ไทยช่วยไทย พลัส ใช้สิทธิเดินทางทะลุ 2 ล้านคน เช็กวิธีใช้ให้คุ้ม
ไทยช่วยไทย พลัส 60/40 เริ่มถูกใช้จริงในชีวิตประจำวันแล้ว โดยเฉพาะค่าเดินทางและการซื้อของ แต่จุดสำคัญคือใช้ให้คุ้มก่อนสิทธิรายเดือนหมดอายุ
รายงานจากสื่อที่อ้างข้อมูลกระทรวงคมนาคมระบุว่า ช่วง 9 วันแรกของโครงการ มีประชาชนใช้สิทธิภาคขนส่งทางบกและระบบรางแตะประมาณ 2 ล้านคน ช่วยลดค่าเดินทางรวมราว 35 ล้านบาท ตัวเลขนี้ทำให้โครงการไม่ได้เป็นแค่ข่าวนโยบาย แต่เริ่มกลายเป็นเครื่องมือช่วยลดค่าใช้จ่ายรายวันของคนทำงาน คนเดินทาง และคนที่ต้องซื้ออาหารนอกบ้านเป็นประจำ
แต่ก่อนใช้สิทธิ ควรรู้เงื่อนไขให้ชัด เพราะโครงการนี้ไม่ใช่การแจกเงินสด และไม่ใช่วงเงินที่สะสมข้ามเดือนได้
ไทยช่วยไทย พลัส 60/40 คืออะไร
โครงการนี้เป็นมาตรการร่วมจ่ายของรัฐ โดยรัฐช่วยจ่าย 60% และประชาชนจ่ายเอง 40% สำหรับอาหาร เครื่องดื่ม สินค้า บริการที่กำหนด และบริการขนส่งสาธารณะบางประเภท ผ่านแอป “เป๋าตัง”
วงเงินรัฐช่วยจ่ายอยู่ที่ไม่เกิน 200 บาทต่อคนต่อวัน และไม่เกิน 1,000 บาทต่อคนต่อเดือน รวม 4 เดือน ตั้งแต่เดือนมิถุนายนถึงกันยายน 2569 หรือรวมสูงสุด 4,000 บาทตลอดโครงการ
พูดง่าย ๆ คือ ถ้าซื้อของ 100 บาท รัฐช่วย 60 บาท เราจ่าย 40 บาท แต่ถ้าจะใช้สิทธิรัฐให้เต็ม 200 บาทต่อวัน ยอดซื้อในวันนั้นจะอยู่ประมาณ 333 บาท เพราะรัฐช่วยได้สูงสุด 60% แต่ไม่เกินเพดานรายวัน
เงื่อนไขสำคัญที่ควรรู้
โครงการใช้สิทธิได้ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน – 30 กันยายน 2569 เวลา 06.00–23.00 น. สำหรับร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการ ส่วนฟู้ดเดลิเวอรีเริ่มใช้ได้ตั้งแต่วันที่ 15 มิถุนายน – 30 กันยายน 2569 เวลา 06.00–21.00 น. ตามเงื่อนไขของโครงการ
ผู้มีสิทธิต้องเป็นคนไทย อายุ 18 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป ณ วันที่ลงทะเบียน มีบัตรประชาชน และต้องไม่อยู่ในกลุ่มที่ถูกตัดสิทธิหรือถูกเรียกเงินคืนจากโครงการคนละครึ่งเดิม รวมถึงไม่เป็นผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐตามฐานข้อมูลที่กำหนด
จุดที่ควรจำให้ขึ้นใจคือ สิทธิที่เหลือในแต่ละเดือนจะไม่ทบไปเดือนถัดไป ถ้าใช้ไม่หมดในเดือนนั้น วงเงินส่วนที่เหลือจะหายไป
ใช้ค่าเดินทางได้ที่ไหนบ้าง
ข้อมูลจากรัฐบาลระบุว่า ไทยช่วยไทย พลัส 60/40 ใช้กับระบบขนส่งสาธารณะหลายประเภท เช่น รถเมล์ ขสมก., รถโดยสาร บขส., รถไฟฟ้า MRT 4 สาย, รถไฟฟ้า BTS ทุกสาย และเรือด่วนเจ้าพระยาบางจุดรับชำระ
สำหรับคนที่เดินทางทุกวัน จุดนี้อาจช่วยลดค่าใช้จ่ายได้จริง โดยเฉพาะคนที่ต้องต่อรถหลายทอด หรือมีค่าเดินทางประจำสูงในแต่ละเดือน
อย่างไรก็ตาม แต่ละระบบมีขั้นตอนและจุดรับชำระต่างกัน ก่อนเดินทางควรเช็กว่าจุดที่ใช้บริการรับสิทธิผ่าน “เป๋าตัง” หรือไม่ เพื่อไม่ให้เสียเวลาเมื่อต้องซื้อตั๋ว
ใช้ให้คุ้ม ต้องดูอะไร
ถ้าอยากใช้สิทธิ 1,000 บาทต่อเดือนให้คุ้ม ควรวางแผนคร่าว ๆ ว่าจะใช้กับอะไรบ้าง เช่น ค่าเดินทางวันทำงาน อาหารกลางวัน หรือของใช้จำเป็นในบ้าน
ไม่จำเป็นต้องใช้เต็ม 200 บาททุกวัน แต่ควรทยอยใช้ให้เหมาะกับพฤติกรรมจริง เพราะถ้ารอใช้ปลายเดือน อาจลืม ใช้ไม่ทัน หรือเจอร้านที่ไม่ร่วมโครงการ
สิ่งที่ควรเช็กก่อนจ่ายคือ
- ร้านค้าหรือบริการนั้นเข้าร่วมโครงการจริงหรือไม่
- ต้องเติมเงินใน G-Wallet ให้พอสำหรับส่วนที่เราต้องจ่ายเองหรือไม่
- ระบบแสดงยอดรัฐช่วยจ่ายและยอดที่เราจ่ายเองถูกต้องหรือไม่
- สิทธิรายวันและสิทธิรายเดือนเหลือเท่าไร
- รายการนั้นเป็นสินค้า/บริการที่เข้าเงื่อนไขหรือไม่
ช่วยระยะสั้นได้ แต่ยังไม่ใช่คำตอบทั้งหมด
ไทยช่วยไทย พลัส ช่วยลดภาระรายวันได้ โดยเฉพาะค่าเดินทางและค่าอาหารที่เกิดซ้ำแทบทุกวัน สำหรับบางคน เงินที่ลดลงครั้งละไม่กี่สิบบาทอาจดูไม่มาก แต่ถ้าใช้ต่อเนื่องทั้งเดือนก็ช่วยให้เงินในกระเป๋าเหลือมากขึ้น
ในอีกด้านหนึ่ง โครงการลักษณะนี้ยังเป็นมาตรการระยะสั้น เพราะช่วยลดราคาที่ประชาชนต้องจ่ายในช่วงเวลาหนึ่ง แต่ไม่ได้แก้ต้นทุนชีวิตระยะยาว เช่น ค่าเดินทางที่สูงขึ้น ราคาอาหาร ค่าเช่า หรือรายได้ที่ตามค่าครองชีพไม่ทัน
ดังนั้น คำถามสำคัญอาจไม่ใช่แค่ว่า “โครงการนี้ดีไหม” แต่คือคนที่มีสิทธิควรใช้ให้คุ้มอย่างไรในช่วงที่ยังใช้ได้ และรัฐจะต่อยอดไปสู่มาตรการที่ลดภาระค่าครองชีพระยะยาวได้แค่ไหน
ข้อควรระวังเรื่องลิงก์ปลอม
เพราะโครงการนี้เกี่ยวกับแอปและการจ่ายเงิน ควรระวังลิงก์ปลอม เพจปลอม หรือ QR Code ที่อ้างว่าช่วยลงทะเบียนหรือเพิ่มวงเงินให้ อย่ากรอกเลขบัตรประชาชน รหัสผ่าน หรือรหัส OTP ผ่านลิงก์ที่ไม่แน่ใจ
การใช้สิทธิควรทำผ่านแอป “เป๋าตัง” และตรวจสอบข้อมูลจากหน่วยงานทางการหรือสื่อที่น่าเชื่อถือเท่านั้น
แหล่งที่มา: รัฐบาลไทย, กระทรวงการคลัง, กระทรวงคมนาคม, Daily News, Thai PBS
อ้างอิง: https://www.thaigov.go.th/th/news/164241, https://www.thaigov.go.th/th/news/164657, https://www.thaigov.go.th/th/news/164711, https://www.dailynews.co.th/news/5934910/
เขียนโดย พีรพัฒน์ พีพี
| นักเขียนด้านเทคโนโลยี ข่าวสาร และความรู้รอบตัว
| 600+ บทความ | เจาะลึก อ่านง่าย ใช้ได้จริง
ประเทศนี้เอา “เปลือกหอยนางรม” มาทำถนนจริงๆหรอ !
