หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
News บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

อ.เจษฎาชี้เบาะแสผงในก๋วยเตี๋ยว ทำไม “ยาแก้พิษ” จึงสำคัญ

เขียนโดย ดร กิฟท์นางมารพยากรณ์

เหตุผู้ป่วยหลายรายในอุดรธานีมีอาการผิดปกติหลังรับประทานก๋วยเตี๋ยว ทำให้ “ผงสีขาวคล้ายเกลือ” กลายเป็นประเด็นสำคัญที่ต้องรอผลตรวจยืนยัน เพราะกรณีนี้ไม่ใช่แค่ข่าวร้านอาหาร แต่เป็นบทเรียนเรื่องการหยิบใช้วัตถุดิบที่ไม่รู้ที่มา

รายงานข่าวระบุว่า เจ้าหน้าที่สาธารณสุขจังหวัดอุดรธานีเข้าตรวจสอบร้านก๋วยเตี๋ยว หลังมีลูกค้าป่วยหลายราย โดยพบว่าผงที่ถูกนำไปใช้ปรุงอาหารมีลักษณะคล้ายเกลือ และอยู่ระหว่างส่งตรวจว่าเป็นสารชนิดใดกันแน่

ประเด็นที่ทำให้เรื่องนี้ถูกจับตามากขึ้น คือข้อมูลจาก ศ.ดร.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ ซึ่งตั้งข้อสังเกตว่า หากมีการส่ง เมทิลีนบลู ไปใช้เป็นยาต้านพิษในผู้ป่วยอาการรุนแรง สารที่น่าสงสัยจึงอาจเกี่ยวข้องกับ โซเดียมไนไตรท์ เพราะเป็นสารที่ทำให้เกิดภาวะเมทฮีโมโกลบินในเลือดสูงได้

อย่างไรก็ตาม จุดสำคัญคือ ขณะนี้ยังควรใช้คำว่า “อาจเป็น” หรือ “อยู่ระหว่างรอผลพิสูจน์” ไม่ควรสรุปว่าเป็นโซเดียมไนไตรท์แล้ว 100% จนกว่าผลตรวจจากห้องปฏิบัติการจะยืนยันชนิดของสาร

โซเดียมไนไตรท์คืออะไร ทำไมถึงอันตราย

โซเดียมไนไตรท์ เป็นสารที่พบการใช้งานในอุตสาหกรรมอาหารบางประเภท เช่น การถนอมอาหารหรือช่วยคงสีของเนื้อสัตว์ แต่หากได้รับมากเกินไป หรือถูกนำไปใช้ผิดประเภท อาจทำให้เกิดอันตรายรุนแรงได้

กลไกที่น่ากังวลคือ สารกลุ่มไนไตรท์สามารถทำให้เกิดภาวะ เมทฮีโมโกลบินในเลือดสูง ซึ่งทำให้เลือดลำเลียงออกซิเจนได้แย่ลง เมื่อร่างกายขาดออกซิเจน ผู้ป่วยอาจมีอาการเวียนศีรษะ คลื่นไส้ อาเจียน หายใจลำบาก ใจสั่น หรือริมฝีปากและผิวหนังเขียวคล้ำ

ข้อมูลจาก CDC อธิบายว่า ภาวะเมทฮีโมโกลบินมักเกี่ยวข้องกับการได้รับสารออกซิไดซ์ เช่น ไนเตรตหรือไนไตรท์ รวมถึงโซเดียมไนไตรท์

ทำไม “เมทิลีนบลู” ถึงเป็นเบาะแสสำคัญ

เมทิลีนบลู ไม่ใช่ยาทั่วไปที่ประชาชนควรหามาใช้เอง แต่เป็นยาที่แพทย์ใช้ในสถานพยาบาลสำหรับบางกรณีของภาวะเมทฮีโมโกลบินในเลือดสูง

