ไปญี่ปุ่นสายสูบต้องรู้ โอซาก้าห้ามสูบบุหรี่บนถนนทั่วเมือง
คนสูบบุหรี่ที่กำลังจะไปญี่ปุ่นควรรู้ไว้ก่อน เพราะหลายเมืองไม่ได้อนุญาตให้สูบบุหรี่บนถนนได้ตามใจ โดยเฉพาะโอซาก้า ซึ่งห้ามสูบบุหรี่บนถนนทั่วเมืองแล้ว และผู้ฝ่าฝืนมีค่าปรับ 1,000 เยน
เรื่องนี้สำคัญขึ้นมากสำหรับนักท่องเที่ยว เพราะจุดที่หลายคนคิดว่า “น่าจะสูบได้” เช่น หน้าร้านอาหาร หลังร้าน ตรอกเล็ก ๆ หรือริมถนน อาจยังถือเป็นพื้นที่สาธารณะที่ห้ามสูบบุหรี่ หากไม่ได้อยู่ในจุดสูบบุหรี่ที่กำหนดไว้
กรณีที่ถูกพูดถึงในสื่อไต้หวัน เล่าว่านักท่องเที่ยวรายหนึ่งไปสูบบุหรี่บริเวณหลังร้านอาหารในโอซาก้า หลังได้รับคำแนะนำให้เดินออกไปด้านหลังร้าน แต่เมื่อจุดนั้นอยู่ติดถนน จึงถูกปรับ 1,000 เยนทันที เหตุการณ์ลักษณะนี้ทำให้คนเที่ยวญี่ปุ่นเริ่มหันมาถามกันมากขึ้นว่า “ต้องสูบตรงไหนถึงปลอดภัยจริง”
สิ่งที่ต้องจำคือ กฎไม่ได้เหมือนกันทุกเมือง
โอซาก้าระบุผ่านข้อมูลท่องเที่ยวของเมืองว่า ตั้งแต่วันจันทร์ที่ 27 มกราคม 2025 การสูบบุหรี่บนถนนถูกห้ามทั่วเมือง และในพื้นที่ที่ห้ามสูบบุหรี่ ผู้ฝ่าฝืนจะถูกปรับ 1,000 เยน พร้อมแนะนำให้ใช้แผนที่จุดสูบบุหรี่ของ JT หรือข้อมูลจุดสูบบุหรี่จาก Osaka City
เกียวโตก็มีกฎเข้มเช่นกัน โดยเว็บไซต์ Kyoto City Official Guide ระบุว่า ห้ามสูบบุหรี่นอกพื้นที่ที่กำหนดบนถนนในเมือง และผู้ที่สูบในเขตห้ามสูบบุหรี่จะถูกปรับ 1,000 เยน พื้นที่สำคัญที่ถูกระบุรวมถึงย่านใจกลางเมือง รอบสถานีเกียวโต คิโยมิซุ และกิอง
ในโตเกียว รายละเอียดขึ้นอยู่กับแต่ละเขต เช่น ชิโยดะระบุว่าพื้นที่เกือบทั้งเขตเป็นเขตห้ามสูบบุหรี่บนถนน ยกเว้นพระราชวังอิมพีเรียล หากสูบบุหรี่หรือทิ้งก้นบุหรี่ในเขตห้าม อาจถูกปรับ 2,000 เยน และกฎครอบคลุมทั้งบุหรี่แบบมวนและบุหรี่แบบให้ความร้อน
ก่อนจุดบุหรี่ในญี่ปุ่น ควรเช็ก 4 อย่างนี้
- มองหาป้าย smoking area หรือ smoking room ก่อนเสมอ
- อย่าสูบหน้าร้าน หลังร้าน ตรอก หรือริมถนน หากไม่มีป้ายอนุญาตชัดเจน
- ใช้แผนที่จุดสูบบุหรี่ของเมืองหรือแอปแผนที่ที่ระบุ smoking area
- ถ้าอยู่ในย่านท่องเที่ยวใหญ่ เช่น นัมบะ ชินไซบาชิ เกียวโต กิอง ชิบูยะ ชินจูกุ หรือรอบสถานีหลัก ให้คิดไว้ก่อนว่า “ถนนส่วนใหญ่ไม่น่าสูบได้”
อีกจุดที่หลายคนพลาดคือ “มีที่เขี่ยบุหรี่” ไม่ได้แปลว่าสูบได้ทุกที่เสมอไป แต่ในบางเมือง หากเป็นพื้นที่ที่ผู้ดูแลถนนหรือสถานที่จัดไว้ให้เป็นจุดสูบบุหรี่โดยเฉพาะ จึงจะถือว่าปลอดภัยกว่า เกียวโตอธิบายไว้ชัดว่า ควรสูบในพื้นที่ที่มีการจัดไว้ และยังควรคำนึงถึงคนรอบข้างแม้อยู่ในจุดสูบบุหรี่
สำหรับคนไทยที่ไปญี่ปุ่นเป็นกลุ่ม เรื่องนี้อาจช่วยลดปัญหาได้มาก โดยเฉพาะเวลาเพื่อนในทริปสูบบุหรี่หลังอาหารหรือระหว่างเดินช้อปปิ้ง แค่เดินออกไปริมถนนแล้วจุดบุหรี่ อาจกลายเป็นค่าปรับที่ไม่ได้เตรียมไว้
ทางที่ปลอดภัยที่สุดคือวางแผนเหมือนหาห้องน้ำหรือสถานีรถไฟ: ก่อนเข้าย่านใหญ่ ให้ดูคร่าว ๆ ว่ามีจุดสูบบุหรี่อยู่ตรงไหน ถ้าไม่แน่ใจ ให้ถามพนักงานว่า “designated smoking area” อยู่ที่ใด แต่อย่าใช้เพียงคำว่า “สูบหลังร้านได้ไหม” เพราะหลังร้านอาจยังอยู่ในเขตถนนที่ถูกห้าม
ญี่ปุ่นไม่ได้ห้ามคนสูบบุหรี่ทั้งหมด แต่หลายเมืองกำลังแยกพื้นที่ให้ชัดขึ้น เพื่อให้คนเดินถนน เด็ก นักท่องเที่ยว และคนไม่สูบบุหรี่ใช้พื้นที่สาธารณะร่วมกันได้สบายขึ้น สำหรับคนเที่ยว แค่รู้กฎก่อนเดินทาง ก็ช่วยเลี่ยงทั้งค่าปรับและความเข้าใจผิดระหว่างทริปได้มาก
แหล่งที่มา: OSAKA-INFO, Kyoto City Official Guide, Chiyoda City, Yahoo News Taiwan / ETtoday
อ้างอิง:https://osaka-info.jp/en/information/osaka-faq/
จังหวัดในประเทศไทย ที่ไม่มีห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ตั้งอยู่เลย
5 มือถือสเปกดีแต่ไม่ค่อยได้รับความนิยมในประเทศไทย
เผยสถิติเลขออกบ่อย ย้อนหลัง 20 ปี งวดวันที่ 16 กรกฎาคม 2569
เมืองใต้บาดาลที่มีอยู่จริง
10 บิ๊กสกู๊ตเตอร์ที่นิยมในไทย ปี 2026 ขี่สบาย เดินทางไกลได้ดี ฟีเจอร์ครบ
อัปเดต 5 หนังเข้าใหม่ เรื่องไหนน่าดู เดือนกรกฏาคม 2026
เลขเด็ด "มหาทักษา" งวดวันที่ 16 กรกฎาคม 69 มาแล้ว!..ส่องด่วนเลย!
งานแต่งงานแห่งศตวรรษของ "เทย์เลอร์ สวิฟต์" แขกต้องลงนามในข้อตกลงรักษาความลับ ผู้ทำพิธีเป็นระดับซูเปอร์สตาร์
ดราม่าดอกไม้ 4 กลีบ! ศาลจีนสั่ง Molly Tea ชดใช้กว่า 55 ล้านบาทให้ Louis Vuitton
7 สัญญาณเตือน! แบบไหนที่แปลว่าคุณกำลัง "ถังแตก"
ส่องเทรนด์เลข "มังกรเมรัย" 16 กรกฏาคม 69
ประเทศที่แรกออกกฎหมายห้ามนำล็อบสเตอร์ไปทำอาหารทั้งเป็น
10 ประเทศที่ขึ้นชื่อว่าผู้ชายหล่อที่สุดในโลก
อิตาลีทนไม่ไหว ส่งตำรวจไปควบคุมพฤติกรรมนักท่องเที่ยวในแหล่งท่องเที่ยวชื่อดังต่างๆ
เด็กซนเล่นแรง! ปีน Ferrari 18 ล้านเป็นสไลเดอร์ เจ้าของเห็นคลิปถึงกับกุมขมับ เตรียมฟ้องเรียกค่าซ่อม
ไม่ใช่เทคนิคพิเศษ! เกิดเหตุไฟไหม้ระหว่างการแสดงดอกไม้ไฟฉลองวันประกาศอิสรภาพในนิวยอร์ก ทำให้มีควันหนาทึบพวยพุ่งออกมาจากสะพาน บรู๊คลิน สร้างความหวาดกลัวให้กับนักท่องเที่ยว
อิตาลีทนไม่ไหว ส่งตำรวจไปควบคุมพฤติกรรมนักท่องเที่ยวในแหล่งท่องเที่ยวชื่อดังต่างๆ
ประเทศที่แรกออกกฎหมายห้ามนำล็อบสเตอร์ไปทำอาหารทั้งเป็น