า
7 ไอเทมที่คนรวยจริง "ไม่คิดจะซื้อ" แต่อวดรวยชอบมี
วันนี้ "6 กรกฎาคม" ทั่วโลกยกให้เป็น "วันไก่ทอดแห่งชาติ" หรือ "วันไก่ทอดสากล"
4 สุสานที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย
"แต๋วจ๋าพารวย" วันที่ 16 กรกฎาคม 2569
5 พฤติกรรมช้อปปิ้งออนไลน์ที่กลืนเงินเก็บคุณไปแบบไม่รู้ตัว
AI วิเคราะห์สถิติ 20 ปีหวยงวด 16 ก.ค.69 ให้เลขท้าย 2 ตัวเน้นๆ!
แนวทางเลข "ม้าวิ่ง" 16 กรกฏาคม 2569
จังหวัดอันดับหนึ่งของไทย ที่โดดเด่นเรื่องนางงามมากที่สุด
10 บิ๊กสกู๊ตเตอร์ที่นิยมในไทย ปี 2026 ขี่สบาย เดินทางไกลได้ดี ฟีเจอร์ครบ
วันนี้ "6 กรกฎาคม" ทั่วโลกยกให้เป็น "วันไก่ทอดแห่งชาติ" หรือ "วันไก่ทอดสากล"
เครื่องบินโดยสารขนาดใหญ่ ที่สามารถจุผู้โดยสารได้มากที่สุดในโลก