ศูนย์พิษวิทยารามาธิบดีระบุข้อบ่งชี้ของการให้เมทิลีนบลูในผู้ป่วยที่มีอาการทางสมองหรือหัวใจจากการขาดออกซิเจน หรือมีระดับเมทฮีโมโกลบินสูงตามเกณฑ์ทางการแพทย์

ดังนั้น เมื่อมีข่าวว่ามีการประสานยาต้านพิษชนิดนี้ในเหตุผู้ป่วยจากก๋วยเตี๋ยว จึงเป็นเหตุผลที่ผู้เชี่ยวชาญตั้งข้อสังเกตว่า สารปริศนาอาจเข้ากับกลุ่มที่ก่อภาวะเมทฮีโมโกลบินได้ แต่ก็ยังต้องรอผลตรวจเพื่อยืนยัน

สัญญาณอันตรายที่ไม่ควรมองข้าม

หากหลังรับประทานอาหารแล้วมีอาการผิดปกติรุนแรง โดยเฉพาะอาการเหล่านี้ ควรรีบไปโรงพยาบาลทันที

คลื่นไส้ อาเจียนมาก เวียนศีรษะ หายใจไม่สะดวก ใจสั่น อ่อนแรงผิดปกติ ปากหรือปลายมือปลายเท้าเขียวคล้ำ หรือมีอาการซึมลง

กรณีสารพิษในอาหารไม่ควรรักษาเอง ไม่ควรซื้อยาแก้พิษมาใช้เอง และไม่ควรรอดูอาการนานหากมีอาการหายใจลำบากหรือเขียวคล้ำ เพราะการรักษาต้องประเมินโดยแพทย์และอาจต้องใช้ยาจำเพาะในโรงพยาบาล

บทเรียนสำคัญสำหรับร้านอาหารและครัวเรือน

เหตุการณ์นี้ชี้ให้เห็นกฎง่าย ๆ แต่สำคัญมาก คือ ห้ามนำผง ของเหลว หรือวัตถุดิบที่ไม่รู้ที่มาไปใช้กับอาหารเด็ดขาด แม้จะดูคล้ายเกลือ น้ำตาล แป้ง หรือผงปรุงรสก็ตาม

ร้านอาหารควรแยกวัตถุดิบอาหารออกจากสารเคมีทุกชนิด เก็บในภาชนะเดิมที่มีฉลากชัดเจน ไม่เทสารใส่ขวดหรือถุงที่ไม่มีชื่อ และควรมีคนรับผิดชอบตรวจวัตถุดิบก่อนนำเข้าครัว

ส่วนในบ้านก็ควรใช้หลักเดียวกัน ถ้าผงหรือของเหลวไม่มีฉลาก ไม่รู้ที่มา หรือถูกเก็บมาจากที่อื่น ไม่ควรชิม ไม่ควรดมใกล้ ๆ และไม่ควรนำมาใช้ทำอาหาร เพราะสารเคมีหลายชนิดมีหน้าตาคล้ายเครื่องปรุง แต่ผลต่อร่างกายต่างกันมาก

สิ่งที่ต้องติดตามต่อ

สิ่งที่ต้องรอในกรณีนี้คือผลตรวจจากห้องปฏิบัติการว่า “ผงสีขาว” เป็นสารชนิดใด และปริมาณที่พบเกี่ยวข้องกับอาการของผู้ป่วยอย่างไร

ก่อนผลตรวจออก การรายงานที่ปลอดภัยที่สุดคือบอกว่า โซเดียมไนไตรท์เป็น “สารที่ถูกตั้งข้อสังเกต” จากลักษณะอาการและการใช้ยาต้านพิษ ไม่ใช่ข้อสรุปสุดท้าย

เหตุการณ์นี้จึงไม่ควรถูกเล่าเพียงว่า “ผงอะไรทำให้คนป่วย” แต่ควรถูกจำในฐานะบทเรียนว่า วัตถุดิบอาหารต้องมีแหล่งที่มาและฉลากชัดเจนเสมอ เพราะความผิดพลาดเพียงครั้งเดียวในครัว อาจกระทบคนกินจำนวนมากได้

