กัมพูชาเรียกฝรั่งเศส–UN ช่วยปมชายแดน ไทยย้ำใช้กลไก JBC
ข้อพิพาทชายแดนไทย–กัมพูชาถูกยกขึ้นมาอีกครั้ง หลังสื่อกัมพูชาเผยความเห็นของ คิน เพีย นักวิชาการด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ที่เสนอให้ ฝรั่งเศส และ สหประชาชาติ เข้ามามีบทบาทมากขึ้น หากการเจรจาระหว่างสองประเทศยังไม่คืบหน้า
รายงานของ Khmer Times อ้างความเห็นของคิน เพีย ผู้อำนวยการใหญ่สถาบันความสัมพันธ์ระหว่างประเทศแห่งกัมพูชา โดยระบุว่า ชาติต่าง ๆ ในภูมิภาคและประชาคมระหว่างประเทศควรกดดันให้ไทยเคารพข้อตกลงและกฎหมายระหว่างประเทศในการคลี่คลายปัญหาชายแดนไทย–กัมพูชา อย่างไรก็ตาม ประเด็นนี้ยังเป็น “ความเห็นของฝ่ายกัมพูชา” และควรอ่านควบคู่กับจุดยืนของไทยด้วย
คิน เพีย กล่าวหาว่า ความขัดแย้งชายแดนมีรากจากความทะเยอทะยานทางประวัติศาสตร์ของไทย และมองว่าความพยายามทางการทูตที่ผ่านมาไม่สามารถยุติความเป็นปรปักษ์ได้ เพราะฝ่ายไทยขาดความจริงใจในการแก้ปัญหาผ่านกลไกสันติวิธีและกฎหมายระหว่างประเทศ
ประเด็นที่ทำให้ชื่อของ ฝรั่งเศส ถูกยกขึ้นมา ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องการเมืองปัจจุบัน แต่โยงกับประวัติศาสตร์เส้นเขตแดนยุคอาณานิคม ระหว่างสยามกับอินโดจีนฝรั่งเศส โดยข้อพิพาทชายแดนไทย–กัมพูชาหลายจุดมักผูกกับสนธิสัญญาและแผนที่ช่วงต้นศตวรรษที่ 20 รวมถึงบริเวณเทือกเขาพนมดงรักและพื้นที่รอบปราสาทโบราณหลายแห่ง
คิน เพีย จึงเสนอว่า ฝรั่งเศสควรช่วยทำให้เรื่องเอกสาร แผนที่ และหลักฐานทางประวัติศาสตร์มีความชัดเจนมากขึ้น เพราะกัมพูชามองว่าฝรั่งเศสมีบทบาทเกี่ยวข้องกับการกำหนดเขตแดนในอดีต อีกทั้งฝรั่งเศสยังเป็นสมาชิกถาวรของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ
ด้านไทยเคยย้ำจุดยืนว่า การสำรวจและปักปันเขตแดนทางบกระหว่างไทยกับกัมพูชาควรดำเนินผ่านกลไก คณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย–กัมพูชา หรือ JBC ภายใต้กรอบ MOU 2000 ซึ่งไทยถือเป็นกรอบหลักสำหรับการจัดการปัญหาเขตแดนทางบก
ฉากหลังสำคัญของข้อพิพาทนี้คือคดี ปราสาทพระวิหาร ซึ่งศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ หรือ ICJ เคยตัดสินในปี 1962 ว่าปราสาทอยู่ในอธิปไตยของกัมพูชา และมีคำตีความเพิ่มเติมในปี 2013 เกี่ยวกับพื้นที่ใกล้เคียงบางส่วน แต่คำวินิจฉัยเหล่านี้ไม่ได้ทำให้เส้นเขตแดนทุกจุดระหว่างสองประเทศหมดข้อถกเถียงโดยอัตโนมัติ
