หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
News บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ทำไมคนสมัยก่อนนิยมปลูกตะไคร้ไว้รอบบ้าน ใช้ได้มากกว่าทำอาหาร

เขียนโดย ผู้แข็งแกร่งไร้เทียมทาน

ตะไคร้ไม่ได้เป็นแค่ผักใส่ต้มยำ แต่เคยเป็น “ของจำเป็นประจำบ้าน” ของคนไทยหลายครอบครัว เพราะปลูกง่าย ใช้ทำอาหารได้ทันที มีกลิ่นช่วยดับคาว และยังผูกกับภูมิปัญญาเรื่องสมุนไพรกับการกันแมลงในชีวิตประจำวัน

ในสมัยก่อน บ้านไทยจำนวนมากมีพื้นที่ดินรอบบ้าน ไม่ว่าจะเป็นริมรั้ว หลังครัว หรือข้างโอ่งน้ำ พื้นที่เล็ก ๆ เหล่านี้มักถูกใช้ปลูกพืชที่กินได้จริง ตะไคร้จึงเป็นตัวเลือกยอดนิยม เพราะไม่ต้องดูแลมาก แตกกอได้ดี และตัดใช้ได้เรื่อย ๆ

เหตุผลแรกคือเรื่องครัว ตะไคร้เป็นสมุนไพรที่ช่วยให้อาหารไทยมีกลิ่นหอมขึ้น โดยเฉพาะเมนูต้มยำ แกง ยำ หมักปลา หมักไก่ หรืออาหารที่ต้องการลดกลิ่นคาว กลิ่นคล้ายเลมอนของตะไคร้ทำให้อาหารสดชื่นขึ้น โดยไม่ต้องพึ่งเครื่องปรุงซับซ้อนเหมือนปัจจุบัน

สำหรับบ้านสมัยก่อนที่ไม่มีตู้เย็น ไม่มีเครื่องปรุงสำเร็จรูป และต้องทำอาหารจากวัตถุดิบสดเป็นหลัก สมุนไพรใกล้มือจึงสำคัญมาก แค่เดินออกไปหลังบ้าน ตัดตะไคร้ 1–2 ต้น ล้างให้สะอาด ทุบให้แตก แล้วใส่หม้อ ก็ช่วยให้อาหารมีกลิ่นน่ากินขึ้นทันที

อีกเหตุผลคือปลูกคุ้ม ตะไคร้เป็นพืชเขตร้อนที่ชอบแดดและความชื้น เหมาะกับสภาพอากาศแบบไทย เมื่อแตกกอแล้วสามารถตัดต้นด้านนอกมาใช้โดยไม่ต้องถอนทั้งกอ ถ้าดูแลพอสมควร บ้านหนึ่งปลูกไว้ไม่กี่กอก็ใช้ได้นาน

ส่วนเรื่องไล่ยุงและแมลง ต้องอธิบายให้ตรงขึ้น ตะไคร้และพืชในสกุลเดียวกันมีกลิ่นจากน้ำมันหอมระเหย โดยเฉพาะกลุ่มตะไคร้หอมที่ถูกนำไปใช้ในผลิตภัณฑ์กันยุงหลายชนิด งานศึกษาหลายชิ้นพบว่าน้ำมันจากพืชกลุ่มนี้มีฤทธิ์ต่อยุงหรือแมลงบางชนิด แต่ไม่ได้หมายความว่าแค่ปลูกตะไคร้ไว้รอบบ้านแล้วจะกันยุงได้หมด

สิ่งที่คนโบราณทำจึงมักเป็นการใช้ “กลิ่น” ให้เกิดผลมากกว่า เช่น ขยี้ใบให้กลิ่นออก วางไว้ใกล้จุดนั่งเล่น หรือใช้ร่วมกับสมุนไพรกลิ่นแรงชนิดอื่น บางบ้านอาจเผาใบแห้งเบา ๆ ให้ควันและกลิ่นกระจาย แต่ปัจจุบันควรทำด้วยความระวังเรื่องควัน ไฟ และคนที่แพ้กลิ่น

ตะไคร้ยังอยู่ในตำรับสมุนไพรพื้นบ้านมายาวนาน คนไทยจำนวนไม่น้อยคุ้นกับน้ำตะไคร้ หรือการต้มตะไคร้รวมกับสมุนไพรอื่นเพื่อให้รู้สึกโล่ง สดชื่น หรือสบายท้อง อย่างไรก็ตาม ควรมองเป็นการใช้ดูแลตัวเองเบื้องต้น ไม่ใช่การรักษาโรคแทนยา โดยเฉพาะคนตั้งครรภ์ เด็กเล็ก ผู้มีโรคประจำตัว หรือคนที่กินยาประจำ ควรถามผู้เชี่ยวชาญก่อนใช้สมุนไพรเข้มข้นหรือน้ำมันหอมระเหย