 

เนื้อหาโดย: ดร กิฟท์นางมารพยากรณ์
แหล่งที่มา: อ.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์, ศูนย์พิษวิทยารามาธิบดี, Thai PBS, CDC
อ้างอิง: https://www.naewna.com/likesara/970101, https://www.rama.mahidol.ac.th/poisoncenter/th/bulletin/bul96/v4n3/met_Hb, https://www.thaipbs.or.th/news/content/506889, https://www.cdc.gov/mmwr/preview/mmwrhtml/mm5129a2.htm
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
ดร กิฟท์นางมารพยากรณ์'s profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 123 ครั้ง
เขียนโดย ดร กิฟท์นางมารพยากรณ์
นักเขียนและนักวิเคราะห์คอนเทนต์เชิงโหราศาสตร์จิตวิทยา มานุษยวิทยา สังคมศาสตร์ นิเทศศาสตร์ เศรษฐศาสตร์การเมือง และวัฒนธรรมร่วมสมัย รวมถึงความเชื่อทางจิตวิญญาณ
เพื่อให้ผู้อ่านได้รับทั้งความรู้ แรงบันดาลใจ และแนวทางการใช้ชีวิตที่เท่าทันโลก
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
40 VOTES (5/5 จาก 8 คน)
VOTED: davin, kyogisa, แด๊ดดี้จอแดน โค้ดชีวิตพลิกชะตา, Freya Rune, projor007, goldfish13, ดร กิฟท์นางมารพยากรณ์, famai
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
เปิดตำนาน 7 ห้างสรรพสินค้าในอดีตที่เคยรุ่งเรือง8 รถจักรยานยนต์ที่คนนิยมใช้มากที่สุดในประเทศไทยเลขมงคล เพชรกล้า "เด็กชายนำโชค" 1/8/69ทำไมเสาไม้ใต้เวนิสยังไม่ผุ5 อุทยานที่สวยที่สุดในไทยแก้วพลาสติกชนิด PET และ PP แตกต่างกันอย่างไร?รู้หรือไม่? ไม่ใช่แค่ไทยที่กินข้าวเหนียว! เปิดรายชื่อ9ประเทศที่นิยมกิน "ข้าวเหนียว"10 เมนูแปลกๆ แดนอีสานจุดกำเนิดไฟฟ้าครั้งแรกในสยามเปิดแนวทางเลขเด็ด "อาจารย์หนู" งวดวันเสาร์ที่ 1 สิงหาคม 2569ใส่มาตั้งนาน เพิ่งรู้! ทำไมรองเท้า Converse ถึงต้องมี "รูเล็ก ๆ 2 รู" อยู่ข้างเท้า?10 กุศโลบายแปลกๆของคนไทย
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
10 เมนูแปลกๆ แดนอีสาน8 รถจักรยานยนต์ที่คนนิยมใช้มากที่สุดในประเทศไทยแก้วพลาสติกชนิด PET และ PP แตกต่างกันอย่างไร?จุดกำเนิดไฟฟ้าครั้งแรกในสยาม
กระทู้อื่นๆในบอร์ด ข่าววันนี้
“เงินซื้ออภิสิทธิ์ไม่ได้!” หญิงไทยแจ้งความกลุ่มนร.อิตาลี เพื่อศักดิ์ศรีของคนไทยแพทย์จีนเผย...ขนาดของผู้ชาย! ดูที่จมูกและนิ้วนางก็บอกได้แล้ว.นักท่องเที่ยวชาวเวียดนาม ถูกปรับคนละ 25 ล้าน ฐานทำลายปะการังหนัก 10 กิโลกรัมพ่อแม่ตกใจหนัก คิดว่านมที่ให้ลูกกินหลายปี เป็นนมที่ตรวจพบสารไดออกซิน
ตั้งกระทู้ใหม่