ค้างค่าเทอมโรงเรียนเอกชนพุ่ง 2.17 พันล้าน กระทบทั้งผู้ปกครองและครู
ยอดค้างค่าเทอมโรงเรียนเอกชนปี 2568 ถูกระบุว่าสูงกว่า 2,175 ล้านบาท จากนักเรียนค้างชำระกว่า 575,000 คน ทำให้หลายโรงเรียนเริ่มเจอปัญหาสภาพคล่อง โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายประจำอย่างเงินเดือนครูและบุคลากร
ตัวเลขนี้มาจากการสำรวจของสมาคมคณะกรรมการประสานและส่งเสริมการศึกษาเอกชนแห่งประเทศไทย ซึ่งมีโรงเรียนเอกชนประเภทสามัญศึกษาร่วมตอบแบบสำรวจ 3,044 โรงเรียน จากนักเรียนกว่า 1.58 ล้านคน พบว่านักเรียนค้างชำระค่าธรรมเนียมการศึกษาราว 35.43% ของนักเรียนทั้งหมด
สิ่งที่ทำให้เรื่องนี้น่ากังวล ไม่ใช่แค่ตัวเลขหนี้ แต่คือผลกระทบที่ไหลต่อกันเป็นลูกโซ่ เมื่อผู้ปกครองจ่ายไม่ไหว โรงเรียนก็หมุนเงินยากขึ้น และคนที่ได้รับผลทันทีคือครู บุคลากร รวมถึงคุณภาพบริการในโรงเรียน
ทำไมค่าเทอมค้างถึงพุ่ง
สาเหตุหลักที่ถูกระบุในการสำรวจคือปัญหาเศรษฐกิจครัวเรือน รองลงมาคือการขาดสภาพคล่องชั่วคราว และบางส่วนเกี่ยวกับความรับผิดชอบในการชำระเงิน
พูดให้เข้าใจง่ายขึ้นคือ หลายบ้านไม่ได้ตั้งใจไม่จ่าย แต่รายได้กับรายจ่ายชนกันพอดี โดยเฉพาะครอบครัวที่มีลูกมากกว่า 1 คน มีค่าเดินทาง ค่าอาหาร ค่าอุปกรณ์การเรียน และค่าใช้จ่ายในบ้านเพิ่มขึ้นพร้อมกัน
ค่าเทอมจึงไม่ใช่รายจ่ายก้อนเดียว แต่เป็นส่วนหนึ่งของภาระทั้งบ้าน เมื่อเงินสดไม่พอ รายจ่ายที่ถูกเลื่อนออกไปมักเป็นค่าเทอม เพราะผู้ปกครองยังคาดหวังว่าลูกจะได้เรียนต่อก่อน แล้วค่อยหาเงินมาปิดยอดภายหลัง
โรงเรียนเอกชนกระทบตรงไหน
โรงเรียนเอกชนจำนวนมากมีต้นทุนประจำที่เลื่อนไม่ได้ เช่น เงินเดือนครู ค่าไฟ ค่าเช่า ค่าบำรุงสถานที่ ค่าวัสดุการเรียน และค่าใช้จ่ายด้านความปลอดภัย
เมื่อรายรับจากค่าเทอมไม่เข้าตามรอบ โรงเรียนจะเริ่มขาดเงินหมุนเวียน บางแห่งอาจชะลอการลงทุน ปรับลดกิจกรรม หรือเลื่อนการพัฒนาหลักสูตร แต่ถ้าหนักขึ้นอาจกระทบถึงการจ่ายเงินเดือนครูและบุคลากร ซึ่งเป็นประเด็นที่สมาคมฯ ระบุว่าโรงเรียนเอกชนกำลังเผชิญอยู่
คนที่อยู่กลางปัญหาคือเด็ก เพราะเด็กไม่ได้เป็นคนสร้างหนี้ แต่เป็นคนที่อาจได้รับผลจากความตึงตัวของทั้งสองฝั่ง ทั้งบ้านที่จ่ายไม่ไหว และโรงเรียนที่ต้องรักษาคุณภาพการเรียนไว้
ผู้ปกครองควรทำอย่างไรถ้าเริ่มจ่ายไม่ไหว
สิ่งที่ควรทำก่อนคือคุยกับโรงเรียนให้เร็ว ไม่ควรรอจนยอดสะสมหลายงวด เพราะเมื่อยอดค้างยาวขึ้น ทางเลือกจะน้อยลง
แนวทางที่พอช่วยลดแรงกระแทกได้ เช่น ขอแบ่งชำระเป็นงวดเล็กลง แจ้งเหตุผลด้านรายได้อย่างตรงไปตรงมา ขอเอกสารยอดค้างทั้งหมดเพื่อจัดลำดับการจ่าย หรือวางแผนชำระเฉพาะยอดที่จำเป็นก่อนตามเงื่อนไขของโรงเรียน
การคุยเร็วช่วยให้ต่อรองง่ายกว่า เพราะโรงเรียนยังพอวางแผนรายรับได้ และผู้ปกครองก็ไม่ต้องแบกความกดดันจนเกินไป
แต่ไม่ควรแก้ด้วยการกู้เงินด่วนโดยไม่อ่านเงื่อนไข เพราะอาจเปลี่ยนปัญหาค่าเทอมให้กลายเป็นหนี้ดอกเบี้ยสูงในระยะยาว ถ้าจำเป็นต้องกู้ ควรดูดอกเบี้ย ค่าปรับ รอบชำระ และความสามารถในการจ่ายคืนให้ชัดก่อนตัดสินใจ
ประเด็นที่ไม่ควรมองเป็นแค่ “โรงเรียน vs ผู้ปกครอง”
เรื่องนี้ไม่ควรถูกมองว่าเป็นการโทษฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง เพราะฝั่งผู้ปกครองจำนวนมากเจอภาระเศรษฐกิจจริง ขณะที่โรงเรียนเองก็มีค่าใช้จ่ายจริงเช่นกัน
โจทย์ที่ยากคือจะทำอย่างไรให้เด็กยังได้เรียนต่อ โรงเรียนยังอยู่ได้ และครูยังได้รับค่าตอบแทนตามปกติ
สมาคมฯ เสนอให้มีมาตรการช่วยเหลือทั้งฝั่งโรงเรียนและผู้ปกครอง รวมถึงกลไกติดตามหนี้ค่าธรรมเนียมการศึกษา ควบคู่กับมาตรการช่วยผู้ปกครองที่ได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจ
ทางออกต้องไม่ผลักภาระไปที่เด็ก เพราะการย้ายโรงเรียนกลางคันหรือหยุดเรียนจากปัญหาเงิน อาจกระทบต่อการเรียน ความมั่นใจ และความต่อเนื่องทางสังคมของเด็กมากกว่าที่หลายคนคิด
สำหรับครอบครัวที่กำลังเจอปัญหานี้ สิ่งที่ทำได้ทันทีคือเปิดยอดหนี้จริง คุยกับโรงเรียนให้ชัด วางแผนจ่ายเป็นรอบ และตัดรายจ่ายที่ไม่จำเป็นก่อนปล่อยให้ยอดค้างสะสม ส่วนระดับนโยบาย เรื่องนี้เป็นสัญญาณว่าค่าใช้จ่ายด้านการศึกษาเริ่มกดทับครัวเรือนมากขึ้น และต้องมีทางออกที่ไม่ทำให้เด็ก ครู หรือโรงเรียนต้องรับแรงกระแทกเพียงฝ่ายเดียว
อ้างอิง: https://www.focusnews.in.th/39310 , https://www.matichon.co.th/local/education/news_5753821
เขียนโดย ธันวา กิตติภพ
เหรียญ 10 มูลค่า 1 ล้านบาท
ที่มาและความสําคัญประวัติศาตร์คลองแสนแสบสายน้ําเส้นเลือดใหญ่คนเมือง
ทำไมช่องประตูตู้เย็นควรเก็บเครื่องปรุง ไม่ใช่นมหรืออาหารสด
มารู้จัก “ตะขบยักษ์” ผลไม้พื้นบ้านลูกโต รสหวาน ปลูกง่าย
4 รถแห่ที่มีค่าจ้างที่แพงที่สุด
10 ความเชื่อผิด ๆ เรื่องชาร์จแบตมือถือ ที่หลายคนยังเข้าใจคลาดเคลื่อน
10 รถจักรยานยนต์ยุค 80 รุ่นดัง ที่หลายคนยังจดจำ
10 นามสกุลที่พบเห็นบ่อยในไทย มีทั้งแซ่จีนและนามสกุลไทย
ทำไม "ทรายจากทะเลทราย" ถึงเอามาสร้างตึกสร้างบ้านไม่ได้
นอนชดเชยวันหยุด ช่วยลดอาการอดนอนได้แค่ไหน
ก่อนเป็นสีน้ำเงิน ตู้ไปรษณีย์สหรัฐฯ เคยใช้สีอะไรมาแล้วบ้าง?
ตำนานเกาะหนูเกาะแมวสงขลา