อีกมุมที่น่าสนใจคือ ตะไคร้ทำให้บ้านดูมีชีวิต ใบสีเขียวเป็นกอแน่น กลิ่นหอมเมื่อถูกตัดหรือขยี้ และความรู้สึกว่า “บ้านนี้มีของกินอยู่รอบตัว” ทำให้ตะไคร้ไม่ใช่แค่พืชทำอาหาร แต่เป็นส่วนหนึ่งของวิถีบ้านไทยที่พึ่งพาธรรมชาติ

ถ้าปลูกในบ้านหรือคอนโดวันนี้ ตะไคร้ยังมีประโยชน์อยู่มาก ปลูกลงดินก็ได้ ปลูกในกระถางใหญ่ก็ได้ วางในจุดที่แดดถึง รดน้ำสม่ำเสมอ และตัดก้านแก่ด้านนอกไปใช้ก่อน จะช่วยให้กอแตกใหม่ได้ดีขึ้น

สรุปแล้ว เหตุผลที่คนสมัยก่อนนิยมปลูกตะไคร้ไว้รอบบ้าน เพราะมันตอบโจทย์ชีวิตจริงหลายอย่างพร้อมกัน เป็นทั้งเครื่องปรุง สมุนไพรพื้นบ้าน พืชกลิ่นหอม และของใช้ใกล้มือในยุคที่คนยังพึ่งพาสวนหลังบ้านมากกว่าร้านสะดวกซื้อ ตะไคร้จึงเป็นพืชธรรมดาที่สะท้อนวิถีไทยได้ชัดมากกว่าที่หลายคนคิด

แหล่งที่มา: ฐานข้อมูลเครื่องยาไทย คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี, ศูนย์ข้อมูลสมุนไพร คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล, University of Wisconsin-Madison Division of Extension, งานวิจัยใน PubMed Central



⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
ผู้แข็งแกร่งไร้เทียมทาน's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 110 ครั้ง
เขียนโดย ผู้แข็งแกร่งไร้เทียมทาน
นักข่าวสายไวรัล [เน้นข่าวต่างประเทศ] และ คนดูหนังแห่งชาติ
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
5 VOTES (5/5 จาก 1 คน)
VOTED: ผู้แข็งแกร่งไร้เทียมทาน
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
พราหมณ์กับฮินดู คือศาสนาเดียวกันไหม?เปิดตำนาน 7 ห้างสรรพสินค้าในอดีตที่เคยรุ่งเรืองต้นไม้ต้นเดียว แต่ดูเหมือนป่าทั้งผืน! ความลับของไทรยักษ์ที่แผ่กิ่งก้านกว้างเท่า 3 สนามฟุตบอลทำไมเหาถึงไม่เคยสูญพันธุ์ทำไมเสาไม้ใต้เวนิสยังไม่ผุ10 โรงแรมในตำนานของไทย ที่เคยโด่งดังแต่ปัจจุบันเหลือเพียงความทรงจำ5 สถานที่อากาศบริสุทธิ์ที่สุดในประเทศไทย สูดลมหายใจได้เต็มปอดเลขมงคล เพชรกล้า "เด็กชายนำโชค" 1/8/6930 ปีผ่านไปเพิ่งรู้ตัว! เรื่องจริงของชายผู้ใช้ "อุกกาบาตเหล็ก 3 ล้าน" เป็นที่ค้ำประตูทำไมแค่โดน "น้ำ" สมองถึงสั่งให้ยิ่ง "ปวดฉี่"?สอบตกเกือบพันครั้งก็ไม่ยอมแพ้! คุณยายวัย 69 ปี ผู้คว้าใบขับขี่สำเร็จในการสอบครั้งที่ 960ถ้ำครูเบรา “เอเวอเรสต์แห่งโลกใต้พิภพ”
กระทู้อื่นๆในบอร์ด ข่าววันนี้
๋JIC ฟาด "กัมพูชา" ยับ! ดึง "แองเจลินา โจลี" มาเป็นเครื่องมือ..หวั่นประชาคมโลกเข้าใจผิดพบช่องโหว่ BlueHammer บน Windows สามารถใช้เพื่อฝังแรนซัมแวร์ได้เชียงใหม่ติด Top 20 เมืองที่มีความสุขที่สุดในโลกปี 2026“เงินซื้ออภิสิทธิ์ไม่ได้!” หญิงไทยแจ้งความกลุ่มนร.อิตาลี เพื่อศักดิ์ศรีของคนไทย
ตั้งกระทู้ใหม่