หากมองจากฝั่งผู้อ่านไทย เรื่องนี้จึงไม่ใช่แค่ข่าว “กัมพูชาร้องต่างชาติ” แต่เป็นสัญญาณว่าข้อพิพาทชายแดนอาจถูกดันจากเวทีทวิภาคีไปสู่เวทีระหว่างประเทศมากขึ้น โดยเฉพาะเมื่อฝั่งกัมพูชาต้องการให้ UN หรือประเทศที่เกี่ยวข้องทางประวัติศาสตร์เข้ามามีบทบาท ขณะที่ไทยยังเน้นการเจรจาระหว่างสองประเทศเป็นหลัก
ข้อมูลนี้เกี่ยวข้องกับความมั่นคงและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ควรติดตามจากแถลงการณ์ทางการของทั้งสองฝ่าย ไม่ควรสรุปจากถ้อยคำกล่าวหาของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเพียงด้านเดียว
จุดที่ต้องจับตาต่อคือ ไทยและกัมพูชาจะกลับไปใช้กลไก JBC ได้จริงแค่ไหน และฝ่ายกัมพูชาจะยกระดับเรื่องนี้ไปยัง UN หรือกลไกระหว่างประเทศในรูปแบบใด เพราะคำตอบของสองคำถามนี้จะกำหนดว่า ข่าวชายแดนรอบใหม่จะจบในโต๊ะเจรจา หรือกลายเป็นแรงกดดันทางการทูตที่ยืดยาวกว่าเดิม
แหล่งที่มา: Khmer Times / กระทรวงการต่างประเทศไทย / ICJ / Reuters / The Guardian
อ้างอิง: Khmer Times , กระทรวงการต่างประเทศไทย , ICJ , Reuters , The Guardian
เขียนโดย Mac Casanova
อัลตราซาวด์เห็นทารกเหมือนยิ้ม แพทย์ชี้อาจเป็นสัญญาณปากแหว่งเพดานโหว่
ฟองน้ำล้างจานมีกลิ่นเร็ว เพราะอะไร ทั้งที่ดูยังสะอาด
4 เมืองร้างในไทย จากยุคเหมืองแร่ถึงเมืองบาดาลใต้เขื่อน
10 จังหวัดที่มีความเสี่ยงภัยแล้งสูงสุดของประเทศไทย
ทำไมพระวินัยจึงมีข้อห้ามบางคนบวช ทั้งที่พุทธศาสนาเปิดกว้าง
เมืองสแกมริมชายแดน เมื่อ “งานดีเกินจริง” กลายเป็นกับดักคนเปราะบาง
ห้างสรรพสินค้าไทยที่หรูหรามาก จนหลายคนไม่กล้าเข้าไปเพื่อใช้บริการ
5 จังหวัด ที่เจองูกะปะเยอะที่สุดในประเทศไทย
อาหารไทยที่กำลังสูญหาย
เชือกเล็ก ๆ ที่ฝาถังน้ำมัน ไม่ได้มีไว้แค่กันหาย
แมวขยิบตาข้างเดียว แปลว่ารักหรือป่วย เช็กสัญญาณให้ชัด
ทำไมจำหน้าได้ทันที แต่ชื่อกลับหายตอนต้องเรียก
อัลตราซาวด์เห็นทารกเหมือนยิ้ม แพทย์ชี้อาจเป็นสัญญาณปากแหว่งเพดานโหว่
4 เมืองร้างในไทย จากยุคเหมืองแร่ถึงเมืองบาดาลใต้เขื่อน
แมวขยิบตาข้างเดียว แปลว่ารักหรือป่วย เช็กสัญญาณให้ชัด
ฟองน้ำล้างจานมีกลิ่นเร็ว เพราะอะไร ทั้งที่ดูยังสะอาด
10 จังหวัดที่มีความเสี่ยงภัยแล้งสูงสุดของประเทศไทย
คอมพิวเตอร์แบรนด์ไทย ที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดตลอดกาล



