WMO เตือนเอลนีโญอาจคงถึงพฤศจิกายน เสี่ยงดันอากาศร้อนและฝนสุดขั้ว
องค์การอุตุนิยมวิทยาโลก หรือ WMO เตือนว่าเอลนีโญกำลังก่อตัวในมหาสมุทรแปซิฟิกเขตร้อน และอาจมีผลต่ออุณหภูมิ ฝน ภัยแล้ง และคลื่นความร้อนในหลายภูมิภาคตลอดช่วงครึ่งหลังของปี 2026
ข้อมูลล่าสุดของ WMO ระบุว่า มีโอกาสประมาณ 80% ที่จะเกิดภาวะเอลนีโญในช่วงเดือนมิถุนายน–สิงหาคม 2026 และมีความเป็นไปได้ใกล้หรือมากกว่า 90% ที่ปรากฏการณ์นี้จะคงอยู่ถึงอย่างน้อยเดือนพฤศจิกายน แม้ยังมีความไม่แน่นอนเรื่องระดับความแรงและช่วงพีคของเหตุการณ์ แต่แบบจำลองส่วนใหญ่ประเมินว่าอาจอยู่ในระดับปานกลาง และมีโอกาสพัฒนาเป็นระดับรุนแรงได้
เอลนีโญคือภาวะที่อุณหภูมิผิวน้ำทะเลบริเวณตอนกลางและตะวันออกของมหาสมุทรแปซิฟิกแถบเส้นศูนย์สูตรอุ่นกว่าปกติ โดยทั่วไปเกิดทุก 2–7 ปี และมักกินเวลาประมาณ 9–12 เดือน ผลที่ตามมาคือรูปแบบฝน ลม และอุณหภูมิในหลายพื้นที่ของโลกอาจเปลี่ยนไปจากค่าเฉลี่ย
WMO ระบุว่า น้ำทะเลที่อุ่นผิดปกติใต้ผิวมหาสมุทรแปซิฟิกเขตร้อนกำลังเป็นแหล่งสะสมความร้อนสำคัญ โดยบางพื้นที่มีอุณหภูมิสูงกว่าค่าเฉลี่ยมากกว่า 6 องศาเซลเซียส ความร้อนสะสมนี้ช่วยผลักให้อุณหภูมิผิวน้ำทะเลสูงขึ้น และเป็นสัญญาณที่สอดคล้องกับการก่อตัวของเอลนีโญ
เซเลสเต ซาอูโล เลขาธิการ WMO เตือนว่า โลกจำเป็นต้องเตรียมพร้อมรับเอลนีโญที่อาจมีกำลังแรง เพราะอาจทำให้ภัยแล้ง ฝนตกหนัก และคลื่นความร้อนทั้งบนบกและในทะเลรุนแรงขึ้น โดยเอลนีโญครั้งล่าสุดในปี 2023–2024 ถูกจัดอยู่ในกลุ่มที่รุนแรงที่สุด 5 อันดับแรก และมีส่วนเกี่ยวข้องกับอุณหภูมิโลกที่ทำสถิติสูงในปี 2024
ผลกระทบของเอลนีโญไม่ได้เหมือนกันทุกประเทศ บางพื้นที่อาจมีฝนมากขึ้น เช่น ตอนใต้ของอเมริกาใต้ ตอนใต้ของสหรัฐอเมริกา บางส่วนของแอฟริกาตะวันออก และเอเชียกลาง ขณะที่บางพื้นที่อาจแห้งแล้งขึ้น เช่น ออสเตรเลีย อินโดนีเซีย อเมริกากลาง และบางส่วนของเอเชียใต้
อีกประเด็นที่ต้องจับตาคืออุณหภูมิช่วงมิถุนายน–สิงหาคม 2026 เพราะ WMO คาดว่าเกือบทุกภูมิภาคของโลกมีแนวโน้มร้อนกว่าค่าเฉลี่ย ความร้อนที่สูงขึ้นอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะเครียดจากความร้อน กระทบการใช้น้ำ การเกษตร สุขภาพ และต้นทุนอาหารในบางพื้นที่
สำหรับไทย แม้บทวิเคราะห์ของ WMO ไม่ได้ฟันธงผลกระทบเฉพาะประเทศไทยโดยตรง แต่ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ควรติดตามข้อมูลจากกรมอุตุนิยมวิทยาและหน่วยงานด้านน้ำอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะช่วงฝน มรสุม ปริมาณน้ำต้นทุน และสถานการณ์ความร้อนสะสม
สิ่งที่ผู้อ่านควรเช็กต่อมี 3 เรื่องหลัก คือ พยากรณ์อากาศรายสัปดาห์ในพื้นที่ของตนเอง คำเตือนเรื่องฝนหนักหรือคลื่นความร้อนจากหน่วยงานทางการ และสถานการณ์ราคาสินค้าเกษตรหรืออาหารที่อาจได้รับผลจากภัยแล้งหรือน้ำท่วมในประเทศผู้ผลิตสำคัญ
ข้อมูลนี้ใช้เป็นข้อมูลประกอบเบื้องต้น ไม่ควรนำไปสรุปว่าทุกพื้นที่จะเกิดภัยแล้งหรือฝนหนักเหมือนกันทั้งหมด เพราะผลของเอลนีโญขึ้นกับหลายปัจจัย ทั้งฤดูกาล ความแรงของเหตุการณ์ และระบบภูมิอากาศอื่นที่เกิดร่วมกัน
แหล่งที่มา: World Meteorological Organization, Reuters
อ้างอิง: WMO Press Release https://wmo.int/news/media-centre/wmo-prepare-el-nino
https://www.reuters.com/business/environment/un-warns-possibly-strong-el-nino-could-push-global-temperatures-higher-2026-06-02/?utm_source=chatgpt.com
ชาไทย ชานม เรียกอะไรกัน? เรื่องใกล้ตัวที่หลายคนยังสับสน
รู้หรือไม่? ว่ามีสัตว์ที่ไม่ต้องดื่มน้ำตลอดชีวิต มีอยู่จริงนะ
มอเตอร์ไซค์แบรนด์ไทย ที่ประสบความสำเร็จมากเป็นอันดับหนึ่ง
"สร้อยคอแห่งปาเตียลา" ปริศนาอัญมณีราชวงศ์สู่งานบูรณะระดับตำนานของคาร์เทียร์
จุดพักรถที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย
กระบี่ไม่ได้ดังแค่ทะเล ทำไม NASA ถึงหยิบภาพชายฝั่งไปอธิบาย
ต้นไม้หายากที่มีเฉพาะแถวภาคอีสานของไทย
10 อาชีพในสหรัฐฯ ที่ AI แทนยาก เพราะยังต้องใช้ทักษะมนุษย์
แทบอ้วก!ฝ่ายปกครองบุกจับผัวเมีย ตีเนียนซุกยาบ้าถุงอุจจาระ
แนวทางเลขมงคล 3 สำนัก "ตารางมหาทักษา" ประจำวันที่ 16/6/69
พิธีโล้ชิงช้าครั้งสุดท้าย ที่ถูกจัดขึ้นอย่างเป็นทางการในประเทศสยาม
แมวไม่เคยบอกรัก แต่ทำไมเรารู้สึกได้
