น้อมส่งเสด็จสู่สวรรคาลัย "เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ" เจ้าหญิงนักกฎหมายผู้ทรงงานเพื่อประชาชน สิ้นพระชนม์ 11 มิ.ย. 2569
สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา สิ้นพระชนม์ลงด้วยพระอาการสงบ เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 11 มิถุนายน 2569 เวลา 19 นาฬิกา 48 นาที ณ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย สิริพระชันษาปีที่ 47 ข่าวนี้สร้างความโศกเศร้าอาลัยแก่ปวงชนชาวไทยทั่วทุกสารทิศ
พระประวัติและพระราชกำเนิด
สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ หรือที่พสกนิกรชาวไทยเรียกพระนามลำลองว่า "พระองค์ภา" ทรงเป็นพระราชธิดาพระองค์ใหญ่ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 กับพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ ทรงประสูติเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 7 ธันวาคม พุทธศักราช 2521 ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต นับเป็นพระราชนัดดาพระองค์แรกในพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9
เจ้าฟ้านักกฎหมายผู้ทรงปรีชาสามารถ
พระองค์ทรงมีพระปรีชาสามารถด้านการศึกษาอย่างโดดเด่น โดยทรงสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีจากคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ด้วยผลการเรียนเกียรตินิยมอันดับสอง และยังทรงสำเร็จปริญญารัฐศาสตรบัณฑิตจากมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช ด้วยเกียรตินิยมอันดับหนึ่ง ก่อนจะเสด็จไปทรงศึกษาต่อในระดับปริญญาโท (LL.M.) และปริญญาเอก (J.S.D.) ด้านนิติศาสตร์ ณ มหาวิทยาลัยคอร์เนลล์ ซึ่งเป็นหนึ่งในมหาวิทยาลัยกลุ่มไอวีลีกอันทรงเกียรติของสหรัฐอเมริกา
ภายหลังทรงสำเร็จการศึกษา พระองค์ทรงเริ่มรับราชการเป็นพนักงานอัยการตั้งแต่ปี 2549 ทรงปฏิบัติงานในฐานะอัยการผู้ช่วย รองอัยการจังหวัด และอัยการจังหวัดในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ จนทรงได้รับการขนานพระนามว่า "เจ้าหญิงนักกฎหมาย" จากสื่อมวลชนทั้งไทยและต่างประเทศ
พระกรณียกิจด้านการต่างประเทศและสหประชาชาติ
พระองค์ทรงมีบทบาทสำคัญในเวทีระหว่างประเทศ โดยทรงดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูตประจำคณะกรรมาธิการแห่งสหประชาชาติว่าด้วยการป้องกันอาชญากรรมและความยุติธรรมทางอาญา ณ กรุงเวียนนา สาธารณรัฐออสเตรีย ระหว่างปี 2555-2557 กองทุนการพัฒนาเพื่อสตรีแห่งสหประชาชาติ (UNIFEM) ได้ทูลเกล้าฯ ถวายตำแหน่ง "ทูตสันถวไมตรี" (Goodwill Ambassador) ในการต่อต้านความรุนแรงต่อสตรีด้านหลักนิติธรรม ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
โครงการกำลังใจในพระดำริ
หนึ่งในพระกรณียกิจที่โดดเด่นที่สุดของพระองค์คือ "โครงการกำลังใจในพระดำริ" ซึ่งทรงก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2549 ณ ทัณฑสถานหญิงกลาง กรุงเทพมหานคร โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ความช่วยเหลือและเป็นกำลังใจแก่ผู้ต้องขัง โดยเฉพาะผู้ต้องขังหญิง ให้สามารถกลับคืนสู่สังคมได้อย่างมีคุณภาพ โครงการนี้ดำเนินมาอย่างต่อเนื่องยาวนานกว่า 16 ปี
นอกจากนี้ยังทรงก่อตั้ง "มูลนิธิณภาฯ" เพื่อช่วยเหลือกลุ่มผู้ด้อยโอกาส ผู้ต้องขัง และผู้พ้นโทษ ผ่านการฝึกอาชีพและการผลิตสินค้าภายใต้แบรนด์ "ณภาฯ" รวมถึงโครงการ "Bounce Be Good : เด้ง ได้ ดี" ซึ่งใช้กีฬาเป็นเครื่องมือในการพัฒนาเด็กและเยาวชนที่เคยกระทำผิดหรือเสี่ยงต่อการกระทำผิด
มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก
อีกหนึ่งพระกรณียกิจที่ประชาชนคุ้นเคยเป็นอย่างดีคือการทรงงานผ่าน "มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย" ซึ่งพระองค์ทรงดำรงตำแหน่งประธานกรรมการ ยามใดที่เกิดเหตุภัยพิบัติ โดยเฉพาะอุทกภัย มูลนิธิแห่งนี้จะออกหน่วยเคลื่อนที่ไปช่วยเหลือบรรเทาทุกข์ผู้ประสบภัยทันที โดยมีหลายครั้งที่พระองค์เสด็จไปยังพื้นที่ประสบภัยด้วยพระองค์เอง
ทรงพระประชวรและการรักษา
เมื่อวันที่ 14 ธันวาคม พุทธศักราช 2565 สำนักพระราชวังได้ออกแถลงการณ์ว่า พระองค์ทรงพระประชวรหมดพระสติด้วยพระอาการทางพระหทัย และทรงเข้ารับการรักษาพระองค์ที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา คณะแพทย์ผู้ถวายการรักษาได้ทุ่มเทถวายการรักษาอย่างใกล้ชิดตลอดระยะเวลากว่า 3 ปีครึ่ง
กระทั่งตั้งแต่วันที่ 21 พฤษภาคม 2569 พระอาการทรุดลงจากการติดเชื้อในพระนาภี (ช่องท้อง) จากการอักเสบของพระอันตะ (ลำไส้ใหญ่) ความดันพระโลหิตต่ำ พระหทัยเต้นผิดจังหวะ และการแข็งตัวของพระโลหิตผิดปกติ แม้คณะแพทย์จะถวายการรักษาอย่างสุดความสามารถ แต่พระอาการทรุดหนักลงตามลำดับ จนกระทั่งสิ้นพระชนม์ด้วยพระอาการสงบในคืนวันพฤหัสบดีที่ 11 มิถุนายน 2569
พระราชพิธีและการไว้ทุกข์
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้สำนักพระราชวังจัดการพระศพ ถวายพระเกียรติยศสูงสุดตามราชประเพณี รัฐบาลได้ประกาศให้มีการไว้ทุกข์เป็นเวลา 15 วัน เพื่อน้อมรำลึกถึงพระกรุณาธิคุณและพระเมตตาของพระองค์ที่ทรงมีต่อปวงชนชาวไทยตลอดพระชนม์ชีพ
ความอาลัยจากทั่วโลก
ข่าวการสิ้นพระชนม์ของพระองค์ได้รับความสนใจอย่างกว้างขวางจากสื่อมวลชนและประชาชนทั่วโลก ประชาชนชาวไทยจำนวนมากต่างพากันเดินทางมาถวายสักการะพระศพ ณ พระบรมมหาราชวัง เพื่อแสดงความจงรักภักดีและความอาลัยต่อพระองค์ผู้ทรงเป็นที่รักยิ่งของปวงชน
มรดกแห่งพระกรณียกิจ
แม้พระองค์จะสิ้นพระชนม์ไปแล้ว แต่พระกรณียกิจและโครงการในพระดำริต่าง ๆ ที่ทรงริเริ่มไว้จะยังคงดำเนินต่อไป เพื่อสืบสานพระปณิธานในการช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาสและพัฒนากระบวนการยุติธรรมของประเทศไทยให้มีความเป็นธรรมและเท่าเทียมยิ่งขึ้น สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ทรงเป็นแบบอย่างอันงดงามของเจ้าฟ้าผู้ทรงงานเพื่อประชาชนอย่างแท้จริง พระนามของพระองค์จะยังคงอยู่ในหัวใจของปวงชนชาวไทยตราบนานเท่านาน ขอน้อมส่งเสด็จสู่สวรรคาลัยด้วยความอาลัยยิ่ง
อ้างอิง: https://www.bbc.com/thai
เขียนโดย หนึ่งวัน พันกว่าเรื่อง
ยีนอ้วนมีจริงไหม? ทำไมบางคนกินเท่ากัน แต่อ้วนง่ายกว่า
ทำไมเสาไม้ใต้เวนิสยังไม่ผุ
เปิดตำนาน 7 ห้างสรรพสินค้าในอดีตที่เคยรุ่งเรือง
5 สถานที่อากาศบริสุทธิ์ที่สุดในประเทศไทย สูดลมหายใจได้เต็มปอด
อาชีพข้าราชการไทยที่เงินเดือนเยอะที่สุด
10 โรงแรมในตำนานของไทย ที่เคยโด่งดังแต่ปัจจุบันเหลือเพียงความทรงจำ
10 เมนูแปลกๆ แดนอีสาน
ทำไมนักบินอวกาศหญิงต้องกินยาคุมกำเนิดแบบต่อเนื่อง
ใส่มาตั้งนาน เพิ่งรู้! ทำไมรองเท้า Converse ถึงต้องมี "รูเล็ก ๆ 2 รู" อยู่ข้างเท้า?
7-11 สาขาแรกในประเทศไทย
รวมเลขปฏิทินจีน งวด 1 สิงหาคม 2569
ถนน 1 กิโลเมตร แพงแค่ไหน
ทำไมนักบินอวกาศหญิงต้องกินยาคุมกำเนิดแบบต่อเนื่อง
5 สถานที่อากาศบริสุทธิ์ที่สุดในประเทศไทย สูดลมหายใจได้เต็มปอด