จังหวัดที่มีห้องว่างในโรงแรมมากที่สุด มีจำนวนผู้เข้าพักน้อยที่สุดในไทย
ปิดฉากหวยอลเวง ลุงเดช รับสารภาพ เผาหวย รางวัลที่ 1 ของป้าขยัน
แม่น้ำที่ใสสะอาดและมีคุณภาพน้ำดีที่สุด ที่ไหลผ่านเขตแดนของประเทศไทย
つづく แปลว่าอะไร คำท้ายการ์ตูนญี่ปุ่นที่หลายคนเห็นมาตั้งแต่เด็ก
รู้จักงูเห่าน้ำแอฟริกา งูพิษที่ไม่ได้เป็นแค่งูน้ำธรรมดา
สรุปสถิติหวยลาวย้อนหลัง 10 งวด พร้อมเลขเด่นงวด 10 มิถุนายน 2569
😊 ชวนเข้ามาดูรูปภาพที่น่าทึ่งที่พิสูจน์ให้เห็นว่าพลังแห่งธรรมชาตินำหน้าเราเสมอ 😁
หนี้ชาวนาไทยหนักขึ้น เมื่อต้นทุนทำนาพุ่งแต่รายได้ขายข้าวลดลง
10 หนังซอมบี้น่าดู ตั้งแต่คลาสสิกจนถึงสายกดดันหายใจไม่ทั่วท้อง
ทำไมลิฟต์มักมีกระจก เหตุผลจริงไม่ได้มีไว้แค่ส่องหน้า
พู่ถุงเท้าลูกเสือกับหมุดยีนส์ ของเล็กที่ไม่ได้มีไว้แค่สวย
ประเทศนี้เอา “เปลือกหอยนางรม” มาทำถนนจริงๆหรอ !
Extra Virgin Olive Oil คืออะไร ทำไมแพงกว่า และต่างจาก Pure ตรงไหน
ปิดฉากหวยอลเวง ลุงเดช รับสารภาพ เผาหวย รางวัลที่ 1 ของป้าขยัน
น้ำส้มไบเล่หายไปไหน จากขวดแก้วหน้าร้านโชห่วย สู่แบรนด์ที่เด็กรุ่นใหม่แทบไม่รู้จัก
เมืองโบราณดงละคร นครนายก ทำไมถูกเล่าเป็นเมืองลับแล
หนี้ชาวนาไทยหนักขึ้น เมื่อต้นทุนทำนาพุ่งแต่รายได้ขายข้าวลดลง
บุกจับ ”โอม ป่าระกำ ” มือยิงอริเจ็บ หนีซุกขนำริมคลองพี้กัญชา ตกใจตำรวจกระโดดลงคลองจมน้ำตาย 1
หนี้ชาวนาไทยหนักขึ้น เมื่อต้นทุนทำนาพุ่งแต่รายได้ขายข้าวลดลง
ทหารเร่งช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยฉับพลันในพื้นที่ จ.กระบี่ จนสถานการณ์เริ่มคลี่คลาย
ผู้ป่วยสูงอายุในเกาหลี พบหนอนในจมูก ครอบครัวร้องตรวจมาตรฐานดูแล